ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
วันพุธ, 21 ตุลาคม 2026
☀️
25°C ลพบุรี, ประเทศไทย
ท้องฟ้าแจ่มใส
ข่าวล่าสุด
21 ต.ค. 256923:39ศาลากลางลพบุรีขายขยะรีไซเคิลครั้งแรก 29 หน่วยงาน รวมกว่า 2.42 ตัน21 ต.ค. 256923:37ไทยช่วยไทยโคกสำโรง จุดวังจั่นขาย 97,350 บาท เตรียมเปิดจุดที่ 6 วัดตะกรุดหว้า 21 ต.ค.21 ต.ค. 256923:35ลพบุรีจัดเดิน–วิ่ง–ปั่นป้องกันอัมพาต 1 พ.ย. พร้อมนิทรรศการสุขภาพ 26–31 ต.ค.21 ต.ค. 256923:33พบสัตว์คล้ายจระเข้ใกล้วัดตะโก ยังไม่ยืนยัน ประมงลพบุรีเฝ้าระวัง–เตรียมกรงดัก20 ต.ค. 256923:08วัดเสาธงทองจัดบรรยาย “ยา 2 เม็ด” ธรรมนาวา ‘วัง’ ชวนใช้สติรับมืออารมณ์20 ต.ค. 256923:06ของถูกมาโคกสำโรง 19–21 ต.ค. พาณิชย์ลพบุรีลดราคาสินค้าจำเป็น 20–40%20 ต.ค. 256923:05คณะกรรมการลงประเมิน 2 วัดลพบุรี โครงการ “วัด ประชา รัฐ สร้างสุข” ปี 256919 ต.ค. 256922:17น้ำท่วมบ้านหมี่ เงินเยียวยาไปถึงไหน? เช็กสิทธิ 9,000–ประกันภัยพิบัติ และเหตุที่บางบ้านยังรอ19 ต.ค. 256921:57ครอบครัวผู้บริจาคดวงตาลพบุรี ส่งต่อศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย เตรียมปลูกถ่ายผู้ป่วย19 ต.ค. 256921:56OTOP ทั่วไทยกว่า 250 ร้านรวมตัวหน้าโรบินสันลพบุรี 
View All Breaking News ›
LOPBURI TODAYLOCAL NEWS

เจ้าคณะภาค 3 มอบบ้านสังฆประชานุเคราะห์ ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางในลพบุรี

19 ส.ค. 2568👁 อ่าน 39 ครั้ง
SHARE f LINE

พระพรหมกวี เจ้าคณะภาค 3 กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร วรวิหาร กรุงเทพมหานคร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีมอบบ้านตาม โครงการสังฆประชานุเคราะห์ เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้ยากไร้และกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ รวมจำนวน 2 หลังคาเรือน ได้แก่ ครอบครัวของนางสง่า จันทร์ทอน ตำบลซับตะเคียน อำเภอชัยบาดาล และครอบครัวของนางสาวณัฐภรณ์ สอนจัน ตำบลเขาสามยอด อำเภอเมืองลพบุรี

พิธีมอบบ้านครั้งนี้ มีพระธรรมวชิรสุนทร เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี พระโสภณพัฒนคุณ (ทิน สุทินฺโน) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3 คณะสงฆ์จังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

พระพรหมกวี ได้มอบนโยบายสำคัญให้คณะสงฆ์ในเขตปกครองภาค 3 ขับเคลื่อนโครงการ สังฆประชานุเคราะห์ เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ประสบภัยพิบัติ และกลุ่มเปราะบาง โดยชี้ให้เห็นว่า แม้หลายวัดจะมีเสนาสนะที่งดงามและมั่นคง แต่กลับมีประชาชนผู้ใส่บาตรอุปถัมภ์พระศาสนาอยู่ในบ้านที่ทรุดโทรม ไม่สามารถอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัยในยามฝนตกน้ำท่วม จึงเป็นหน้าที่ของพระสงฆ์ที่จะช่วยเหลือประชาชน ตามหลัก “เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก” และ “บวร” (บ้าน-วัด-ราชการ)

โครงการสร้างบ้านครั้งนี้ใช้งบประมาณรวม 200,000 บาท โดยผู้รับบ้านต้องมีคุณสมบัติพิเศษ คือ เป็นผู้ประพฤติดี ประพฤติชอบ นับถือพระพุทธศาสนา และไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งนี้เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม

โครงการ สังฆประชานุเคราะห์ ถือเป็นการประสานพลังระหว่างวัด บ้าน และหน่วยงานราชการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น พร้อมสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ยากไร้ และตอกย้ำบทบาทคณะสงฆ์ในการเกื้อกูลและบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่พุทธศาสนิกชน