น้ำท่วมบ้านหมี่ เงินเยียวยาไปถึงไหน? เช็กสิทธิ 9,000–ประกันภัยพิบัติ และเหตุที่บางบ้านยังรอ

หลังน้ำท่วมบ้านหมี่ คำถามเรื่อง “เงินจะได้เมื่อไร” กลายเป็นหนึ่งในเรื่องที่ประชาชนถามเข้ามา โดยเฉพาะความสับสนว่าเหตุรอบนี้จะได้รับเงินเยียวยา 9,000 บาท หรือเข้าสู่ระบบประกันภัยพิบัติที่เริ่มคุ้มครองตั้งแต่ 1 ตุลาคม ขณะที่ข้อมูลสาธารณะล่าสุดของลพบุรียังไม่บอกว่า บ้านหมี่มีผู้ยื่นกี่ครัวเรือน ผ่านการตรวจสอบแล้วกี่ราย และโอนเงินแล้วเท่าไร
หลังระดับน้ำในบางพื้นที่ของอำเภอบ้านหมี่เริ่มลดลง คำถามของประชาชนไม่ได้จบลงพร้อมกับน้ำ หนึ่งในประเด็นที่ Lopburi Today พบจากการติดตามเสียงประชาชน คือเรื่อง “เงินเยียวยาน้ำท่วม” โดยมีทั้งคำถามว่าได้เงินเท่าไร ต้องลงทะเบียนช่องทางไหน และเหตุใดบางครัวเรือนจึงยังไม่ได้รับเงิน
แต่ก่อนตอบว่า “เงินมาช้าหรือไม่” ต้องแยกให้ได้ก่อนว่า บ้านแต่ละหลังอยู่ในระบบช่วยเหลือชุดไหน เพราะปี 2569 มีเส้นแบ่งสำคัญอยู่ที่วันที่ 1 ตุลาคม
9,000 กับ 10,000 บาท ไม่ใช่เงินก้อนเดียวกัน
เงินสองตัวเลขนี้มาจากคนละระบบ
มาตรการแรกคือ เงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยช่วงฤดูฝน ปี 2569 ซึ่งรัฐบาลกำหนดให้ช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท ในกรณีที่อยู่อาศัยประจำได้รับผลกระทบตามหลักเกณฑ์ เช่น น้ำท่วมไม่เกิน 7 วันแต่ทรัพย์สินเสียหาย หรือถูกน้ำท่วมขังเกิน 7 วัน โดยบ้านต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตประสบสาธารณภัยหรือเขตให้ความช่วยเหลือ
ต่อมา รัฐบาลกำหนดให้มาตรการ 9,000 บาทดังกล่าวรองรับภัยที่เกิดในช่วง 15 พฤษภาคม–30 กันยายน 2569 ขณะที่ภัยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไปเข้าสู่ระบบ ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อป้องกันการจ่ายซ้ำซ้อนระหว่างสองระบบ
ดังนั้น คำถามแรกของแต่ละครัวเรือนจึงไม่ใช่เพียง “บ้านฉันท่วมหรือไม่” แต่คือ เหตุที่ใช้พิจารณาสิทธิของบ้านหลังนั้นถูกนับว่าเกิดก่อนหรือหลัง 1 ตุลาคม
หลัง 1 ต.ค. น้ำท่วมเข้าสู่ประกันภัยพิบัติ 10,000 บาทเบื้องต้น
ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติเริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 00.00 น. วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ความคุ้มครองครอบคลุมอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว โดยกรณีอุทกภัย รัฐบาลระบุค่าสินไหมทดแทนส่วนแรก 10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน
หากมีความเสียหายเพิ่มเติม สามารถมีค่าสินไหมตามความเสียหายจริงได้ โดยวงเงินรวมสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
รัฐบาลระบุด้วยว่า การจ่ายค่าสินไหมมีเป้าหมายดำเนินการภายใน 15 วัน และผู้เคลมต้องเตรียมข้อมูล เช่น ภาพถ่ายความเสียหาย หลักฐานเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย และบัญชีพร้อมเพย์
แต่คำว่า “ภายใน 15 วัน” ไม่ได้หมายความว่าเงินจะเข้าบัญชี 15 วันนับจากวันที่น้ำท่วมโดยอัตโนมัติ เพราะก่อนจ่ายยังมีขั้นตอนแจ้งเคลม ตรวจสอบข้อมูลและยืนยันสิทธิ
บ้านหมี่อยู่ในพื้นที่ที่จังหวัดให้ลงทะเบียนประกันภัยแล้ว
วันที่ 14 ตุลาคม ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อม ปภ. และสำนักงาน คปภ. จังหวัดลพบุรี ลงพื้นที่อำเภอบ้านหมี่และอำเภอเมืองลพบุรีเพื่อชี้แจงการลงทะเบียนประกันภัยพิบัติโดยตรง
ข้อมูลของจังหวัดระบุว่า ขณะนั้นประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยรวม 2 อำเภอ 13 ตำบล 70 หมู่บ้าน
เฉพาะอำเภอบ้านหมี่อยู่ที่ 9 ตำบล 53 หมู่บ้าน ได้แก่ หนองเมือง บางกะพี้ ดงพลับ บ้านทราย หินปัก หนองทรายขาว พุคา หนองกระเบียน และบ้านกล้วย
จังหวัดขอให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่ดังกล่าวลงทะเบียนผ่าน @ThaiNATCAT โดยกำหนดให้ดำเนินการภายใน 30 วันนับจากเกิดภัย หรือ ก่อนวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569
ก่อนหน้านั้น วันที่ 8 ตุลาคม จังหวัดก็เปิดเวทีที่ อบต.พุคา เพื่อสอนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และประชาชนถึงขั้นตอนการเคลมผ่านระบบ ThaiNATCAT แล้วเช่นกัน
แล้วทำไมบางคนยังถามหา 9,000 บาท?
เหตุผลหนึ่งคือปีนี้มีมาตรการสองชุดอยู่ติดกันมาก รัฐบาลยังเดินหน้าจ่ายเงิน 9,000 บาทให้ผู้ประสบภัยจากเหตุในช่วงก่อนวันที่ 1 ตุลาคมอยู่ โดยข้อมูลระดับประเทศ ณ วันที่ 12 ตุลาคม มีข้อมูลที่ผ่านการรับรองแล้ว 163,980 ครัวเรือน และโอนสำเร็จ 111,004 ครัวเรือน
ขณะที่น้ำท่วมบ้านหมี่รอบที่เป็นข่าวหนักในเดือนตุลาคม ถูกบันทึกในรายงานจังหวัดตั้งแต่วันที่ 1–2 ตุลาคม โดยวันที่ 2 ตุลาคม บ้านหมี่มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 7 ตำบล 30 หมู่บ้าน 975 ครัวเรือน และต่อมาพื้นที่ได้รับผลกระทบขยายเพิ่มขึ้น
เพราะเหตุเกิดคาบเกี่ยวกับช่วงเปลี่ยนระบบ ประชาชนจึงควรได้รับคำตอบเป็นรายกรณีว่า เหตุที่บ้านของตัวเองถูกใช้พิจารณาสิทธิเกิดวันใด และถูกนำเข้าระบบไหน ไม่ควรสรุปจากตัวเลข 9,000 หรือ 10,000 บาทเพียงอย่างเดียว
จุดที่ยังตอบไม่ได้: บ้านหมี่ “ยื่น–ผ่าน–โอน” ไปแล้วกี่บ้าน?
นี่คือช่องว่างสำคัญของข้อมูลในขณะนี้ ข้อมูลสาธารณะล่าสุดที่ Lopburi Today ตรวจสอบพบรายละเอียดเรื่องพื้นที่ประกาศภัยและช่องทางลงทะเบียน แต่ ยังไม่พบตัวเลขแยกของอำเภอบ้านหมี่ว่า
มีผู้ยื่นขอรับสิทธิทั้งหมดกี่ครัวเรือน ผ่านการตรวจสอบแล้วกี่ครัวเรือน อยู่ระหว่างแก้ไขข้อมูลกี่ครัวเรือน
และมีการโอนค่าสินไหมไปแล้วกี่ครัวเรือน ข่าวของจังหวัดวันที่ 14 ตุลาคมระบุขั้นตอนและเส้นตาย แต่ไม่ได้เปิดตัวเลขเหล่านี้
เพราะฉะนั้น ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลมากพอที่จะสรุปว่า “บ้านหมี่ได้รับเงินช้ากว่าเมืองลพบุรี” จริงหรือไม่ คำร้องเรียนของประชาชนเป็นจุดเริ่มต้นให้ตรวจสอบได้ แต่ต้องนำตัวเลขของสองพื้นที่มาเทียบกันบนเกณฑ์เดียวกันก่อน
เงินยังไม่เข้า อาจติดอยู่ตรงไหน?
จากกระบวนการจ่ายเงินช่วยเหลือระดับประเทศ พบว่ามีหลายจุดที่ทำให้การโอนยังไม่สำเร็จได้ เช่น ข้อมูลยังไม่ได้รับการตรวจสอบและรับรองจากพื้นที่ หรือปัญหาบัญชีรับเงิน
รัฐบาลรายงานเมื่อวันที่ 12 ตุลาคมว่า มีผู้ผ่านกระบวนการบางส่วนที่ยังไม่สามารถรับเงินได้ประมาณ 2,258 ครัวเรือน เนื่องจากไม่พบการผูกพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชน หรือมีปัญหาข้อมูลผู้ลงทะเบียน และต้องส่งกลับไปให้พื้นที่ตรวจสอบอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูล ระดับประเทศ ไม่ใช่ข้อมูลของบ้านหมี่ จึงไม่ควรนำไปอธิบายว่าครัวเรือนใดในลพบุรีติดปัญหาเดียวกันโดยไม่มีการตรวจสอบ
ถ้าเป็นน้ำท่วมหลัง 1 ต.ค. ต้องทำอย่างไร?
สำหรับประชาชนในพื้นที่ประกาศภัยของลพบุรีที่อยู่ในระบบประกันภัยพิบัติ จังหวัดแจ้งช่องทางไว้ดังนี้
LINE: @ThaiNATCAT
เว็บไซต์: ThaiNATCAT
Call Center: 02-012-5555 ตลอด 24 ชั่วโมง
จังหวัดกำหนดให้ผู้ประสบภัยชุดนี้ดำเนินการ ก่อนวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ส่วนรัฐบาลระบุเอกสารเบื้องต้นสำหรับการเรียกร้องค่าสินไหม ได้แก่ ภาพถ่ายความเสียหาย หลักฐานแสดงสิทธิในที่อยู่อาศัย และบัญชีพร้อมเพย์
สิ่งที่บ้านหมี่ยังต้องการคำตอบ ไม่ใช่แค่ “มีสิทธิไหม”
จากข้อมูลที่เปิดเผยในตอนนี้ เราตอบได้ว่า ระบบช่วยเหลือมีการเปลี่ยนผ่านวันที่ 1 ตุลาคม และบ้านหมี่อยู่ในพื้นที่ที่จังหวัดกำลังดำเนินการเรื่องประกันภัยพิบัติ แต่คำถามที่ยังไม่มีคำตอบจากข้อมูลสาธารณะคือ
มีคนบ้านหมี่ยื่นไปแล้วกี่ครัวเรือน?
ผ่านสิทธิแล้วกี่ครัวเรือน?
โอนไปแล้วกี่ครัวเรือน?
รายที่ยังรอติดขั้นตอนไหน?
และมีครัวเรือนใดที่อยู่ในมาตรการ 9,000 บาทจากภัยก่อน 1 ตุลาคมหรือไม่?
คำตอบชุดนี้ต่างหากที่จะบอกได้ว่าเงินช่วยเหลือกำลังไปถึงประชาชนเร็วหรือช้าเพียงใด
แหล่งข่าว: รัฐบาลไทย / กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย / สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี / Lopburi Today Social Listening
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




