ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
วันจันทร์, 14 กันยายน 2026
☁️
24°C ลพบุรี, ประเทศไทย
มีเมฆมาก
ข่าวล่าสุด
14 ก.ย. 256918:48ไม่มีรถก็เที่ยวได้! นั่งรถไฟมาลพบุรี 1 วัน เดินเมืองเก่า–ต่อสองแถวไปสวนสัตว์14 ก.ย. 256918:46Bike Rally Lopburi 2026 ปั่น 40–80 กม. เชื่อมอ่างซับเหล็ก–ชุมชน คนร่วมกว่า 1,500 คน13 ก.ย. 256923:34125 ปีสถานีรถไฟลพบุรี EP.2 จากสถานีไม้…สู่อาคารที่เราคุ้นตาในวันนี้13 ก.ย. 256923:32เปิดแล้ว “ตลาดฮิมน้ำลาวเวียงบ้านป่าตาล” นัดทุกเสาร์สัปดาห์ที่ 2 และ 4 ของเดือน13 ก.ย. 256923:30ฝนหนักลพบุรี โคกตูมเร่งสำรวจความเสียหาย–พัฒนานิคมขุดร่องเปิดทางน้ำ12 ก.ย. 256922:43ลพบุรีเดินหน้าถ่ายโอน รพ.สต.สู่อบจ. เชื่อม 5 โรงพยาบาลแม่ข่ายกับ 14 รพ.สต.12 ก.ย. 256922:42เปิดผล TO BE NUMBER ONE ลพบุรี 2569 ใครคว้า IDOL–ทีมไหนได้ไปต่อระดับภาค?12 ก.ย. 256922:40ลพบุรีรวม 4 วิทยาลัยนาฏศิลป จัดมหกรรมศิลปวัฒนธรรม “ถวายอาลัยพระมิ่งแม่แห่งแผ่นดิน”11 ก.ย. 256922:48ลพบุรีปล่อยสัตว์น้ำกว่า 300,000 ตัว ลงคลองชัยนาท-ป่าสักที่บ้านหมี่11 ก.ย. 256922:46ลพบุรีจัด “เข้าพรรษา เข้าหาธรรม” ครั้งที่ 6 เดินหน้าครบ 12 ครั้งตลอดช่วงเข้าพรรษา
View All Breaking News ›

วิกฤตฌาปนกิจ เงินออมที่ไม่ใช่เงินออม เมื่อกองทุนล่ม ใครรับผิดชอบ?

18 ก.พ. 2569👁 อ่าน 42 ครั้ง

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีข่าวการ “ยกเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ (ฌปน.)” หลายแห่งทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง บางแห่งปิดกิจการแบบกะทันหัน บางแห่งถูกนายทะเบียนสั่งเลิก ทิ้งคำถามสำคัญไว้กับสมาชิกนับหมื่นคนว่า เงินที่ส่งสะสมมาหลายปีจะได้คืนหรือไม่

สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เพียงปัญหาทางบัญชี แต่คือ “วิกฤตความเชื่อมั่น” ของระบบฌาปนกิจที่คนจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่าเป็นรูปแบบการออมเงินเพื่ออนาคต

เงินออม…ที่แท้จริงคือเงินสงเคราะห์

ฌาปนกิจสงเคราะห์ ไม่ใช่กองทุนออมเงินแบบธนาคาร แต่เป็นระบบช่วยเหลือกันเมื่อสมาชิกเสียชีวิต สมาชิกแต่ละคนจะร่วมกันสมทบเงิน เพื่อจ่ายให้ทายาทของผู้เสียชีวิตในแต่ละครั้ง

ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น แต่สมาชิกบางส่วน “ขาดส่งเงิน” ทำให้เงินกองทุนไม่พอจ่าย เกิดการค้างจ่ายสะสมเป็นวงเงินมหาศาล บางพื้นที่มีมูลค่าค้างจ่ายรวมกว่า 1.4 พันล้านบาท จนกองทุนเข้าสู่ภาวะขาดสภาพคล่องอย่างหนัก

เมื่อเงินไม่พอจ่าย กองทุนก็ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ และสุดท้ายต้องปิดกิจการ

5 ปัจจัยหลักที่ทำให้หลายสมาคมต้องยุติกิจการ

1. ขาดสภาพคล่องรุนแรง
มีการค้างจ่ายเงินสงเคราะห์ให้ทายาทสมาชิกจำนวนมาก ทำให้ระบบหมุนเวียนล้มเหลว

2. สมาชิกขาดส่งเงินต่อเนื่อง
ระบบฌาปนกิจพึ่งพาการสมทบจากสมาชิกเป็นหลัก หากสมาชิกไม่ส่งเงินตามกำหนด เงินกองกลางก็ไม่เพียงพอ

3. ความเข้าใจคลาดเคลื่อน
สมาชิกจำนวนมากเข้าใจว่าเป็น “เงินออม” ที่จะได้รับคืนในอนาคต แต่ความจริงคือเป็นระบบช่วยเหลือเมื่อเสียชีวิต หากกองทุนล่ม สมาชิกอาจไม่ได้รับเงินคืน

4. ถูกสั่งเลิกโดยนายทะเบียน
บางแห่งถูกสั่งเลิกกิจการเนื่องจากดำเนินการไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือไม่สามารถจัดการภารกิจตามข้อบังคับได้

5. ปัญหาการบริหารจัดการ
มีบางกรณีพบปัญหาการบริหารงานไม่โปร่งใส หรือการใช้เงินไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์

เมื่อกองทุนล่ม สมาชิกควรทำอย่างไร?

ผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ควรนิ่งเฉย ควรรวมกลุ่มสมาชิกเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และติดต่อหน่วยงานรัฐในพื้นที่ เช่น

  • สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.)
  • ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด

เพื่อขอคำแนะนำด้านกฎหมาย และแนวทางดำเนินการต่อไป

บทเรียนสำคัญ: โปร่งใส และเข้าใจระบบก่อนตัดสินใจ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า ระบบที่พึ่งพาการสมทบกันเอง ต้องอาศัยวินัยของสมาชิกและความโปร่งใสในการบริหาร หากขาดหนึ่งในสองปัจจัยนี้ ระบบทั้งระบบอาจล้มได้ทันที

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “เงินหายไปไหน”
แต่คือ “ระบบกำกับดูแลและความรู้ของสมาชิกเพียงพอหรือไม่”

ในวันที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังคงกดดันประชาชน การตัดสินใจเข้าร่วมกองทุนใดก็ตาม ควรตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้าน เข้าใจเงื่อนไขอย่างชัดเจน และติดตามสถานะการเงินขององค์กรอย่างสม่ำเสมอ

เพราะเมื่อถึงวันที่เกิดวิกฤต ความเสียหายอาจไม่ใช่แค่ตัวเลขในบัญชี แต่คือความหวังของครอบครัวหนึ่งทั้งครอบครัว