รู้จัก “แกงส้มไหลผักปอด” จากผักตบชวาในลำน้ำ สู่อาหารพื้นบ้านมอญบางขันหมาก

“ผักปอด” ที่ชาวมอญบางขันหมากเรียกกัน แท้จริงคือผักตบชวาที่หลายคนคุ้นตาตามแม่น้ำลำคลอง แต่สำหรับชุมชนมอญบางขันหมาก อำเภอเมืองลพบุรี พืชชนิดนี้เป็นวัตถุดิบของ “แกงส้มไหลผักปอด” อาหารพื้นบ้านที่มีการสืบทอดกันมานานกว่า 100 ปี สะท้อนภูมิปัญญาการเลือกใช้พืชรอบตัวมาเป็นอาหาร
หากพูดถึง “ผักตบชวา” หลายคนอาจนึกถึงวัชพืชลอยน้ำที่พบเห็นได้ตามแม่น้ำและลำคลอง แต่ที่ ตำบลบางขันหมาก อำเภอเมืองลพบุรี ชุมชนชาวไทยเชื้อสายมอญมีอีกมุมหนึ่งของพืชชนิดนี้ที่น่าสนใจ เพราะนำส่วนที่เรียกว่า “ไหลผักปอด” มาปรุงเป็นแกงส้มอาหารพื้นบ้านที่สืบทอดกันมานาน
สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองลพบุรีเผยแพร่เรื่องราวของ “แกงส้มไหลผักปอด” เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยระบุว่า ชาวมอญบางขันหมากเรียกผักตบชวาว่า “ผักปอด” และมีการนำไหลของผักปอดมาประกอบอาหารกันมานานกว่า 100 ปี
“ไหลผักปอด” คือส่วนไหน?
จุดสำคัญคือ แกงส้มชนิดนี้ ไม่ได้หมายถึงการนำผักตบชวาทั้งต้นมาใส่หม้อ
ข้อมูลด้าน Gastronomy Tourism ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอธิบายว่า ส่วนที่นำมาปรุงอาหารเรียกว่า “ไหล” โดยใช้ส่วนแกนกลาง นำมาลอกเปลือกและล้างให้สะอาดก่อนนำไปประกอบอาหาร
อีกสิ่งสำคัญคือการเลือกวัตถุดิบ ข้อมูลดังกล่าวระบุว่าชุมชนเลือกผักตบชวาจาก แหล่งน้ำธรรมชาติที่สะอาดและมีการถ่ายเท ไม่ใช่นำผักตบชวาจากแหล่งน้ำใดก็ได้มารับประทาน
จากพืชริมลำน้ำ กลายเป็นแกงส้มรสจัดจ้าน
วิธีปรุงตามข้อมูลของสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองลพบุรี เริ่มจากการโขลกพริกแกง ก่อนนำพริกแกงไปโขลกรวมกับเนื้อปลา
จากนั้นตั้งน้ำให้เดือด ใส่ไหลผักปอด ตามด้วยเครื่องแกง และปรุงรสด้วย น้ำปลาและน้ำมะขามเปียก
จุดเด่นของวัตถุดิบชนิดนี้อยู่ที่เนื้อสัมผัสของไหลผักปอด ซึ่งมีลักษณะ กรุบกรอบ เมื่ออยู่ในแกงส้ม จึงเกิดเป็นอาหารพื้นบ้านอีกเมนูหนึ่งที่มีเอกลักษณ์ของชุมชน
Thai PBS เคยนำเสนอ “แกงส้มไหลผักปอด” ในรายการกินอยู่คือ โดยจัดให้เป็นอาหารพื้นบ้านของชาวมอญและเป็นเมนูที่หากินได้ยาก สะท้อนว่าเมนูนี้ไม่ได้เป็นเพียงสูตรอาหาร แต่ยังเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอาหารของชุมชนด้วย
ทำไมชาวมอญบางขันหมากจึงกิน “ผักปอด”?
คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่ภูมิประเทศและวิถีชีวิต
สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองลพบุรีอธิบายว่า ชาวมอญในพื้นที่มีบ้านเรือนอยู่ใกล้แม่น้ำ ทำให้รู้จักนำพืชที่หาได้จากแหล่งน้ำมาประกอบอาหาร
จากพืชน้ำที่มีอยู่รอบตัว จึงเกิดภูมิปัญญาในการเลือกส่วนที่นำมารับประทานได้ และพัฒนากลายเป็นอาหารประจำถิ่นที่ถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง
หน่วยงานดังกล่าวมองว่า “แกงส้มไหลผักปอด” สะท้อนวิถีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่ายและความสร้างสรรค์ของชาวมอญบางขันหมากในการนำพืชรอบตัวมาประกอบอาหาร
เมนูเก่าแก่ที่ยังมีคนช่วยกันรักษา
เรื่องราวของแกงส้มไหลผักปอดไม่ได้เพิ่งปรากฏในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ข้อมูลข่าวย้อนหลังตั้งแต่ปี 2559 มีการบันทึกถึงชาวมอญบางขันหมากที่พยายามอนุรักษ์เมนูนี้และถ่ายทอดให้เยาวชนรู้จัก โดยคนในชุมชนให้ข้อมูลในขณะนั้นว่า เมนูดังกล่าวเริ่มหารับประทานได้ยากขึ้น เนื่องจากคนรุ่นหลังรู้จักน้อยลง
ขณะที่ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหารของไทยยังบันทึกว่า ชุมชนมอญบางขันหมากรักษาเมนูนี้ไว้ และมีการนำมาปรุงในโอกาสสำคัญของชุมชน เช่น งานบุญต่าง ๆ
ดังนั้น “แกงส้มไหลผักปอด” จึงน่าสนใจมากกว่าเพียงความแปลกที่ว่า “ผักตบชวากินได้” เพราะเบื้องหลังหนึ่งหม้อแกงยังมีเรื่องของลำน้ำ การเลือกวัตถุดิบ ภูมิปัญญาการกิน และความพยายามรักษาอาหารของชุมชนมอญบางขันหมากเอาไว้
สำหรับคนลพบุรี เมนูนี้จึงเป็นอีกหนึ่งรสชาติท้องถิ่นที่บอกเล่าเรื่องราวของผู้คนริมลำน้ำลพบุรีได้เป็นอย่างดี
- “ผักปอด” เป็นชื่อที่ใช้เรียกผักตบชวาในบริบทของอาหารพื้นบ้านมอญบางขันหมาก
- ส่วนที่นำมาทำแกงส้มเรียกว่า “ไหลผักปอด” โดยมีการเลือกและเตรียมส่วนที่เหมาะสมก่อนปรุง
- ข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองลพบุรีระบุว่า เมนูนี้มีการรับประทานสืบทอดกันมานานกว่า 100 ปี
- ไหลผักปอดมีจุดเด่นด้านเนื้อสัมผัสกรุบกรอบ
- ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวระบุว่าการนำมาประกอบอาหารต้องเลือกวัตถุดิบจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่สะอาดและมีการถ่ายเท ไม่ควรเข้าใจว่าผักตบชวาจากทุกแหล่งน้ำสามารถนำมารับประทานได้
ข้อมูลหลัก: สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองลพบุรี — “ชวนเที่ยวชวนชิม แกงส้มไหลผักปอด ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ตำบลบางขันหมาก” เผยแพร่ 2 กุมภาพันธ์ 2569
ข้อมูลประกอบ: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย — Gastronomy Tourism
ข้อมูลประกอบ: รายการกินอยู่คือ Thai PBS
ข้อมูลย้อนหลัง: ข่าวการอนุรักษ์อาหารพื้นบ้านของชุมชนมอญบางขันหมาก ปี 2559
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




