ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
วันจันทร์, 26 ตุลาคม 2026
☁️
25°C ลพบุรี, ประเทศไทย
มีเมฆมาก
ข่าวล่าสุด
26 ต.ค. 256923:04แบดเยาวชนเก็บแต้มที่ลพบุรี YOUNG LOPBURI MASTER 2026 ลุ้นต่อถึงรอบชิง 27 ต.ค.26 ต.ค. 256923:02ปลูกเพิ่ม 20 ต้น แล้วป่าของเดิมล่ะ? เปิดเรื่อง “จำปีสิรินธร” หลังไฟป่า–ปัญหาน้ำของซับจำปา26 ต.ค. 256923:00ปั่น 50 กม. แต่เริ่มด้วยปลูกป่า นักปั่นกว่า 500 คนร่วม Green Ride เชื่อมธรรมชาติ–ชุมชนลพบุรี25 ต.ค. 256923:15ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ลพบุรีคืบหน้า 90% เร่งเก็บงานให้เสร็จภายในสิ้น ต.ค.25 ต.ค. 256923:14ลพบุรีบำเพ็ญกุศลน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมถวาย “ดอกไม้จันทน์ตัวแทน” ก่อนวันพระราชพิธี24 ต.ค. 256923:55เดิน–วิ่ง–ปั่นป้องกันอัมพาตลพบุรี 1 พ.ย. เริ่ม 05.30 น. ระยะทาง 5 กม.24 ต.ค. 256923:54RE-X-RAY แม่น้ำลพบุรี ยังไม่พบจระเข้ กรงดักเจอตัวเงินตัวทองขนาดใหญ่24 ต.ค. 256923:52บ้านหมี่จับผู้ต้องหาคดียาเสพติด 3 ราย เจ้าหน้าที่ระบุยึดยาบ้ารวม 6,219 เม็ด24 ต.ค. 256923:48ลพบุรีวางพวงมาลา “วันปิยมหาราช” น้อมรำลึก ร.5 วันที่ 23 ตุลาคม22 ต.ค. 256900:01ลพบุรีจัด “เข้าพรรษา เข้าหาธรรม” ครั้งที่ 12 ชวนข้าราชการนำหลักธรรมใช้กับชีวิต–การทำงาน
View All Breaking News ›
LOPBURI TODAYLOCAL NEWS

เผานาไม่ใช่เรื่องเล็ก! เปิดกฎหมายเอาผิด เผาที่โล่งเสี่ยงปรับ-จำคุก ลพบุรีเตือนเข้มช่วง PM2.5

20 เม.ย. 2569👁 อ่าน 80 ครั้ง
SHARE f LINE

จังหวัดลพบุรีเตือนประชาชนและเกษตรกร หลังยังพบการเผาในพื้นที่เกษตรต่อเนื่อง ชี้การเผาในที่โล่งเข้าข่ายผิดกฎหมายหลายฉบับ ทั้งกฎหมายสิ่งแวดล้อม คำสั่งจังหวัด และอาญา หากก่อให้เกิดความเสียหาย เสี่ยงทั้งปรับและจำคุก

จากสถานการณ์การเผาในพื้นที่เกษตรของจังหวัดลพบุรีที่ยังพบอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังฤดูเก็บเกี่ยว หน่วยงานภาครัฐได้ออกมาเตือนอย่างเข้มงวดว่า “การเผาในที่โล่งแจ้ง” ไม่ใช่เพียงพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ

ในเบื้องต้น การเผาที่ก่อให้เกิดหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีบทลงโทษปรับตามระดับความเสียหายที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ ในช่วงที่จังหวัดประกาศ “ห้ามเผาในที่โล่ง” หากฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าว อาจมีโทษปรับไม่เกิน 25,000 บาท และในบางกรณี หากไฟลุกลามจนสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือเป็นอันตรายต่อชีวิตผู้อื่น อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอาญาฐานวางเพลิง ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้นจำคุก

ขณะเดียวกัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในบางพื้นที่ยังมีข้อบัญญัติควบคุมเพิ่มเติม ทำให้ผู้กระทำผิดอาจถูกลงโทษซ้ำซ้อนในหลายมิติ

ประเด็นสำคัญคือ แม้จะไม่สามารถระบุผู้เผาได้ทันที แต่หากตรวจสอบพบว่าเป็นพื้นที่ของผู้ใด เจ้าของที่ดินอาจต้องมีส่วนรับผิดชอบ โดยปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีดาวเทียมตรวจจับจุดความร้อน (Hotspot) ซึ่งสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างแม่นยำ

อย่างไรก็ตาม ปัญหาการเผายังคงเกิดขึ้น เนื่องจากเกษตรกรบางส่วนมองว่าเป็นวิธีที่รวดเร็วและประหยัดต้นทุน เมื่อเทียบกับการไถกลบหรือจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรด้วยวิธีอื่น

หน่วยงานภาครัฐจึงเร่งรณรงค์ให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนวิธีการ เช่น การไถกลบตอซัง การทำปุ๋ยอินทรีย์ หรือการใช้เครื่องจักรย่อยฟาง เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในระยะยาว

ลพบุรีเป็นพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ โดยเฉพาะนาข้าว ทำให้การเผาตอซังหลังเก็บเกี่ยวเป็นปัญหาซ้ำซากในทุกปี และเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของฝุ่น PM2.5 ที่กระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่