ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
วันจันทร์, 17 สิงหาคม 2026
28°C ลพบุรี, ประเทศไทย
มีเมฆบางส่วน
ข่าวล่าสุด
17 ส.ค. 256923:53เช็กสถานการณ์น้ำลพบุรี 17 ส.ค. เขื่อนป่าสักฯ มีน้ำ 28.49% จุดไหนต้องติดตามต่อ17 ส.ค. 256923:50ลำนารายณ์เทรดแฟร์ 2569 เปิด 17 ส.ค. เช็กของกิน 4 ภาค สวนสนุก พร้อมคอนเสิร์ต 9 วัน17 ส.ค. 256923:48ลพบุรี เอฟซี พ่ายปากน้ำโพ 0-4 ด้าน ลพบุรี โพมา เอฟซี แพ้ราชนาวี 0-5 เกมอุ่นเครื่องก่อนเปิดฤดูกาล17 ส.ค. 256918:42รถไฟทางคู่ มอเตอร์เวย์ และอนาคตเศรษฐกิจลพบุรี16 ส.ค. 256917:19ตำรวจลพบุรีเดินหน้ากวาดล้างยาเสพติด จับผู้ต้องหาหลายพื้นที่ พบยาบ้ารวมกว่า 300 เม็ด พร้อมคดีอาวุธปืนและล่าสัตว์ป่า15 ส.ค. 256923:55ลพบุรีโชว์เสน่ห์ “ผ้าไทยเมืองละโว้” เดินหน้าผลักดันสู่มรดกวัฒนธรรม UNESCO15 ส.ค. 256923:48ลพบุรีคัดเลือกครู 2 ราย เป็นตัวแทนชิง “รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี” ครั้งที่ 714 ส.ค. 256922:47ลพบุรีเร่งเพิ่มทางรอดนมล้นตลาด ฝึกเกษตรกรแปรรูปนมสร้างมูลค่า14 ส.ค. 256922:46ลพบุรีหารือปรับผังเมืองรับการลงทุน ดันท่องเที่ยวชุมชนกระจายรายได้14 ส.ค. 256922:44เช็กโปรแกรม 2 ทีมลพบุรี ลุยเกมอุ่นเครื่อง 15 ส.ค. ลพบุรี เอฟซี พบปากน้ำโพ – Puma FC เยือนราชนาวี
View All Breaking News ›

เช็กสถานการณ์น้ำลพบุรี 17 ส.ค. เขื่อนป่าสักฯ มีน้ำ 28.49% จุดไหนต้องติดตามต่อ

16 ส.ค. 2569👁 อ่าน 0 ครั้ง

เช็กสถานการณ์น้ำลพบุรีรับเช้าวันที่ 17 สิงหาคม 2569 จากข้อมูลล่าสุดของสำนักงานชลประทานที่ 10 ซึ่งรายงานสถานการณ์ ณ วันที่ 16 สิงหาคม พบว่า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำ 248.28 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 28.49% ของความจุ ขณะที่ภาพรวมอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 10 ยังมีปริมาณน้ำรวมประมาณ 393.67 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 30.32% ของความจุรวม

จากตัวเลขดังกล่าว ภาพรวมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำยังไม่ได้อยู่ในระดับสูง แต่ในช่วงฤดูฝนประชาชนยังควรติดตามทั้งปริมาณฝน น้ำในแม่น้ำและคลองสายหลัก ตลอดจนการบริหารจัดการน้ำของหน่วยงานชลประทานอย่างต่อเนื่อง เพราะสถานการณ์แต่ละพื้นที่อาจแตกต่างกัน

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีน้ำ 248.28 ล้าน ลบ.ม. หรือ 28.49%

ข้อมูลประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2569 ระบุว่า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำ 248.28 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 28.49% โดยมีปริมาณน้ำใช้การได้ประมาณ 245.28 ล้านลูกบาศก์เมตร

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ยังมีพื้นที่สำหรับรองรับน้ำเพิ่มเติมอีกมาก ดังนั้น ณ ข้อมูลล่าสุด ประเด็นที่ต้องติดตามจึงยังไม่ใช่ภาวะน้ำเต็มอ่างหรือน้ำล้นเขื่อน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงฤดูฝนควรติดตามปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหากพื้นที่เหนือเขื่อนมีฝนตกหนักหรือฝนสะสมหลายวันติดต่อกัน

อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ ชป.10 มีน้ำรวมประมาณ 30%

สำนักงานชลประทานที่ 10 รายงานสถานการณ์อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่รับผิดชอบ ณ วันที่ 16 สิงหาคม 2569 พบว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่มีความจุรวมประมาณ 1,296.635 ล้านลูกบาศก์เมตร

ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวมประมาณ 393.67 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 30.32% ของความจุรวม

ในจำนวนนี้เป็นน้ำใช้การได้ประมาณ 336.635 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 31%

สำหรับเขื่อนและอ่างเก็บน้ำสำคัญที่ปรากฏในรายงาน ได้แก่

  • เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีน้ำ 248.28 ล้าน ลบ.ม. หรือ 28.49%
  • อ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก มีน้ำ 113.79 ล้าน ลบ.ม. หรือ 58.73%
  • อ่างเก็บน้ำห้วยหินขาว มีน้ำ 38.942 ล้าน ลบ.ม. หรือ 53.21%
  • อ่างเก็บน้ำมวกเหล็กตอนบน มีน้ำ 171.67 ล้าน ลบ.ม. หรือ 51.00%

เมื่อดูภาพรวมจึงยังไม่พบอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในรายงานชุดนี้ที่มีปริมาณน้ำเกิน 80% ของความจุ

คลองชัยนาท–ป่าสัก ยังเป็นหนึ่งในเส้นทางน้ำที่ต้องติดตาม

นอกจากน้ำในเขื่อนแล้ว สิ่งที่ประชาชนลพบุรีควรติดตามควบคู่กันคือสถานการณ์ใน คลองชัยนาท–ป่าสักและระบบคลองชลประทาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายบริหารจัดการน้ำที่เชื่อมโยงพื้นที่ภาคกลางตอนบนกับลพบุรี

ข้อมูลจากผังสถานการณ์น้ำของสำนักงานชลประทานที่ 10 แสดงให้เห็นการบริหารน้ำผ่านประตูระบายน้ำและคลองหลายสายเข้าสู่พื้นที่ลพบุรีและจังหวัดใกล้เคียง

ดังนั้น การประเมินสถานการณ์น้ำของลพบุรีไม่ควรดูเฉพาะตัวเลขในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เพียงแห่งเดียว แต่ต้องพิจารณา ฝนในพื้นที่ ปริมาณน้ำในคลอง ระบบระบายน้ำ และการบริหารน้ำจากพื้นที่ด้านเหนือ ประกอบกัน

ช่วงฤดูฝน สิ่งที่ต้องดูคือ “ฝนตกที่ไหน” ไม่ใช่ดูเฉพาะน้ำในเขื่อน

แม้ปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ล่าสุดอยู่เพียง 28.49% แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่จะไม่มีโอกาสเกิดน้ำท่วมขัง

หากเกิดฝนตกหนักเฉพาะพื้นที่ในระยะเวลาสั้น ๆ พื้นที่ลุ่มต่ำ ชุมชนที่ระบายน้ำได้ช้า หรือพื้นที่เกษตรที่อยู่ใกล้คลองและทางน้ำ ยังคงสามารถเกิดปัญหาน้ำรอการระบายได้

จึงต้องแยกสถานการณ์ออกเป็นสองเรื่องให้ชัด คือ

“น้ำในอ่างเก็บน้ำ” บอกถึงปริมาณน้ำที่กักเก็บอยู่ในเขื่อนหรืออ่าง

ขณะที่ “น้ำท่วมขังในพื้นที่” อาจเกิดจากฝนตกหนักเฉพาะจุด ระบบระบายน้ำไม่ทัน หรือระดับน้ำในคลองและทางน้ำเพิ่มขึ้น

สองสถานการณ์นี้จึงไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นพร้อมกัน

แล้วพื้นที่ไหนของลพบุรีควรติดตาม?

จากสถานการณ์ล่าสุด ยังไม่มีข้อมูลในรายงานชุดนี้ที่ระบุว่าพื้นที่ใดของจังหวัดลพบุรีอยู่ในภาวะวิกฤต แต่ประชาชนในพื้นที่ต่อไปนี้ควรติดตามข้อมูลอย่างสม่ำเสมอในช่วงที่ยังมีฝน

1. ชุมชนและพื้นที่ลุ่มต่ำ

หากมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ควรสังเกตระดับน้ำบริเวณถนน คูระบายน้ำ และพื้นที่ที่เคยมีประวัติน้ำรอการระบาย

2. พื้นที่ใกล้คลองชัยนาท–ป่าสักและคลองชลประทาน

ควรติดตามระดับน้ำและประกาศการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกในพื้นที่หรือมีการปรับการส่งและระบายน้ำ

3. พื้นที่ริมแม่น้ำป่าสัก

แม้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ยังมีพื้นที่รองรับน้ำอีกมาก แต่พื้นที่ริมแม่น้ำควรติดตามทั้งปริมาณน้ำจากเขื่อนและน้ำที่เกิดจากฝนในพื้นที่ท้ายเขื่อน

4. พื้นที่เกษตร

เกษตรกรควรตรวจสอบคูคลอง ทางระบายน้ำ และติดตามแผนการส่งน้ำของชลประทาน เพื่อเตรียมรับมือหากมีฝนตกสะสมในช่วงต่อไป

สรุปสถานการณ์ล่าสุด

จากข้อมูลของสำนักงานชลประทานที่ 10 ณ วันที่ 16 สิงหาคม 2569 สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ยังไม่อยู่ในระดับสูง

ตัวเลขสำคัญที่ควรรู้คือ

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
💧 ปริมาณน้ำ 248.28 ล้าน ลบ.ม.
📊 คิดเป็น 28.49% ของความจุ

อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ ชป.10
💧 ปริมาณน้ำรวม 393.67 ล้าน ลบ.ม.
📊 คิดเป็น 30.32% ของความจุรวม

ดังนั้น ประเด็นที่ประชาชนลพบุรีควรติดตามในช่วงนี้ไม่ใช่เพียงคำถามว่า “เขื่อนเต็มหรือยัง?” แต่ควรดูพร้อมกันทั้ง ฝนที่ตกในพื้นที่ ระดับน้ำในแม่น้ำและคลอง การบริหารจัดการน้ำ และสถานการณ์ในพื้นที่ลุ่มต่ำ

หากมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ควรติดตามข้อมูลจากสำนักงานชลประทานที่ 10 จังหวัดลพบุรี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

ข้อมูล: สำนักงานชลประทานที่ 10 กรมชลประทาน
ข้อมูลสถานการณ์ ณ วันที่ 16 สิงหาคม 2569