ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
วันพุธ, 5 สิงหาคม 2026
☁️
26°C ลพบุรี, ประเทศไทย
มีเมฆมาก
ข่าวล่าสุด
เขื่อนป่าสักฯ เหลือน้ำ 15% กรมชลฯ ยืนยันยังบริหารตามแผน น้ำอุปโภคบริโภคไม่กระทบลพบุรีปล่อยพันธุ์กุ้ง 200,000 ตัว ลงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ฟื้นฟูระบบนิเวศและเพิ่มแหล่งอาหารชุมชนลพบุรีเดินหน้าโครงการ “สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี” ออกหน่วยทันตกรรมดูแลเยาวชน 720 คน ถึงโรงเรียนพัฒนานิคมเข้มแก้ปัญหากลิ่นเหม็น–แมลงวันจากฟาร์มไก่ สั่งตรวจมาตรฐานก่อนจับไก่ 7 วัน ฝ่าฝืนดำเนินคดีลพบุรีเตรียมออกหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ ดูแลสุขภาพช่องปากเยาวชน 4–7 ส.ค. ที่ชัยบาดาลและโคกกระเทียมจากเสียงของชาวลพบุรี…สู่ EV Bus คันแรก เมื่อความคิดเห็นของประชาชนเริ่มขับเคลื่อนเมืองลพบุรี เอฟซี เปิดคัดตัวนักเตะวันแรก คึกคัก! จุดเริ่มต้นของการสร้างทีมสู่ฤดูกาลใหม่ลพบุรีประกวดผ้าลายพระราชทานและงานหัตถกรรม ปี 2569 คัดสุดยอด 77 ผลงานสู่เวทีระดับภาคอบจ.ลพบุรี เปิดทดลองวิ่งรถโดยสารไฟฟ้า EV Bus ฟรี 3–16 สิงหาคม 2569 เชื่อม 10 จุดสำคัญทั่วเมืองลพบุรี โพม่า เอฟซี พ่ายบางกอก เอฟซี 0-3 เกมอุ่นเครื่อง เตรียมเปิดบ้านดวลทัพหลวง ยูไนเต็ด 5 สิงหาคมนี้
View All Breaking News ›

ลพบุรีออกประกาศเข้ม คุมการขนย้ายต้นพันธุ์มันสำปะหลัง ป้องกันโรคระบาดร้ายแรง สร้างความปลอดภัยให้เกษตรกร

21 ก.ย. 2568👁 อ่าน 16 ครั้ง

คณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ จังหวัดลพบุรี ออกประกาศควบคุมการขนย้ายต้นพันธุ์มันสำปะหลัง มีผลบังคับใช้เป็นเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคมันสำปะหลังที่อาจสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อเกษตรกรในพื้นที่

ตามประกาศ หากมีการ ขนย้ายต้นพันธุ์มันสำปะหลัง เข้ามาหรือออกจากพื้นที่จังหวัดลพบุรี เกษตรกรหรือผู้ประกอบการ ต้องยื่นขออนุญาตทุกครั้ง ที่สำนักงานเกษตรอำเภอในท้องที่ โดยต้องจัดเตรียมเอกสารสำคัญ ได้แก่ บัตรประชาชน และเอกสารแสดงแปลงรับรองว่าไม่มีโรคระบาดจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแปลง

ขั้นตอนการขออนุญาตประกอบด้วย

  1. ยื่นคำขออนุญาตขนย้าย
  2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแปลงมันสำปะหลังและเสนอความเห็นต่อนายอำเภอ
  3. หากผ่านการอนุมัติ จะออกหนังสืออนุญาตขนย้าย
  4. เจ้าของต้องนำหนังสืออนุญาตติดไปกับพาหนะทุกครั้งที่มีการขนย้าย และนำส่งคืนสำนักงานเกษตรอำเภอภายใน 7 วัน

กรณีพบโรคระบาด เช่น โรคใบด่างมันสำปะหลัง เจ้าหน้าที่จะ ไม่อนุญาตให้ขนย้าย เพื่อป้องกันการกระจายของเชื้อโรค ขณะเดียวกัน หากผู้ใดฝ่าฝืนประกาศนี้ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สำนักงานเกษตรอำเภอโคกสำโรง ย้ำว่า มาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อความปลอดภัยในอาชีพเกษตรกร และการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของจังหวัดลพบุรี พร้อมขอความร่วมมือทุกภาคส่วนปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด