ลพบุรีเผชิญสถานการณ์น้ำตึงตัว หลังสำนักงานชลประทานที่ 10 รายงาน ณ วันที่ 16 เมษายน 2569 ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหลักเหลือเพียงราว 27.89% เสี่ยงกระทบภาคเกษตรและการใช้น้ำในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้งที่กำลังทวีความรุนแรง
สถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดลพบุรีเริ่มน่าเป็นห่วง หลังรายงานจากสำนักงานชลประทานที่ 10 ระบุว่า ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางในภาพรวม มีน้ำอยู่เพียงประมาณ 960 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 27.89% ของความจุทั้งหมด ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลยังชี้ให้เห็นว่า พื้นที่ลุ่มน้ำป่าสักและลุ่มน้ำใกล้เคียงเริ่มเผชิญภาวะน้ำต้นทุนไม่เพียงพอ โดยเฉพาะน้ำที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เหลืออยู่ในสัดส่วนที่จำกัด ส่งผลให้ภาคเกษตรกรรม ซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบโดยตรง ทั้งในด้านการเพาะปลูกและผลผลิต
ขณะเดียวกัน แผนบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2568/2569 ถูกนำมาใช้ควบคู่กับมาตรการจำกัดการใช้น้ำในบางพื้นที่ เพื่อรักษาสมดุลน้ำต้นทุนให้เพียงพอตลอดฤดูแล้ง โดยมีการจัดลำดับความสำคัญการใช้น้ำ ทั้งเพื่อการอุปโภคบริโภค ระบบนิเวศ และภาคเกษตร
นอกจากนี้ ยังมีการติดตามสถานการณ์น้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งวางแผนผันน้ำและกระจายน้ำให้เหมาะสมกับพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่เกษตรนอกเขตชลประทานที่อาจได้รับผลกระทบก่อน
ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรน้ำประเมินว่า หากไม่มีฝนตกเติมน้ำในช่วงปลายฤดูแล้ง สถานการณ์อาจยิ่งทวีความรุนแรง และส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
ลพบุรีเป็นพื้นที่เกษตรกรรมสำคัญในภาคกลาง โดยเฉพาะลุ่มน้ำป่าสัก ซึ่งพึ่งพาน้ำจากอ่างเก็บน้ำและระบบชลประทานเป็นหลัก การลดลงของน้ำต้นทุนในช่วงฤดูแล้งจึงส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจฐานราก
