ลพบุรีเริ่มสำรวจ “คนไทยไม่รู้หนังสือ” — ก่อนแก้โจทย์อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ต้องรู้ก่อนว่ามีกี่คน อยู่ที่ไหน

คณะกรรมการส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดลพบุรีเดินหน้าสำรวจประชาชนชาวไทยที่ไม่รู้หนังสือ เพื่อนำข้อมูลมาวางแผนช่วยเหลือร่วมกันระหว่างหน่วยงานการศึกษาและภาคีในพื้นที่ แต่ข่าวต้นทางยังไม่ได้เปิดเผยว่าปัจจุบันลพบุรีมีประชาชนกลุ่มเป้าหมายกี่คน อยู่ในอำเภอใด หรือมีช่วงอายุแบบไหน ขณะที่ผลสำรวจระดับประเทศปี 2568 พบประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปไม่รู้หนังสือ 1.17% ทำให้ตัวเลขจากการสำรวจรอบนี้มีความสำคัญต่อการตอบว่า “ช่องว่างการรู้หนังสือของลพบุรีอยู่ตรงไหน”
วันที่ 21 กันยายน 2569 จังหวัดลพบุรีประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดลพบุรี ครั้งที่ 2 ประจำปีงบประมาณ 2569 ณ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดลพบุรี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธาน โดยมีนายสุบิน ผลอนุรักษ์วงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน สกร.ประจำจังหวัดลพบุรี พร้อมคณะกรรมการ ผู้บริหารสถานศึกษา และบุคลากรที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
หนึ่งในวาระสำคัญคือ การสำรวจข้อมูลประชาชนชาวไทยที่ไม่รู้หนังสือในพื้นที่จังหวัดลพบุรี เพื่อให้จังหวัดมีข้อมูลสำหรับนำไปวางแผนส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ร่วมกับหน่วยงานการศึกษาและเครือข่ายในพื้นที่ ประเด็นนี้ฟังเหมือนเป็นงานเก็บข้อมูล แต่จริง ๆ แล้วคำถามแรกของการแก้ปัญหาคือเรื่องง่ายมาก— ลพบุรียังมีคนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้อยู่กี่คน? ตอนนี้ ข่าวประชาสัมพันธ์ต้นทางยังไม่ได้ให้คำตอบ
ประเทศไทยยังมีคนไม่รู้หนังสืออยู่หรือไม่?
คำตอบคือ ยังมี สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาร่วมกับกรมส่งเสริมการเรียนรู้สำรวจการรู้หนังสือของประชากรไทยในปี 2568 ครอบคลุม 7,429 ตำบล 225,963 ครัวเรือน หรือประชากรกว่า 533,000 คน
ผลสำรวจพบว่า ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป มีอัตราการไม่รู้หนังสือ 1.17% และเมื่อดูประชากรอายุ 7 ปีขึ้นไป อยู่ที่ 1.16% ในระดับจังหวัด มี 51 จังหวัดที่อัตราไม่รู้หนังสือต่ำกว่า 1% อีก 25 จังหวัดอยู่ระหว่าง 1–5% และมี 1 จังหวัดสูงกว่า 10%
แต่ข้อมูลสรุปที่กรมส่งเสริมการเรียนรู้เผยแพร่ต่อสาธารณะไม่ได้แจกแจงตัวเลข จังหวัดลพบุรี ไว้ในหน้าข่าวดังกล่าว ดังนั้น การสำรวจในจังหวัดรอบนี้จึงอาจช่วยตอบช่องว่างสำคัญว่า ลพบุรีอยู่ต่ำกว่า 1% หรือสูงกว่านั้น? และที่สำคัญกว่าค่าเฉลี่ยจังหวัดคือ คนที่ยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้กระจุกตัวอยู่ตรงไหน เพราะตัวเลขระดับจังหวัดเพียงตัวเดียวไม่สามารถบอกได้ว่า ตำบลหรือชุมชนใดยังต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ
“ไม่รู้หนังสือ” ในงานของ สกร. หมายถึงอะไร?
ตรงนี้ต้องระวังไม่ให้ตีความแคบเกินไป หลักสูตรการรู้หนังสือไทยที่ สกร.ใช้เป็นฐานงานเดิม ไม่ได้มองเฉพาะบุคคลที่อ่านภาษาไทยไม่ได้เลยเท่านั้น กลุ่มเป้าหมายครอบคลุมทั้ง
- ประชาชนชาวไทยที่ไม่รู้หนังสือไทย
- ผู้ที่เคยอ่านออกเขียนได้แต่ “ลืมหนังสือ”
- กลุ่มเป้าหมายเฉพาะบางกลุ่มที่ไม่ได้ใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวัน
- รวมถึงผู้ที่ต้องการเรียนภาษาไทยเพิ่มเติม
เป้าหมายของหลักสูตรคือให้ผู้เรียนสามารถ ฟัง พูด อ่าน เขียนภาษาไทย และคิดคำนวณเบื้องต้น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
อย่างไรก็ตาม ข่าวการประชุมลพบุรีครั้งนี้ใช้คำว่า “สำรวจประชาชนชาวไทยที่ไม่รู้หนังสือไทย” จึงยังต้องรอรายละเอียดจาก สกร.ลพบุรีว่า แบบสำรวจรอบนี้จะใช้เกณฑ์ใดในการจำแนกกลุ่มเป้าหมาย และจะรวมกลุ่ม “ลืมหนังสือ” เข้าไปด้วยหรือไม่ จุดนี้สำคัญ เพราะนิยามที่ต่างกันสามารถทำให้จำนวนคนที่สำรวจพบแตกต่างกันมาก
ทุกวันนี้ “รู้หนังสือ” ไม่ได้จบแค่อ่านป้ายออก
กรมส่งเสริมการเรียนรู้เองก็ขยายความหมายของการรู้หนังสือในปี 2569 ว่า ไม่ควรหยุดอยู่แค่ อ่านออก–เขียนได้ แต่ยังเกี่ยวข้องกับความสามารถในการ เข้าถึงข้อมูล ทำความเข้าใจข้อมูล คิดวิเคราะห์ ใช้ข้อมูลอย่างรู้เท่าทัน และปรับตัวกับเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงของสังคม
กรมส่งเสริมการเรียนรู้กำลังปรับปรุงหลักสูตรการรู้หนังสือให้ครอบคลุมทักษะเหล่านี้มากขึ้น โดยใช้แนวคิดว่า “รู้หนังสือยุคใหม่ = รู้คิด รู้ใช้ชีวิต” ดังนั้น หากจังหวัดลพบุรีต้องการยกระดับ “การรู้หนังสือ” ในระยะยาว โจทย์จึงมีอย่างน้อยสองชั้น ชั้นแรกคือทำให้คนที่ยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้มีทักษะพื้นฐาน ส่วนชั้นต่อมาคือทำให้ประชาชนสามารถใช้การอ่าน การเขียน ตัวเลข และข้อมูลดิจิทัลในการดำเนินชีวิตได้จริง
สำรวจเจอแล้ว จะทำอย่างไรต่อ?
ข่าวต้นทางระบุว่า จังหวัดต้องการบูรณาการหน่วยงานการศึกษาทุกสังกัดและภาคีเครือข่ายเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน แนวทางเดิมของหลักสูตรการรู้หนังสือไทยเปิดให้จัดการเรียนได้ทั้ง รายบุคคลและรายกลุ่ม และให้ครูกับผู้เรียนออกแบบแผนเรียนตามสภาพชีวิตของผู้เรียน โดยมีความยืดหยุ่นทั้งเวลา เนื้อหา วิธีเรียน และแหล่งเรียนรู้
จุดนี้สำคัญมากกับกลุ่มผู้ใหญ่ เพราะคนวัยทำงาน ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่อยู่ห่างสถานศึกษา อาจไม่สามารถเข้าเรียนตามตารางแบบโรงเรียนทั่วไปได้ การสำรวจจึงไม่ควรถามเพียงว่า “ใครอ่านไม่ออก?” แต่ควรรู้ต่อด้วยว่า
- ทำไมจึงยังไม่ได้เรียน
- สะดวกเรียนช่วงไหน
- ต้องการเรียนเพื่อใช้เรื่องอะไร
- และ มีข้อจำกัดด้านสุขภาพ งาน การเดินทาง หรือครอบครัวหรือไม่
เพราะถ้าหาคนเจอ แต่จัดรูปแบบการเรียนที่เขาเข้าไม่ถึง การสำรวจก็จะกลายเป็นเพียงฐานข้อมูลอีกหนึ่งชุด
กลุ่มผู้สูงวัยอาจเป็นหนึ่งในโจทย์ที่ต้องดู
ผลสำรวจระดับประเทศปี 2568 เสนอให้การแก้ปัญหาการรู้หนังสือเชื่อมกับแนวคิด Active Ageing หรือการส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เพราะการอ่านออกเขียนได้ไม่ใช่ประเด็นทางการศึกษาอย่างเดียว แต่เชื่อมไปถึงความสามารถในการดูแลสุขภาพ การใช้บริการ การเข้าถึงสิทธิ และความมั่นคงในการใช้ชีวิตด้วย
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลจากการประชุมลพบุรีว่า กลุ่มที่ต้องสำรวจในจังหวัดส่วนใหญ่อยู่ในวัยใด จึงยังไม่ควรสรุปว่า “ปัญหาคนไม่รู้หนังสือในลพบุรีคือปัญหาผู้สูงอายุ” จนกว่าจะได้ข้อมูลจริงจากพื้นที่
จาก “นับให้เจอ” ถึง “เรียนแล้วใช้ได้จริง”
ประเทศไทยตั้งเป้าภายใต้ SDG 4.6 ให้เยาวชนและผู้ใหญ่สามารถอ่านออกเขียนได้และคิดคำนวณได้ โดยกรมส่งเสริมการเรียนรู้ย้ำว่าโจทย์นี้ต้องทำร่วมกันหลายหน่วยงาน ไม่ใช่ภารกิจของ สกร.เพียงหน่วยงานเดียว สิ่งที่ลพบุรีกำลังเริ่มจึงเป็นขั้นตอนพื้นฐานมาก— หาคนที่ระบบการศึกษายังเข้าไม่ถึงให้เจอ แต่หลังจากนั้น จะต้องตอบอีกหลายคำถาม
- เขาจะเรียนกับใคร?
- เรียนที่ไหน?
- เรียนเวลาใด?
- เรียนแล้วประเมินอย่างไร?
- และเมื่อเรียนจบแล้ว สามารถอ่านเอกสารราชการ ใช้โทรศัพท์ อ่านฉลากยา คำนวณเงิน หรือเข้าถึงสิทธิของตนเองได้ดีขึ้นจริงหรือไม่?
เพราะท้ายที่สุด ตัวเลขที่สำคัญอาจไม่ใช่แค่ “พบคนไม่รู้หนังสือกี่คน” แต่คือ “หลังจากพบแล้ว มีคนกี่คนที่ได้รับโอกาสจนอ่านออก เขียนได้ และใช้ทักษะนั้นในชีวิตจริง”
แหล่งข่าว: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี / กรมส่งเสริมการเรียนรู้ / สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




