เทศกาลสงกรานต์คือช่วงเวลาแห่งความสุข แต่ทุกปีมักมีผู้บาดเจ็บจากการเล่นน้ำ การขับขี่ และพฤติกรรมเสี่ยง คำถามสำคัญคือ จะเล่นน้ำอย่างไรให้ “สนุกได้เต็มที่” โดยไม่ต้องแลกกับความสูญเสีย
เสียงหัวเราะ เสียงน้ำกระทบกัน และรอยยิ้มของผู้คน คือภาพจำของ “สงกรานต์” ที่หลายคนรอคอย แต่เบื้องหลังความสนุก กลับมีตัวเลขอุบัติเหตุและผู้บาดเจ็บที่เพิ่มขึ้นทุกปี
ความจริงที่ต้องยอมรับคือ “ความสนุก” และ “ความเสี่ยง” มักเดินมาคู่กัน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่ผู้คนออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านจำนวนมาก
หนึ่งในพฤติกรรมที่พบได้บ่อย คือการใช้อุปกรณ์เล่นน้ำที่อาจก่อให้เกิดอันตราย เช่น ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง การปะแป้งอย่างรุนแรง หรือการสาดน้ำใส่ผู้ขับขี่ ซึ่งล้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บโดยไม่รู้ตัว
นอกจากนี้ “น้ำ” ที่ใช้เล่นก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ น้ำจากแหล่งที่ไม่สะอาดอาจนำไปสู่การติดเชื้อ หรือการระคายเคืองผิวหนัง โดยเฉพาะเมื่อผสมกับแป้งหรือสีที่ไม่ได้มาตรฐาน
ยิ่งไปกว่านั้น การดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างเล่นน้ำ หรือก่อนขับขี่ เป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุร้ายแรง ซึ่งยังคงเป็นปัญหาซ้ำซากในสังคมไทย
อย่างไรก็ตาม สงกรานต์ไม่จำเป็นต้อง “เสี่ยง” เพื่อให้ “สนุก”
การเล่นน้ำอย่างปลอดภัยสามารถเริ่มได้จากเรื่องง่าย ๆ เช่น
- ใช้น้ำสะอาด และหลีกเลี่ยงการผสมสารเคมี
- ไม่สาดน้ำใส่ผู้ขับขี่หรือคนที่ไม่เล่นน้ำ
- หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงในการปะแป้ง
- สวมแว่นตาป้องกัน หากอยู่ในพื้นที่แออัด
- งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนและระหว่างขับขี่
รวมถึงการดูแลกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ที่อาจได้รับผลกระทบจากอากาศร้อนและความแออัด
ในอีกมุมหนึ่ง “ความปลอดภัย” ไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของสังคม
เพราะสุดท้ายแล้ว… สงกรานต์ที่ดีที่สุด ไม่ใช่สงกรานต์ที่ “สนุกที่สุด” แต่คือสงกรานต์ที่ “ทุกคนได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย”
จังหวัดลพบุรีเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการจัดกิจกรรมสงกรานต์อย่างคึกคัก และมีอุณหภูมิสูงต่อเนื่องในช่วงเดือนเมษายน ทำให้ต้องเฝ้าระวังทั้งอุบัติเหตุทางถนนและปัญหาสุขภาพจากความร้อนควบคู่กัน
