จังหวัดลพบุรีเดินหน้าสร้างโอกาสให้ผู้ต้องขังกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ โดยเรือนจำกลางลพบุรีจัดพิธีปิดโครงการพระราชทาน “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” รุ่นที่ 8/1 เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงแก่ผู้ต้องขังจำนวน 100 คน เตรียมความพร้อมสู่การประกอบอาชีพและการพึ่งพาตนเองภายหลังพ้นโทษ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ณ เรือนจำกลางจังหวัดลพบุรี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานในพิธีปิดการฝึกอบรมตามโครงการพระราชทาน “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” รุ่นที่ 8/1 โดยมี นายวินัย หมวกมณี ผู้บัญชาการเรือนจำกลางลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ และผู้ต้องขังที่เข้ารับการอบรมจำนวน 100 คน เข้าร่วมพิธี
โครงการดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2569 รวมระยะเวลา 14 วัน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ การจัดการทรัพยากร และการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการพัฒนาศักยภาพผู้ต้องขังก่อนกลับคืนสู่สังคม
ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีกล่าวว่า เรือนจำกลางลพบุรีได้น้อมนำแนวพระราชดำริในการ “สืบสาน รักษา ต่อยอด” โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผู้ต้องขัง ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนทัศนคติ ฝึกวินัย และลงมือปฏิบัติจริง เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปต่อยอดสร้างอาชีพได้ภายหลังพ้นโทษ
นอกจากนี้ยังเน้นย้ำให้ผู้เข้ารับการอบรมนำหลัก “พอกิน พออยู่ พอใช้ พอร่มเย็น” ไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิต สร้างความมั่นคงให้ตนเองและครอบครัว ลดโอกาสการกลับไปกระทำผิดซ้ำ และสามารถกลับมาเป็นกำลังสำคัญของสังคมได้อีกครั้ง
ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการฝึกอบรม จะมีการดำเนินการตามขั้นตอนการปล่อยตัวผู้ต้องขังที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2569 ต่อไป
Info Box
- โครงการ : โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์
- รุ่น : 8/1
- ผู้เข้ารับการอบรม : 100 คน
- ระยะเวลาอบรม : 19 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2569
- สถานที่ : เรือนจำกลางจังหวัดลพบุรี
- เป้าหมาย : สร้างอาชีพ พัฒนาคุณภาพชีวิต และลดการกระทำผิดซ้ำ
โครงการพระราชทาน “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง” เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญของกรมราชทัณฑ์ที่น้อมนำศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้กับการพัฒนาผู้ต้องขัง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนคืนคนดีสู่สังคม และสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพอย่างสุจริตภายหลังพ้นโทษ
