กรมศิลปากรเปิดเผยรายละเอียดการออกแบบพระเมรุมาศและเครื่องประกอบ เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยยึดหลักการออกแบบให้ถูกต้องตามโบราณราชประเพณี ควบคู่กับความงดงามทางศิลปกรรมที่สะท้อนพระราชจริยาวัตรและพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย
พระเมรุมาศออกแบบให้ส่วนยอดเป็นทรงมงกุฎแปลง อันเป็นเครื่องศิราภรณ์ของเจ้านาย ประกอบด้วยหลังคาซ้อน 7 ชั้นเชิงกลอน เสมอด้วยพระมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ส่วนปลียอดเป็นรูปพรหมพักตร์ สื่อถึงการเสด็จสู่พรหมโลกหลังการสวรรคต และสื่อถึงพระราชสมัญญา “แม่ของแผ่นดิน” ที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเสมือนมารดาดูแลปวงชน ที่ยอดบนสุดประดับนพปฎลมหาเศวตฉัตร หรือฉัตร 9 ชั้น แสดงถึงพระบรมราชอิสริยยศขั้นสูงสุด
ลักษณะผังพระเมรุมาศเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ทรงปราสาท ออกมุขทั้ง 4 ด้าน ตั้งอยู่เหนือฐานชาลา 2 ชั้น ประดับรูปเทวดา สื่อถึงการเสด็จสู่สวรรคาลัย หลังคาใช้โทนสีฟ้าหม่นสลับสีปีกแมลงทับ หน้าบันแต่ละด้านประดับอักษรพระนามาภิไธย “ส.ก.” บนพื้นสีฟ้า ซึ่งเป็นสีประจำวันศุกร์ อันเป็นวันพระราชสมภพ พื้นหลังสีชมพูซึ่งเป็นสีแห่งศรีของวันพระราชสมภพ
ซุ้มหน้าบันจัดสร้างในลักษณะซุ้มหน้านาง ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงมงกุฎและสร้อยพระศอที่ทรงใช้ขณะทรงพระชนม์ชีพ ลวดลายตกแต่งได้รับแรงบันดาลใจจากพรรณไม้ต่าง ๆ อันเนื่องด้วยพระนาม “สิริกิติ์” ขณะที่ฉากบังเพลิงจัดปักโดยช่างสถาบันสิริกิติ์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์
ภูมิทัศน์โดยรอบพระเมรุมาศจัดวางตามแนวคิดภูมิจักรวาล ประดับสระน้ำทรงกลม รายล้อมด้วยสัตว์หิมพานต์และตัวละครจากเรื่องรามเกียรติ์ สื่อถึงพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมการแสดงโขน นอกจากนี้ยังมีสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ ได้แก่ พระที่นั่งทรงธรรม ศาลาลูกขุน ทับเกษตร และทิม สำหรับเป็นที่ประทับและรับรองแขกผู้เข้าร่วมพิธี
ในส่วนของวัสดุการจัดสร้าง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้จัดส่งไม้จันทน์หอม สำหรับจัดสร้างพระหีบจันทน์และพระโกศจันทน์ ให้แก่สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากรแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายแบบและลวดลาย ส่วนพระโกศพระบรมอัฐิ จะจัดสร้างด้วยทองคำลงยาราชาวดี ประดับรัตนชาติ รูปทรงแปดเหลี่ยม ยอดทรงมงกุฎ ตามแบบแผนโบราณราชประเพณี
ขณะเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดสร้างเครื่องสังเค็ดสำหรับพระราชทานไปยังพระอารามหลวงและศาสนสถานต่าง ๆ ประกอบด้วย โต๊ะหมู่ ตู้หนังสือ โต๊ะทำงานพร้อมชั้นหนังสือ เก้าอี้ และโคมไฟ รวมจำนวน 4 แบบ
ทั้งนี้ การก่อสร้างพระเมรุมาศมีกำหนดเริ่มในเดือนกุมภาพันธ์ และจะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม พุทธศักราช 2569 ก่อนนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณา เพื่อขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยกำหนดวันประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพต่อไป
