เมื่อระดับน้ำใน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ลดเหลือเพียงราว 12% ของความจุ ส่งผลให้บริเวณจุดชมวิว “รถไฟลอยน้ำ” ในอำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เผยให้เห็นตอหม้อสะพานรถไฟกลางเขื่อน กลายเป็นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวใหม่ ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาเช็กอิน พักผ่อน และชมพระอาทิตย์ตกอย่างคึกคัก
สถานการณ์น้ำใน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจากภาวะฝนทิ้งช่วง ส่งผลให้พื้นที่บริเวณ “รถไฟลอยน้ำ” ซึ่งปกติจะถูกน้ำท่วมในช่วงฤดูน้ำหลาก กลับเผยให้เห็นโครงสร้างฐานรากของสะพานรถไฟที่มีความลึกมากกว่า 10 เมตรทอดยาวกลางเขื่อนอย่างชัดเจน
ภาพของ “ตอหม้อสะพานรถไฟลอยน้ำ” ที่โผล่พ้นน้ำ กลายเป็นภาพแปลกตาและหาชมได้ยาก ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นจุดท่องเที่ยวอันซีนแห่งใหม่ของลพบุรี นักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างพาครอบครัวและเพื่อนฝูงเดินทางมาเยี่ยมชม บางส่วนขับรถลงไปใกล้พื้นที่ตอหม้อ เพื่อปักหลักพักผ่อน นั่งรับลมคลายร้อน พร้อมนำอาหารและเครื่องดื่มมานั่งล้อมวงรับประทาน ท่ามกลางบรรยากาศโล่งกว้าง
โดยเฉพาะช่วงเย็น พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกยอดนิยม ที่ให้มุมมองแปลกใหม่แตกต่างจากช่วงฤดูน้ำเต็ม ซึ่งเคยเป็นไฮไลต์ “นั่งรถไฟลอยน้ำ” ที่จัดโดย การรถไฟแห่งประเทศไทย ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และจังหวัดลพบุรี ในช่วงปลายปี
อย่างไรก็ตาม ภาพความคึกคักนี้สะท้อนอีกด้านหนึ่งของสถานการณ์ คือปริมาณน้ำในเขื่อนที่ลดลงอย่างน่ากังวล ซึ่งอาจส่งผลต่อภาคเกษตรและการบริหารจัดการน้ำในระยะยาว
ขณะเดียวกัน ทางเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ได้ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวทุกคน ช่วยกันรักษาความสะอาดของพื้นที่ โดยเฉพาะการนำขยะกลับออกไป ไม่ทิ้งไว้ในพื้นที่ เนื่องจากเมื่อเข้าสู่ฤดูน้ำหลาก ขยะเหล่านี้จะกลายเป็นมลพิษทางน้ำ และกระทบต่อระบบนิเวศในเขื่อนโดยตรง
ลพบุรี กำลังเผชิญภาวะฝนทิ้งช่วง ทำให้แหล่งน้ำสำคัญอย่างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง ส่งผลทั้งด้านการท่องเที่ยวและทรัพยากรน้ำ
