ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
วันอังคาร, 11 สิงหาคม 2026
☁️
26°C ลพบุรี, ประเทศไทย
มีเมฆมาก
ข่าวล่าสุด
OTOP ลพบุรีบุกงานใหญ่เมืองทองฯ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ให้กำลังใจผู้ประกอบการ ชี้ช่องต่อยอดสินค้าลพบุรีเดินหน้ายกระดับการศึกษา วาง 3 เสาหลัก สร้างเด็ก “เก่งทันโลก จิตใจเข้มแข็ง มีคุณธรรม”ถ้าลพบุรีจะมี “รถเมล์ทั้งจังหวัด”…ต้องใช้อะไรบ้าง?สระโบสถ์เปิด “ลานสร้างสรรค์” ดึงภูมิปัญญาท้องถิ่น 7 ฐาน สู่เศรษฐกิจชุมชนลพบุรีเตือน! น้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่ม เฝ้าระวังริมคลองชัยนาท-ป่าสัก 3 อำเภอลพบุรีร่วมวางแผนรับมือ “น้ำท่วม-ภัยแล้ง” ภาคกลาง จับตาปีนี้เสี่ยงภัยแล้งสูง เตรียมแผนรับมือก่อนเกิดเหตุเต็มแล้ว 1,000 คน! BIKE RALLY TOUR OF LOPBURI 2026 เตรียมคึก อ่างซับเหล็ก 13 ก.ย. ดันลพบุรีสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬา“พัฒนา” ลงพื้นที่ลพบุรี ชู รพ.มะเร็งคิวรอสั้น–รพ.ท่าวุ้งฟื้นฟูผู้ป่วยเดินได้ 85% เดินหน้าสู่จังหวัดสุขภาพคุณภาพระทึกถนนสาย 2 ลพบุรี หญิงขี่ จยย.ถือมีดไล่รถ ผู้เสียหายแจ้งความ อ้างรถถูกฟัน 2 ครั้งสพม.ลพบุรี ลงพื้นที่นิเทศกิจกรรมลูกเสือ 3 โรงเรียน ยกระดับมาตรฐานการเรียนรู้และลูกเสือจิตอาสา ปีการศึกษา 2569
View All Breaking News ›

“นมยังขายได้…แต่ทำไมเกษตรกรเริ่มอยู่ไม่ไหว” วิกฤตเงียบของโคนมลพบุรี ที่กำลังถูกต้นทุน-หนี้-ระบบตลาดบีบจนหายใจไม่ออก

10 พ.ค. 2569👁 อ่าน 33 ครั้ง

แม้ “นม” จะยังเป็นสินค้าที่ขายได้ในตลาด แต่เบื้องหลังอาชีพเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในจังหวัดลพบุรี กลับกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งต้นทุนอาหารสัตว์ที่พุ่งสูง สภาพคล่องของสหกรณ์ที่เริ่มตึงตัว และปริมาณน้ำนมดิบที่ล้นระบบ จนหลายฟาร์มเริ่มตั้งคำถามว่า “จะอยู่ต่อได้อีกนานแค่ไหน” สะท้อนวิกฤตเงียบของภาคเกษตรที่คนเมืองอาจไม่เคยรับรู้

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา “ลพบุรี” ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญด้านการเลี้ยงโคนมของประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอลำสนธิ ที่มีเกษตรกรจำนวนมากยึดอาชีพนี้เป็นรายได้หลักของครอบครัว แต่วันนี้หลายฟาร์มกลับกำลังเผชิญภาวะ “ต้นทุนสูง รายได้ไม่พอหมุน”

ปัญหาหลักที่เริ่มชัดขึ้น คือ “ต้นทุนอาหารสัตว์” ที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งหญ้า ฟาง ข้าวโพด และอาหารข้น ขณะที่ราคาน้ำนมดิบกลับไม่ได้ขยับขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน ทำให้เกษตรกรจำนวนไม่น้อยเริ่มแบกรับภาระหนี้สะสม

ในเวลาเดียวกัน สหกรณ์โคนมหลายแห่งกำลังเผชิญปัญหาสภาพคล่อง เนื่องจากปริมาณน้ำนมเข้าสู่ระบบจำนวนมาก แต่กำลังซื้อและการบริหารตลาดกลับไม่เติบโตทัน ส่งผลให้เกิดภาวะ “น้ำนมล้นระบบ” เป็นแรงกดดันต่อทั้งสหกรณ์และสมาชิก

สิ่งที่น่ากังวล คือ วิกฤตครั้งนี้อาจไม่ได้กระทบแค่ “คนเลี้ยงวัว” แต่กำลังสะเทือนไปถึงโครงสร้างเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัด เพราะอาชีพโคนมเชื่อมโยงกับแรงงาน ครอบครัว ร้านค้าอาหารสัตว์ ธุรกิจขนส่ง ไปจนถึงโรงงานแปรรูป

หลายฝ่ายมองว่า หากไม่มีมาตรการช่วยเหลือที่ชัดเจน ทั้งด้านต้นทุน การบริหารจัดการน้ำนมดิบ และการสร้างตลาดรองรับในระยะยาว เกษตรกรรายย่อยอาจค่อย ๆ หายไปจากระบบ เหลือเพียงฟาร์มขนาดใหญ่ที่ยังพอมีทุนประคองตัวได้

ล่าสุด จังหวัดลพบุรีเริ่มลงพื้นที่หารือกับสหกรณ์และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาสภาพคล่อง รวมถึงเตรียมตั้งคณะทำงานร่วมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่คำถามสำคัญคือ “การช่วยเหลือครั้งนี้ จะทันก่อนที่หลายฟาร์มจะไปต่อไม่ไหวหรือไม่”

เพราะสำหรับเกษตรกรบางคน วันนี้สิ่งที่หนักที่สุด อาจไม่ใช่การรีดนมทุกเช้า…แต่คือการพยายามรักษาอาชีพที่รักเอาไว้ ท่ามกลางต้นทุนชีวิตที่สูงขึ้นทุกวัน

นี่ไม่ใช่แค่เรื่อง “ราคานม”  แต่คือสัญญาณของภาคเกษตรไทยที่กำลังเปราะบางขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อคนผลิตอาหารเริ่มอยู่ไม่ไหว สุดท้ายผลกระทบจะย้อนกลับมาถึงผู้บริโภคทั้งระบบ และคำถามสำคัญคือ ประเทศไทยกำลังมี “แผนระยะยาว” เพื่อรักษาอาชีพเกษตรกรจริงหรือไม่ หรือยังคงแก้ปัญหาแบบประคับประคองเป็นรอบ ๆ ไป