ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
วันจันทร์, 27 กรกฎาคม 2026
🌦️
28°C ลพบุรี, ประเทศไทย
ฝนปรอยเล็กน้อย
ข่าวล่าสุด
ทีมจังหวัดระยองคว้าแชมป์เกทบอลชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 4 รับถ้วยพระราชทาน ปิดฉากศึกใหญ่ที่ลพบุรีเปิดศึกเกทบอลชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 4 ชิงถ้วยพระราชทาน คัดตัวทีมชาติสู่ศึกชิงแชมป์โลกรมว.พม. “นิกร โสมกลาง” ลงพื้นที่ลพบุรี เดินหน้านโยบาย 8 ด้าน มอบสวัสดิการ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัยเทศบาลตำบลกกโก จัดใหญ่! แห่เทียนพรรษา 9 วัด สืบสานวัฒนธรรม กระตุ้นท่องเที่ยวชุมชนลพบุรีป.ป.ส. ผนึกตำรวจลพบุรี ขยายผลสายด่วน 1386 กวาดล้างยาเสพติดหลายพื้นที่ รวบผู้ต้องหาพร้อมของกลางผช.ผบ.ทบ. ร่วมวันสถาปนา 44 ปี กองพลรบพิเศษที่ 1 ลพบุรี เปิดอนุสรณ์สถานเชิดชูวีรชนหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้ว่าฯ ลพบุรี นำจิตอาสากว่า 500 คน บำเพ็ญสาธารณประโยชน์เฉลิมพระเกียรติ ร.10 ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 2 แสนตัวลพบุรีเดินหน้ายกระดับการสื่อสารภาครัฐ เร่งสร้างภูมิคุ้มกัน Fake News ดันประชาชนรู้เท่าทันสื่อผู้ว่าฯ ลพบุรี เปิดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่พระราชานุเคราะห์ฯ อำเภอท่าวุ้ง ยก 17 คลินิกบริการเกษตรครบวงจรถึงพื้นที่สว. ลงพื้นที่ลพบุรี รับฟังปัญหาประชาชน ดันพัฒนา “รถไฟลอยน้ำ” เร่งแก้ปัญหาน้ำ-ลิง-ฝุ่น PM2.5 อย่างยั่งยืน
View All Breaking News ›

วิกฤตฌาปนกิจ เงินออมที่ไม่ใช่เงินออม เมื่อกองทุนล่ม ใครรับผิดชอบ?

18 ก.พ. 2569👁 อ่าน 4 ครั้ง

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีข่าวการ “ยกเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ (ฌปน.)” หลายแห่งทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง บางแห่งปิดกิจการแบบกะทันหัน บางแห่งถูกนายทะเบียนสั่งเลิก ทิ้งคำถามสำคัญไว้กับสมาชิกนับหมื่นคนว่า เงินที่ส่งสะสมมาหลายปีจะได้คืนหรือไม่

สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เพียงปัญหาทางบัญชี แต่คือ “วิกฤตความเชื่อมั่น” ของระบบฌาปนกิจที่คนจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่าเป็นรูปแบบการออมเงินเพื่ออนาคต

เงินออม…ที่แท้จริงคือเงินสงเคราะห์

ฌาปนกิจสงเคราะห์ ไม่ใช่กองทุนออมเงินแบบธนาคาร แต่เป็นระบบช่วยเหลือกันเมื่อสมาชิกเสียชีวิต สมาชิกแต่ละคนจะร่วมกันสมทบเงิน เพื่อจ่ายให้ทายาทของผู้เสียชีวิตในแต่ละครั้ง

ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น แต่สมาชิกบางส่วน “ขาดส่งเงิน” ทำให้เงินกองทุนไม่พอจ่าย เกิดการค้างจ่ายสะสมเป็นวงเงินมหาศาล บางพื้นที่มีมูลค่าค้างจ่ายรวมกว่า 1.4 พันล้านบาท จนกองทุนเข้าสู่ภาวะขาดสภาพคล่องอย่างหนัก

เมื่อเงินไม่พอจ่าย กองทุนก็ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ และสุดท้ายต้องปิดกิจการ

5 ปัจจัยหลักที่ทำให้หลายสมาคมต้องยุติกิจการ

1. ขาดสภาพคล่องรุนแรง
มีการค้างจ่ายเงินสงเคราะห์ให้ทายาทสมาชิกจำนวนมาก ทำให้ระบบหมุนเวียนล้มเหลว

2. สมาชิกขาดส่งเงินต่อเนื่อง
ระบบฌาปนกิจพึ่งพาการสมทบจากสมาชิกเป็นหลัก หากสมาชิกไม่ส่งเงินตามกำหนด เงินกองกลางก็ไม่เพียงพอ

3. ความเข้าใจคลาดเคลื่อน
สมาชิกจำนวนมากเข้าใจว่าเป็น “เงินออม” ที่จะได้รับคืนในอนาคต แต่ความจริงคือเป็นระบบช่วยเหลือเมื่อเสียชีวิต หากกองทุนล่ม สมาชิกอาจไม่ได้รับเงินคืน

4. ถูกสั่งเลิกโดยนายทะเบียน
บางแห่งถูกสั่งเลิกกิจการเนื่องจากดำเนินการไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือไม่สามารถจัดการภารกิจตามข้อบังคับได้

5. ปัญหาการบริหารจัดการ
มีบางกรณีพบปัญหาการบริหารงานไม่โปร่งใส หรือการใช้เงินไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์

เมื่อกองทุนล่ม สมาชิกควรทำอย่างไร?

ผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ควรนิ่งเฉย ควรรวมกลุ่มสมาชิกเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และติดต่อหน่วยงานรัฐในพื้นที่ เช่น

  • สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.)
  • ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด

เพื่อขอคำแนะนำด้านกฎหมาย และแนวทางดำเนินการต่อไป

บทเรียนสำคัญ: โปร่งใส และเข้าใจระบบก่อนตัดสินใจ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า ระบบที่พึ่งพาการสมทบกันเอง ต้องอาศัยวินัยของสมาชิกและความโปร่งใสในการบริหาร หากขาดหนึ่งในสองปัจจัยนี้ ระบบทั้งระบบอาจล้มได้ทันที

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “เงินหายไปไหน”
แต่คือ “ระบบกำกับดูแลและความรู้ของสมาชิกเพียงพอหรือไม่”

ในวันที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังคงกดดันประชาชน การตัดสินใจเข้าร่วมกองทุนใดก็ตาม ควรตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้าน เข้าใจเงื่อนไขอย่างชัดเจน และติดตามสถานะการเงินขององค์กรอย่างสม่ำเสมอ

เพราะเมื่อถึงวันที่เกิดวิกฤต ความเสียหายอาจไม่ใช่แค่ตัวเลขในบัญชี แต่คือความหวังของครอบครัวหนึ่งทั้งครอบครัว