ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
วันอังคาร, 3 พฤศจิกายน 2026
🌤️
27°C ลพบุรี, ประเทศไทย
แจ่มใสเป็นส่วนใหญ่
ข่าวล่าสุด
3 พ.ย. 256922:51ไม่ต้องรอภัยมาแล้วค่อยหา — ปภ.ชวนทุกบ้านจัด “กระเป๋า 72 ชั่วโมง” แต่ 3 วันต้องเตรียมอะไรจริง ๆ?3 พ.ย. 256921:26เด็ก ป.6 อนุบาลลพบุรี คว้า “เหรียญเงินวิทยาศาสตร์” รอบประเทศ ในเส้นทางคัดเลือก IMSO3 พ.ย. 256920:32รถตกข้างทาง เปิดยาบ้า 1.19 ล้านเม็ด — ท่าหลวงกลายเป็นจุดสกัดเครือข่ายลำเลียงเข้า “ภาคกลาง”3 พ.ย. 256920:29จากที่ดิน 25 ไร่ สู่พระเจดีย์แห่งใหม่ลพบุรี — ยก “ยอดวิมุตติ” เตรียมประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ2 พ.ย. 256923:09เสาร์นี้เริ่มแล้ว! “รถไฟลอยน้ำ” เขื่อนป่าสัก เปิด 26 วันถึง ม.ค. ตั๋วไป–กลับเริ่ม 350 บาท2 พ.ย. 256923:084 พันคน วิ่ง 5 กม. — แต่ “เส้นชัย” ของสโตรก ต้องไปไกลกว่าวันงาน31 ต.ค. 256900:02ก่อนถึงโรงพยาบาล ทุกนาทีคือการตัดสินใจ — เปิด 5 ทักษะที่ “นายสิบเหล่าแพทย์” ต้องฝึกในลพบุรี31 ต.ค. 256900:01“หนีผีมาให้เลือด” ลพบุรี — 100 คนแรก รับเสื้อฮาโลวีน เป้าหมายจริงคือให้กลับมาบริจาคทุก 3 เดือน31 ต.ค. 256923:55เชือก 2 เส้น ศรัทธา 2 อำเภอ — ชัก “พระศรีอริยเมตไตรย์” 8 กม. สืบมรดกวัดไลย์กว่า 100 ปี30 ต.ค. 256900:235 เกษตรกร 23 ไร่ 3 งาน — ชัยบาดาลตกลงเยียวยากรณีผลกระทบฟาร์มสุกร รวม 118,750 บาท
View All Breaking News ›
LOPBURI TODAYLOCAL NEWS

ไม่ต้องรอภัยมาแล้วค่อยหา — ปภ.ชวนทุกบ้านจัด “กระเป๋า 72 ชั่วโมง” แต่ 3 วันต้องเตรียมอะไรจริง ๆ?

2 พ.ย. 2569👁 อ่าน 4 ครั้ง
SHARE f LINE

ปภ.ชวนประชาชน “ตระหนัก แต่ไม่ตระหนก” เตรียม Emergency Bag สำหรับช่วง 72 ชั่วโมงแรกของเหตุฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม ไฟไหม้ แผ่นดินไหว หรือเหตุที่ต้องอพยพ โดยแบ่งของจำเป็นเป็น 6 หมวด แต่มีตัวเลขหนึ่งที่ต้องจำให้แม่น — น้ำ 3 ลิตรคือ “ต่อคนต่อวัน” ดังนั้นคนหนึ่งคน 3 วันต้องเตรียมอย่างน้อย 9 ลิตร และไม่จำเป็นต้องแบกทุกอย่างไว้ในกระเป๋าใบเดียว

ถ้าไฟดับ อินเทอร์เน็ตใช้ไม่ได้ ATM กดเงินไม่ได้ น้ำเข้าบ้าน หรือมีประกาศให้อพยพทันที คำถามแรกอาจไม่ใช่ “รัฐจะมาช่วยเมื่อไร?” แต่คือ “เรามีอะไรอยู่ในมือแล้วบ้าง?”

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. แนะนำให้ประชาชนเตรียม “กระเป๋าฉุกเฉิน” หรือ Emergency Bag ให้สามารถดูแลตัวเองและครอบครัวในช่วงแรกของเหตุฉุกเฉินประมาณ 72 ชั่วโมง

คำแนะนำเกิดขึ้นท่ามกลางข่าวหลายประเทศให้ประชาชนสำรองอาหาร น้ำ และเวชภัณฑ์จากความกังวลด้านความขัดแย้งและความเสี่ยงอื่น แต่ ปภ.ระบุชัดว่า ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในรายชื่อประเทศที่ได้รับคำแนะนำให้เตรียมรับสถานการณ์ความขัดแย้งดังกล่าว

การเตรียมกระเป๋า 72 ชั่วโมงจึงไม่ใช่สัญญาณว่า “ภัยใหญ่กำลังจะมา” แต่เป็นหลักพื้นฐานของการเตรียมตัวสำหรับเหตุที่เกิดได้ใกล้ตัวกว่านั้นมาก เช่น น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่า ไฟไหม้ แผ่นดินไหว เหตุอพยพ หรือระบบสื่อสารและไฟฟ้าขัดข้อง

72 ชั่วโมง ไม่ใช่ “เส้นตายว่ารัฐจะมาถึง”

ตรงนี้ควรทำความเข้าใจให้ถูกก่อน ตัวเลข 72 ชั่วโมงเป็นกรอบที่หลายหน่วยงานทั่วโลกใช้ในการแนะนำให้ครัวเรือนเตรียมของจำเป็นไว้พึ่งตัวเองในช่วงแรก

FEMA ของสหรัฐฯ แนะนำให้มีอาหาร น้ำ และของจำเป็นสำหรับ อย่างน้อย 3 วัน เช่นกัน และยังแนะนำให้มีชุดใหญ่เก็บไว้ที่บ้าน พร้อมชุดขนาดเล็กสำหรับรถหรือสถานที่ทำงานด้วย

แต่ 72 ชั่วโมงไม่ได้หมายความว่า “ครบ 72 ชั่วโมงแล้ว ความช่วยเหลือจะมาถึงทุกบ้านแน่นอน” เหตุใหญ่แต่ละประเภทมีความรุนแรง การเข้าถึงพื้นที่ และทรัพยากรแตกต่างกัน

แม้แต่ในระบบจัดการภัยของ ปภ.เอง ช่วง 72 ชั่วโมงแรกก็เป็นช่วงที่หน่วยงานยังต้องเร่งสำรวจความเสียหาย ความต้องการ และจัดลำดับการช่วยเหลือในพื้นที่ประสบภัย ดังนั้นหลักคิดที่ถูกกว่าคือ เตรียมให้ตัวเองอยู่ได้ในช่วงแรก โดยไม่เพิ่มภาระให้ระบบช่วยเหลือ

6 หมวดที่ควรอยู่ใน “ชุดฉุกเฉิน”

ปภ.แบ่งของจำเป็นออกเป็น 6 กลุ่มหลัก

1. ยาและสุขภาพ ควรมี ชุดปฐมพยาบาล ยาสามัญประจำบ้าน ยาประจำตัว และข้อมูลการรักษาที่จำเป็น

สำหรับคนที่ต้องกินยาต่อเนื่อง ควรตรวจวันหมดอายุเป็นประจำ และไม่ควรรอจนเหลือยาวันสุดท้ายจึงค่อยเตรียม

บ้านที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง หรือผู้พิการ ต้องปรับรายการให้ตรงกับความต้องการของสมาชิกในบ้าน

2. อาหารและน้ำ ปภ.แนะนำ น้ำดื่ม 3 ลิตร / คน / วัน นั่นหมายความว่า 1 คน × 3 วัน = อย่างน้อย 9 ลิตร 2 คน = 18 ลิตร 4 คน = 36 ลิตร และนี่คือจุดที่หลายคนอาจเริ่มเห็นปัญหา น้ำ 36 ลิตรหนักประมาณ 36 กิโลกรัม

ดังนั้นคำว่า “กระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง” ไม่ควรถูกตีความว่าต้องยัดน้ำทั้งหมดลงเป้ใบเดียว

ควรแยกเป็น ของสำรองในบ้าน สำหรับกรณีต้องอยู่กับที่ กับ Go-Bag ที่หยิบแล้วเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ได้จริง Sphere Handbook ระบุว่าเฉพาะความต้องการเพื่อดื่มและประกอบอาหารสำหรับการอยู่รอดอยู่ราว 2.5–3 ลิตรต่อคนต่อวัน แต่หากรวมการปรุงอาหาร สุขอนามัย และการใช้ในชีวิตประจำวัน ความต้องการน้ำจริงจะสูงกว่านั้นมาก

ส่วนอาหารควรเป็นอาหารพร้อมกิน เก็บได้นาน เปิดง่าย และให้พลังงาน ถ้ามีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วย ต้องมีอาหารเฉพาะกลุ่มเตรียมไว้ต่างหาก

3. การสื่อสารและเครื่องมือ สิ่งสำคัญ ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ พาวเวอร์แบงก์ สายชาร์จ ไฟฉาย ถ่านสำรอง วิทยุใช้แบตเตอรี่หรือมือหมุน นกหวีด อุปกรณ์เขียน เชือกและเทป รวมถึงเครื่องมืออเนกประสงค์ตามความเหมาะสม

เหตุผลที่ “วิทยุ” ยังมีชื่ออยู่ในรายการยุคสมาร์ตโฟน เพราะเมื่อเสาสัญญาณหรืออินเทอร์เน็ตมีปัญหา ช่องทางรับข่าวแบบอื่นอาจยังใช้งานได้ และนกหวีดหนึ่งอันอาจส่งเสียงขอความช่วยเหลือได้นานกว่าการตะโกนจนหมดแรง

4. เอกสารและเงินสด ควรมีสำเนาเอกสารจำเป็น เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ข้อมูลประกันสุขภาพ ใบขับขี่ เอกสารทางการเงินที่จำเป็น ข้อมูลติดต่อฉุกเฉิน รวมถึงกุญแจสำรอง เอกสารควรเก็บใน ซองหรือถุงกันน้ำ และควรมีเงินสดจำนวนหนึ่ง

เพราะภัยที่ทำให้ไฟดับหรืออินเทอร์เน็ตล่ม อาจทำให้การโอนเงิน QR Code ATM หรือบัตรอิเล็กทรอนิกส์ใช้งานไม่ได้ชั่วคราว แต่ไม่จำเป็นต้องพกเอกสารต้นฉบับทุกชิ้นไว้ในกระเป๋า เพราะเพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญหาย

5. สุขอนามัย เช่น ทิชชู แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ผ้าอนามัยหรือของใช้เฉพาะบุคคล หน้ากาก และถุงขยะ ถุงขยะเองมีประโยชน์หลายอย่าง ตั้งแต่เก็บของเปียก แยกขยะ ไปจนถึงช่วยป้องกันของใช้จากน้ำ

6. เสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม ควรมีเสื้อผ้าสำรองที่แห้ง เสื้อกันฝน หมวก ผ้าห่มฉุกเฉินหรือถุงนอนตามความเหมาะสม

สำหรับพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม การมีเสื้อผ้าชุดหนึ่งเก็บในถุงกันน้ำอาจสำคัญกว่าการเอาเสื้อไปหลายชุดแต่เปียกทั้งหมดตั้งแต่ชั่วโมงแรก

กระเป๋าใบเดียวอาจไม่ใช่คำตอบ

นี่คือสิ่งที่ LOPBURITODAY อยากเติมจากคำแนะนำของ ปภ. การเตรียมภัยที่ใช้งานจริงควรมีอย่างน้อย 2 ระดับ ระดับแรกคือ Go-Bag กระเป๋าที่หยิบออกจากบ้านได้ทันที ควรเน้นของที่จำเป็นต่อการอพยพ เช่น ยา เอกสาร โทรศัพท์ พาวเวอร์แบงก์ ไฟฉาย น้ำและอาหารเบื้องต้น เสื้อกันฝน และของเฉพาะบุคคล

น้ำหนักต้องอยู่ในระดับที่เจ้าของกระเป๋าสามารถแบกและเดินได้จริง อีกระดับคือ Emergency Supplies ที่บ้าน เช่น น้ำปริมาณมาก อาหารสำรอง อุปกรณ์สุขอนามัย และของใช้สำหรับ 3 วันหรือมากกว่า

แนวทางของ FEMA ก็แยกแนวคิดคล้ายกัน โดยแนะนำให้มีชุดหลักที่บ้าน และพิจารณาชุดขนาดเล็กเพิ่มเติมในรถหรือสถานที่ทำงาน พูดง่าย ๆ คือ “มีของครบแต่ยกไม่ไหว” ก็ไม่ใช่ Go-Bag ที่ดี

บ้าน 4 คน ต้องมีน้ำอย่างน้อยเท่าไร?

ถ้ายึดคำแนะนำของ ปภ.ที่ 3 ลิตรต่อคนต่อวัน ครอบครัว 4 คนจะต้องมีน้ำดื่มขั้นต่ำ 3 ลิตร × 4 คน × 3 วัน = 36 ลิตร ตัวเลขนี้ควรทำให้เรากลับไปดูที่บ้านจริง ๆ เพราะหลายบ้านอาจมีข้าวสารเต็มตู้ แต่มีน้ำสะอาดสำรองอยู่เพียงไม่กี่ขวด และในภัยบางประเภท น้ำสะอาดอาจกลายเป็นสิ่งที่ขาดเร็วกว่าข้าว

บ้านไหนมี “คนพิเศษ” ต้องมีกระเป๋าพิเศษ

กระเป๋าของทุกบ้านไม่ควรเหมือนกัน 100% บ้านที่มีเด็กเล็กต้องคิดถึง นม อาหารเด็ก ผ้าอ้อม และอุปกรณ์ที่จำเป็น บ้านที่มีผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยเรื้อรังต้องคิดถึง ยา อุปกรณ์การแพทย์ แว่นตา ข้อมูลโรคประจำตัว และผู้ที่จะช่วยเคลื่อนย้ายหากต้องอพยพ

บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงก็ควรคิดถึงอาหาร น้ำ สายจูง กรง และข้อมูลสัตวแพทย์ด้วย นี่คือเหตุผลที่ FEMA ย้ำว่ารายการพื้นฐานต้องปรับตามความต้องการของแต่ละครอบครัว ไม่ใช่ซื้อ “ชุดเอาตัวรอดสำเร็จรูป” กล่องเดียวแล้วจบ

อีกของสำคัญที่ไม่อยู่ในกระเป๋า — “แผนครอบครัว”

มีน้ำ 9 ลิตร มีไฟฉาย มีแบตเตอรี่ แต่ถ้าเกิดเหตุขณะที่ พ่ออยู่ที่ทำงาน แม่อยู่บ้าน ลูกอยู่โรงเรียน คำถามคือ ทุกคนรู้หรือไม่ว่าจะไปเจอกันที่ไหน? ครอบครัวควรตกลงกันล่วงหน้าว่า ถ้าติดต่อโทรศัพท์ไม่ได้ จะใช้ใครเป็นคนกลาง จุดนัดพบอยู่ที่ใด ใครไปรับเด็ก ใครช่วยผู้สูงอายุ และต้องปิดไฟฟ้า แก๊ส หรือน้ำก่อนออกจากบ้านหรือไม่ เพราะภัยไม่ได้ถามก่อนเกิดว่า “วันนี้ทุกคนอยู่พร้อมหน้ากันไหม?”

Cell Broadcast ก็ต้องอ่าน — แต่อย่ารอเตือนแล้วค่อยจัดกระเป๋า

ปภ.ระบุว่า ปัจจุบันมีการเตรียมทั้งเครื่องจักร เจ้าหน้าที่เผชิญสถานการณ์ และระบบแจ้งเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast ตลอดจนช่องทางแจ้งเตือนอื่น เพื่อสนับสนุนการรับมือเหตุฉุกเฉิน แต่ระบบเตือนภัยมีหน้าที่บอกว่า “อะไรเกิดขึ้น” ไม่สามารถทำให้ ยา น้ำ อาหาร ไฟฉาย และเอกสารสำคัญ ปรากฏอยู่ในกระเป๋าของเราเองได้

ดังนั้นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการจัดกระเป๋าฉุกเฉิน คือ ก่อนมีเสียงเตือน

อย่าซื้อแล้ววางลืมไว้ 5 ปี

กระเป๋าฉุกเฉินไม่ใช่ของแต่งบ้าน อย่างน้อยควรเปิดตรวจเป็นระยะ อาหารหมดอายุหรือไม่ ยาหมดอายุหรือยัง พาวเวอร์แบงก์ยังมีไฟหรือไม่ ไฟฉายติดไหม ถ่านรั่วหรือไม่ เสื้อผ้าของเด็กยังใส่ได้หรือเปล่า สำเนาเอกสารยังเป็นปัจจุบันไหม และหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินเปลี่ยนหรือยัง อาจตั้งวันตรวจไว้ปีละ 2 ครั้ง เช่น ทุกต้นปีและกลางปี หรือผูกกับวันที่จำง่ายของครอบครัว

“ตระหนัก แต่ไม่ตระหนก” อาจแปลได้ง่าย ๆ ว่า — เตรียมก่อน ไม่ต้องแห่กักตุน

ข่าวการเตรียมของ 72 ชั่วโมงไม่ควรถูกตีความว่า ทุกคนต้องรีบออกไปกว้านซื้ออาหาร น้ำ หรืออุปกรณ์จำนวนมาก สิ่งที่ควรทำคือ กลับไปดูของที่มีอยู่ก่อน เติมเฉพาะสิ่งที่ขาด จัดให้หยิบง่าย และวางแผนให้เหมาะกับสมาชิกในบ้าน เพราะการเตรียมพร้อมที่ดีไม่ได้เริ่มจากความกลัว

แต่เริ่มจากคำถามธรรมดามากว่า “ถ้าคืนนี้ไฟดับ น้ำมา หรือจำเป็นต้องออกจากบ้านภายใน 10 นาที เราพร้อมแค่ไหน?”

หมายเหตุ: ปภ.แนะนำปริมาณน้ำดื่ม 3 ลิตรต่อคนต่อวัน หรืออย่างน้อย 9 ลิตรต่อคนสำหรับ 72 ชั่วโมง ตัวเลขดังกล่าวหมายถึงน้ำดื่ม ไม่ใช่ปริมาณน้ำทั้งหมดที่อาจจำเป็นต่อการปรุงอาหารและสุขอนามัย ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์และสมาชิกแต่ละครัวเรือน.

แหล่งข้อมูล: กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย / FEMA Ready.gov / The Sphere Handbook
เรียบเรียง: LOPBURITODAY