เช็กสถานการณ์น้ำลพบุรี 17 ส.ค. เขื่อนป่าสักฯ มีน้ำ 28.49% จุดไหนต้องติดตามต่อ

เช็กสถานการณ์น้ำลพบุรีรับเช้าวันที่ 17 สิงหาคม 2569 จากข้อมูลล่าสุดของสำนักงานชลประทานที่ 10 ซึ่งรายงานสถานการณ์ ณ วันที่ 16 สิงหาคม พบว่า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำ 248.28 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 28.49% ของความจุ ขณะที่ภาพรวมอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 10 ยังมีปริมาณน้ำรวมประมาณ 393.67 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 30.32% ของความจุรวม
จากตัวเลขดังกล่าว ภาพรวมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำยังไม่ได้อยู่ในระดับสูง แต่ในช่วงฤดูฝนประชาชนยังควรติดตามทั้งปริมาณฝน น้ำในแม่น้ำและคลองสายหลัก ตลอดจนการบริหารจัดการน้ำของหน่วยงานชลประทานอย่างต่อเนื่อง เพราะสถานการณ์แต่ละพื้นที่อาจแตกต่างกัน
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีน้ำ 248.28 ล้าน ลบ.ม. หรือ 28.49%
ข้อมูลประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2569 ระบุว่า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำ 248.28 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 28.49% โดยมีปริมาณน้ำใช้การได้ประมาณ 245.28 ล้านลูกบาศก์เมตร
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ยังมีพื้นที่สำหรับรองรับน้ำเพิ่มเติมอีกมาก ดังนั้น ณ ข้อมูลล่าสุด ประเด็นที่ต้องติดตามจึงยังไม่ใช่ภาวะน้ำเต็มอ่างหรือน้ำล้นเขื่อน
อย่างไรก็ตาม ในช่วงฤดูฝนควรติดตามปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหากพื้นที่เหนือเขื่อนมีฝนตกหนักหรือฝนสะสมหลายวันติดต่อกัน
อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ ชป.10 มีน้ำรวมประมาณ 30%
สำนักงานชลประทานที่ 10 รายงานสถานการณ์อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่รับผิดชอบ ณ วันที่ 16 สิงหาคม 2569 พบว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่มีความจุรวมประมาณ 1,296.635 ล้านลูกบาศก์เมตร
ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวมประมาณ 393.67 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 30.32% ของความจุรวม
ในจำนวนนี้เป็นน้ำใช้การได้ประมาณ 336.635 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 31%
สำหรับเขื่อนและอ่างเก็บน้ำสำคัญที่ปรากฏในรายงาน ได้แก่
- เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีน้ำ 248.28 ล้าน ลบ.ม. หรือ 28.49%
- อ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก มีน้ำ 113.79 ล้าน ลบ.ม. หรือ 58.73%
- อ่างเก็บน้ำห้วยหินขาว มีน้ำ 38.942 ล้าน ลบ.ม. หรือ 53.21%
- อ่างเก็บน้ำมวกเหล็กตอนบน มีน้ำ 171.67 ล้าน ลบ.ม. หรือ 51.00%
เมื่อดูภาพรวมจึงยังไม่พบอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในรายงานชุดนี้ที่มีปริมาณน้ำเกิน 80% ของความจุ
คลองชัยนาท–ป่าสัก ยังเป็นหนึ่งในเส้นทางน้ำที่ต้องติดตาม
นอกจากน้ำในเขื่อนแล้ว สิ่งที่ประชาชนลพบุรีควรติดตามควบคู่กันคือสถานการณ์ใน คลองชัยนาท–ป่าสักและระบบคลองชลประทาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายบริหารจัดการน้ำที่เชื่อมโยงพื้นที่ภาคกลางตอนบนกับลพบุรี
ข้อมูลจากผังสถานการณ์น้ำของสำนักงานชลประทานที่ 10 แสดงให้เห็นการบริหารน้ำผ่านประตูระบายน้ำและคลองหลายสายเข้าสู่พื้นที่ลพบุรีและจังหวัดใกล้เคียง
ดังนั้น การประเมินสถานการณ์น้ำของลพบุรีไม่ควรดูเฉพาะตัวเลขในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เพียงแห่งเดียว แต่ต้องพิจารณา ฝนในพื้นที่ ปริมาณน้ำในคลอง ระบบระบายน้ำ และการบริหารน้ำจากพื้นที่ด้านเหนือ ประกอบกัน
ช่วงฤดูฝน สิ่งที่ต้องดูคือ “ฝนตกที่ไหน” ไม่ใช่ดูเฉพาะน้ำในเขื่อน
แม้ปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ล่าสุดอยู่เพียง 28.49% แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่จะไม่มีโอกาสเกิดน้ำท่วมขัง
หากเกิดฝนตกหนักเฉพาะพื้นที่ในระยะเวลาสั้น ๆ พื้นที่ลุ่มต่ำ ชุมชนที่ระบายน้ำได้ช้า หรือพื้นที่เกษตรที่อยู่ใกล้คลองและทางน้ำ ยังคงสามารถเกิดปัญหาน้ำรอการระบายได้
จึงต้องแยกสถานการณ์ออกเป็นสองเรื่องให้ชัด คือ
“น้ำในอ่างเก็บน้ำ” บอกถึงปริมาณน้ำที่กักเก็บอยู่ในเขื่อนหรืออ่าง
ขณะที่ “น้ำท่วมขังในพื้นที่” อาจเกิดจากฝนตกหนักเฉพาะจุด ระบบระบายน้ำไม่ทัน หรือระดับน้ำในคลองและทางน้ำเพิ่มขึ้น
สองสถานการณ์นี้จึงไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นพร้อมกัน
แล้วพื้นที่ไหนของลพบุรีควรติดตาม?
จากสถานการณ์ล่าสุด ยังไม่มีข้อมูลในรายงานชุดนี้ที่ระบุว่าพื้นที่ใดของจังหวัดลพบุรีอยู่ในภาวะวิกฤต แต่ประชาชนในพื้นที่ต่อไปนี้ควรติดตามข้อมูลอย่างสม่ำเสมอในช่วงที่ยังมีฝน
1. ชุมชนและพื้นที่ลุ่มต่ำ
หากมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ควรสังเกตระดับน้ำบริเวณถนน คูระบายน้ำ และพื้นที่ที่เคยมีประวัติน้ำรอการระบาย
2. พื้นที่ใกล้คลองชัยนาท–ป่าสักและคลองชลประทาน
ควรติดตามระดับน้ำและประกาศการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกในพื้นที่หรือมีการปรับการส่งและระบายน้ำ
3. พื้นที่ริมแม่น้ำป่าสัก
แม้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ยังมีพื้นที่รองรับน้ำอีกมาก แต่พื้นที่ริมแม่น้ำควรติดตามทั้งปริมาณน้ำจากเขื่อนและน้ำที่เกิดจากฝนในพื้นที่ท้ายเขื่อน
4. พื้นที่เกษตร
เกษตรกรควรตรวจสอบคูคลอง ทางระบายน้ำ และติดตามแผนการส่งน้ำของชลประทาน เพื่อเตรียมรับมือหากมีฝนตกสะสมในช่วงต่อไป
สรุปสถานการณ์ล่าสุด
จากข้อมูลของสำนักงานชลประทานที่ 10 ณ วันที่ 16 สิงหาคม 2569 สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ยังไม่อยู่ในระดับสูง
ตัวเลขสำคัญที่ควรรู้คือ
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
💧 ปริมาณน้ำ 248.28 ล้าน ลบ.ม.
📊 คิดเป็น 28.49% ของความจุ
อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ ชป.10
💧 ปริมาณน้ำรวม 393.67 ล้าน ลบ.ม.
📊 คิดเป็น 30.32% ของความจุรวม
ดังนั้น ประเด็นที่ประชาชนลพบุรีควรติดตามในช่วงนี้ไม่ใช่เพียงคำถามว่า “เขื่อนเต็มหรือยัง?” แต่ควรดูพร้อมกันทั้ง ฝนที่ตกในพื้นที่ ระดับน้ำในแม่น้ำและคลอง การบริหารจัดการน้ำ และสถานการณ์ในพื้นที่ลุ่มต่ำ
หากมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ควรติดตามข้อมูลจากสำนักงานชลประทานที่ 10 จังหวัดลพบุรี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
ข้อมูล: สำนักงานชลประทานที่ 10 กรมชลประทาน
ข้อมูลสถานการณ์ ณ วันที่ 16 สิงหาคม 2569




