ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
วันศุกร์, 30 ตุลาคม 2026
🌤️
25°C ลพบุรี, ประเทศไทย
แจ่มใสเป็นส่วนใหญ่
ข่าวล่าสุด
30 ต.ค. 256900:235 เกษตรกร 23 ไร่ 3 งาน — ชัยบาดาลตกลงเยียวยากรณีผลกระทบฟาร์มสุกร รวม 118,750 บาท30 ต.ค. 256900:22กว่า 30 ล้านตัวลง “ทุ่งท่าวุ้ง” — ประมงลพบุรีใช้น้ำหลากสร้างแหล่งอาหาร แต่ปลาจะรอดถึงวันจับเท่าไร?30 ต.ค. 256900:195.95 ล้าน ซื้อชุดตรวจ 139,100 ชุด — อบจ.ลพบุรีส่ง 9 หน่วยงาน แต่ “ผลบวก” ยังต้องมีขั้นตอนยืนยัน30 ต.ค. 256900:1718 พ.ย. โรงเรียนพระนารายณ์เปิด “ศูนย์เพื่อนใจ” — ไม่ใช่แค่ห้องกิจกรรม แต่ให้เยาวชนช่วยดูแลกันเอง30 ต.ค. 256900:15สโตรกลพบุรีเพิ่มเป็น 3,431 ราย — แม้อัตราตายลด แต่ “รู้เร็ว–ถึงโรงพยาบาลเร็ว” ยังสำคัญทุกนาที30 ต.ค. 256900:1311 อำเภอ อำเภอละ 1 หลัง — ลพบุรีเดินหน้าสร้าง “บ้านกาชาด” งบหลังละ 1 แสนบาท29 ต.ค. 256921:52ปิดฉาก 15 ปี “ซูซูกิลพบุรี” ยุติให้บริการ 31 ต.ค. — แล้วลูกค้าเดิมต้องไปไหนต่อ?29 ต.ค. 256921:51“วิ่งให้ไฟกลับมา” โคกตูมชวนเดิน–วิ่ง–ปั่น 8 กม. ระดมทุนซ่อมระบบไฟรอบอ่างห้วยส้ม29 ต.ค. 256921:49ทำบุญวัดใกล้บ้านก่อน แล้วค่อยมารวมกัน — กกโกรวมศรัทธา 7 วัด ตักบาตรเทโวหน้าพระนอน 45 เมตร28 ต.ค. 256923:01บ้านหมี่เร่งกรอกข้อมูลประกันภัยพิบัติ ก่อน 4 พ.ย. — บ้านเสียหายมีสิทธิคุ้มครองสูงสุด 1 แสนบาท
View All Breaking News ›
LOPBURI TODAYLOCAL NEWS

วิกฤตฌาปนกิจ เงินออมที่ไม่ใช่เงินออม เมื่อกองทุนล่ม ใครรับผิดชอบ?

18 ก.พ. 2569👁 อ่าน 59 ครั้ง
SHARE f LINE

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีข่าวการ “ยกเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ (ฌปน.)” หลายแห่งทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง บางแห่งปิดกิจการแบบกะทันหัน บางแห่งถูกนายทะเบียนสั่งเลิก ทิ้งคำถามสำคัญไว้กับสมาชิกนับหมื่นคนว่า เงินที่ส่งสะสมมาหลายปีจะได้คืนหรือไม่

สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เพียงปัญหาทางบัญชี แต่คือ “วิกฤตความเชื่อมั่น” ของระบบฌาปนกิจที่คนจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่าเป็นรูปแบบการออมเงินเพื่ออนาคต

เงินออม…ที่แท้จริงคือเงินสงเคราะห์

ฌาปนกิจสงเคราะห์ ไม่ใช่กองทุนออมเงินแบบธนาคาร แต่เป็นระบบช่วยเหลือกันเมื่อสมาชิกเสียชีวิต สมาชิกแต่ละคนจะร่วมกันสมทบเงิน เพื่อจ่ายให้ทายาทของผู้เสียชีวิตในแต่ละครั้ง

ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น แต่สมาชิกบางส่วน “ขาดส่งเงิน” ทำให้เงินกองทุนไม่พอจ่าย เกิดการค้างจ่ายสะสมเป็นวงเงินมหาศาล บางพื้นที่มีมูลค่าค้างจ่ายรวมกว่า 1.4 พันล้านบาท จนกองทุนเข้าสู่ภาวะขาดสภาพคล่องอย่างหนัก

เมื่อเงินไม่พอจ่าย กองทุนก็ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ และสุดท้ายต้องปิดกิจการ

5 ปัจจัยหลักที่ทำให้หลายสมาคมต้องยุติกิจการ

1. ขาดสภาพคล่องรุนแรง
มีการค้างจ่ายเงินสงเคราะห์ให้ทายาทสมาชิกจำนวนมาก ทำให้ระบบหมุนเวียนล้มเหลว

2. สมาชิกขาดส่งเงินต่อเนื่อง
ระบบฌาปนกิจพึ่งพาการสมทบจากสมาชิกเป็นหลัก หากสมาชิกไม่ส่งเงินตามกำหนด เงินกองกลางก็ไม่เพียงพอ

3. ความเข้าใจคลาดเคลื่อน
สมาชิกจำนวนมากเข้าใจว่าเป็น “เงินออม” ที่จะได้รับคืนในอนาคต แต่ความจริงคือเป็นระบบช่วยเหลือเมื่อเสียชีวิต หากกองทุนล่ม สมาชิกอาจไม่ได้รับเงินคืน

4. ถูกสั่งเลิกโดยนายทะเบียน
บางแห่งถูกสั่งเลิกกิจการเนื่องจากดำเนินการไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือไม่สามารถจัดการภารกิจตามข้อบังคับได้

5. ปัญหาการบริหารจัดการ
มีบางกรณีพบปัญหาการบริหารงานไม่โปร่งใส หรือการใช้เงินไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์

เมื่อกองทุนล่ม สมาชิกควรทำอย่างไร?

ผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ควรนิ่งเฉย ควรรวมกลุ่มสมาชิกเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และติดต่อหน่วยงานรัฐในพื้นที่ เช่น

  • สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.)
  • ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด

เพื่อขอคำแนะนำด้านกฎหมาย และแนวทางดำเนินการต่อไป

บทเรียนสำคัญ: โปร่งใส และเข้าใจระบบก่อนตัดสินใจ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า ระบบที่พึ่งพาการสมทบกันเอง ต้องอาศัยวินัยของสมาชิกและความโปร่งใสในการบริหาร หากขาดหนึ่งในสองปัจจัยนี้ ระบบทั้งระบบอาจล้มได้ทันที

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “เงินหายไปไหน”
แต่คือ “ระบบกำกับดูแลและความรู้ของสมาชิกเพียงพอหรือไม่”

ในวันที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังคงกดดันประชาชน การตัดสินใจเข้าร่วมกองทุนใดก็ตาม ควรตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้าน เข้าใจเงื่อนไขอย่างชัดเจน และติดตามสถานะการเงินขององค์กรอย่างสม่ำเสมอ

เพราะเมื่อถึงวันที่เกิดวิกฤต ความเสียหายอาจไม่ใช่แค่ตัวเลขในบัญชี แต่คือความหวังของครอบครัวหนึ่งทั้งครอบครัว