ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
วันอาทิตย์, 25 ตุลาคม 2026
🌤️
32°C ลพบุรี, ประเทศไทย
แจ่มใสเป็นส่วนใหญ่
ข่าวล่าสุด
24 ต.ค. 256923:55เดิน–วิ่ง–ปั่นป้องกันอัมพาตลพบุรี 1 พ.ย. เริ่ม 05.30 น. ระยะทาง 5 กม.24 ต.ค. 256923:54RE-X-RAY แม่น้ำลพบุรี ยังไม่พบจระเข้ กรงดักเจอตัวเงินตัวทองขนาดใหญ่24 ต.ค. 256923:52บ้านหมี่จับผู้ต้องหาคดียาเสพติด 3 ราย เจ้าหน้าที่ระบุยึดยาบ้ารวม 6,219 เม็ด24 ต.ค. 256923:48ลพบุรีวางพวงมาลา “วันปิยมหาราช” น้อมรำลึก ร.5 วันที่ 23 ตุลาคม22 ต.ค. 256900:01ลพบุรีจัด “เข้าพรรษา เข้าหาธรรม” ครั้งที่ 12 ชวนข้าราชการนำหลักธรรมใช้กับชีวิต–การทำงาน22 ต.ค. 256923:59ลพบุรีรับถุงยังชีพจากมูลนิธิฮอนด้า ลงช่วยน้ำท่วม 3 ตำบลในอำเภอเมือง22 ต.ค. 256923:56ท่าหลวงทอดผ้าป่าระดมทุนปรับห้องกายภาพ รพ.ท่าหลวง หวังลดภาระคนไข้เดินทางเข้าเมือง22 ต.ค. 256923:54ลำสนธิเตรียมปั้น “ปรางค์นางผมหอม” เป็นจุดเที่ยวประวัติศาสตร์ วางแผนจัดงานต้นปี 257022 ต.ค. 256923:52ลพบุรีปลูก “ต้นมะริด” 180 ต้น ที่วินิตศึกษา แห่งที่ 2 ตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่สีเขียว21 ต.ค. 256923:39ศาลากลางลพบุรีขายขยะรีไซเคิลครั้งแรก 29 หน่วยงาน รวมกว่า 2.42 ตัน
View All Breaking News ›
LOPBURI TODAYLOCAL NEWS

เกษตรกร ผู้ปลูกหัวไชเท้าแปลงใหญ่ยิ้มได้ ปีนี้หนาวนาน ผลผลิตดี เร่งเก็บขายในช่วงตรุษจีน

27 ม.ค. 2568👁 อ่าน 25 ครั้ง
SHARE f LINE

เกษตรกร ผู้ปลูกหัวไชเท้าแปลงใหญ่ จังหวัดลพบุรี ยิ้มได้ ปีนี้หนาวนาน ผลผลิตดี เร่งเก็บขายในช่วงตรุษจีน ทำให้ต้องเพิ่มแรงงานให้ทันต่อความต้องการของตลาด

ก่อนเทศกาลตรุษจีน กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ผู้ปลูกหัวไชเท้า พากันยิ้มออก เนื่องจากปีนี้ สภาพอากาศดี หนาวนาน ทำให้ได้ผลผลิตดีกว่าทุกปี จึงได้เร่งเก็บผลผลิตหัวไชเท้า ส่งสู่ตลาดเฉลี่ย วันละ 80-100 ตัน ต่อวัน สร้างรายได้เป็นอย่างดี และกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด ก่อนถึงเทศกาลตรุษจีน ทำให้ต้องเพิ่มแรงงาน เร่งเก็บผลผลิตให้ทันต่อความต้องการของตลาด

ซึ่งกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ผู้ปลูกหัวไชเท้า ในพื้นที่ ตำบลโคกตูม จังหวัดลพบุรี รวมกว่า 10 หมู่บ้าน ซึ่งหันมาสร้างรายได้เพิ่ม หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชไร่ (ข้าวโพด) ปรับเปลี่ยนพื้นที่ว่างหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ของแต่ละหมู่บ้าน รวมกว่า 500 ไร่ มาปลูก “หัวไชเท้า” หรือหัวผักกาด พืชระยะสั้น ซึ่งใช้ระยะเวลาการเพาะปลูก เพียง 45-50 วัน ก็สามารถจะเก็บผลผลิตสู่ตลาดสร้างรายได้ ซึ่งเกษตรกรจะวางแผนการเพาะปลูก เพื่อให้ผลผลิตออกทันจำหน่ายก่อนถึงเทศกาลตรุษจีน ในแต่ละปี ซึ่งหัวไชเท้าในพื้นที่แห่งนี้ จะถูกนำไปขายยังตลาดไทย และตลาด 4 มุมเมือง เนื่องจากพื้นที่ตำบลโคกตูม ถือเป็นแหล่งเพาะปลูกหัวไชเท้าแหล่งใหญ่ ในลำดับต้นๆ ของประเทศ ทำให้ทุกแปลงปลูกต้องเพิ่มคนงาน เร่งเก็บผลผลิตส่งสู่ตลาด ส่งผลให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ให้แก่คนในพื้นที่ เนื่องจากขณะนี้ หัวไชเท้ากำลังเป็นที่ต้องการของตลาด โดยแต่ละวันจะมีหัวไชเท้าในพื้นที่ ส่งออกสู่ตลาด เฉลี่ย วันละ 80 – 100 ตันต่อวัน  ซึ่งต่างจากช่วงเวลาปกติ ที่ไม่ตรงกับเทศกาลตรุษจีน จะมีผลผลิตออกสู่ตลาด เพียงวันละ 30 ตันต่อวัน เท่านั้น  

สำหรับขั้นตอนการคัด “หัวไชเท้า” หากมีหัวที่ใหญ่และสวยจะถูกแพ็ค จะบรรจุในถุงละ 10 กิโลกรัม โดยมีราคาเฉลี่ย 100 – 120 บาท (ราคาส่ง) ต่อถุง แล้วแต่ช่วงเวลา โดยเฉพาะช่วงเทศกาลก็จะมีราคาดีขึ้นมาก แต่ถ้าหัวไชเท้าที่มีขนาดเล็กไม่สวยจะนำส่งเข้าโรงงานแปรรูป เป็น “หัวไชเท้าดอง” โดยราคาเข้าโรงงานจะได้กิโลกรัมละ 3-5 บาท ภายในหนึ่งปีเกษตรกรจะสามารถปลูกหัวไชเท้าได้ 1-2 ครั้ง แล้วแต่จำนวนปริมาณน้ำที่มี และสภาพอากาศ เพราะหัวไชเท้าจะไม่สามารถปลูกได้ในช่วงที่สภาพอากาศร้อนจัด หรือมีฝนตกมากเกินไป

สำหรับคุณประโยชน์ของ หัวไชเท้า มีสรรพคุณที่หลากหลาย ในการบำรุงและป้องกันโรค อาทิเช่น ช่วยฟื้นฟูและบำรุงผิวพรรณ , การลดน้ำหนัก , ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย , ป้องกันโรคดีซ่าน , โรคริดสีดวงทวาร , ความผิดปกติของทางเดินปัสสาวะ , หัวใจและหลอดเลือด , ความดันโลหิตสูง , โรคไต ,โรคเบาหวาน และโรคระบบทางเดินหายใจ อีกทั้งยังช่วยลดการเจ็บปวดจากแมลงสัตว์กัดต่อย รวมถึง สามารถบรรเทาอาการคัน ได้ด้วย    

ขณะที่ นายมานัส สุขเจริญ ซึ่งเป็นหนึ่ง ในเกษตรกรผู้ปลูกหัวไชเท้า ในพื้นที่ หมู่ 7 ตำบลโคกตูม อ.เมือง จ.ลพบุรี และเป็นประธานกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ บอกว่า เกษตรกรผู้ปลูกหัวไชเท้า ในพื้นที่ส่วนใหญ่ หลังจากที่เกษตรกร เก็บเกี่ยวผลผลิต ข้าวโพด ไปแล้ว ในช่วงปลายฝนต้นหนาว ส่วนใหญ่ก็จะหันมาปลูกหัวไชเท้า เพื่อไม่ให้พื้นที่ว่างเปล่า โดยมีสมาชิกในกลุ่ม 18 ราย มีพื้นที่เพาะปลูกร่วมกัน กว่า 500 ไร่ ถือเป็นการสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี เนื่องจากผลผลิตของหัวไชเท้าที่ได้ในแต่ละปี ส่วนใหญ่จะเน้นให้ผลผลผลิตออกสู่ตลาดในช่วงเทศกาลตรุษจีน เนื่องจากมีราคาดี และเป็นที่ต้องการของตลาด ประกอบกับปีนี้ อากาศหนาวนาน ทำให้ได้ผลผลิตดีกว่าทุกปี

ข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี