จากที่ดิน 25 ไร่ สู่พระเจดีย์แห่งใหม่ลพบุรี — ยก “ยอดวิมุตติ” เตรียมประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ

สวนธรรมภาวนาราม ต.ท่าศาลา ประกอบพิธีประดิษฐานองค์ระฆัง ฉัตร และยอดวิมุตติพระเจดีย์ เมื่อ 31 ตุลาคม 2569 อีกหนึ่งหมุดหมายของพื้นที่ที่เริ่มจากที่ดินครอบครัว 25 ไร่ ก่อนขยายเป็น 45 ไร่ และพัฒนามาอย่างต่อเนื่องกว่าทศวรรษ โดยขั้นต่อไปคือการประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญจากศรีลังกามายังประเทศไทยแล้วตั้งแต่ปี 2568 พร้อมเป้าหมายเปิดให้สักการะเต็มรูปแบบภายในปี 2570
วันที่ 31 ตุลาคม 2569 ที่สวนธรรมภาวนาราม ตำบลท่าศาลา อำเภอเมืองลพบุรี พระเจดีย์ที่กำลังก่อสร้างอยู่ใจกลางสวนธรรมเดินทางมาถึงอีกหนึ่งขั้นสำคัญ คือพิธี ประดิษฐานองค์ระฆัง ประดิษฐานฉัตร และ ประดิษฐาน “ยอดวิมุตติ”
ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญในอนาคต คือการประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุ ไว้ภายในพระเจดีย์อย่างถาวร เว็บไซต์ทางการของภาวนารามระบุว่า พระบรมสารีริกธาตุดังกล่าวได้รับจากตระกูลสาลิยะ ประเทศศรีลังกา และ อัญเชิญมายังประเทศไทยแล้วในปี 2568 ขณะที่แผนการประดิษฐานภายในพระเจดีย์ถูกวางไว้เป็นขั้นตอนถัดไป
จุดนี้จึงควรแยกให้ชัดว่า วันนี้ไม่ใช่การ “เตรียมนำพระบรมสารีริกธาตุออกจากศรีลังกา” แต่คือการ “เตรียมพระเจดีย์ให้พร้อมสำหรับการประดิษฐานอย่างถาวร”
พิธีไม่ได้มีแค่ “ยกยอด”
กำหนดการอย่างเป็นทางการของภาวนารามแสดงให้เห็นว่า พิธีวันที่ 31 ตุลาคมกินเวลาตลอดวัน
เริ่มตั้งแต่เวลา 08.30 น. ด้วยพิธีบวงสรวงอัญเชิญเทวดา
09.00 น. พระอาจารย์สมทบ ปรกฺกโม แสดงพระธรรมเทศนาเรื่อง “สัมภารวิบาก”
09.59 น. มีขบวนแห่อัญเชิญยอดวิมุตติสู่ที่ประดิษฐาน
10.00 น. พิธียกประดิษฐานองค์พระเจดีย์
และเวลา 10.45 น. ประดิษฐานหินยอดวิมุตติ
ช่วงบ่ายมีพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ และถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแก่พระสงฆ์ 48 รูป
ก่อนเวลา 14.30 น. จะมีพิธียกฉัตร โดยมีพระพรหมวัชรวิมลมุนี วิ. และพระธรรมวชิรสุนทร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีและคุณศิริพจน์ พุกเจริญ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส จึงเป็นพิธีที่ประกอบด้วยทั้ง องค์ระฆัง ยอดวิมุตติ ฉัตร พระธรรมเทศนา และการเจริญภาวนา ไม่ใช่เพียงการยกยอดพระเจดีย์ในเชิงก่อสร้างเท่านั้น
จากที่ดินของครอบครัว 25 ไร่
จุดเริ่มต้นของภาวนารามไม่ได้มาจากโครงการท่องเที่ยวขนาดใหญ่ เว็บไซต์ของภาวนารามระบุว่า พื้นที่เดิมประมาณ 25 ไร่ เป็นที่ดินของคุณแม่สมทรง พุกเจริญ ก่อนที่คุณศิริพจน์ พุกเจริญ และคุณฤทัยวัลค์ พุกเจริญ จะนำพื้นที่มาพัฒนาเป็นสถานที่ประกอบกุศลและดูแลพระสงฆ์
หลังคุณแม่สมทรงถึงแก่กรรมในปี 2556 มีการวางผังพื้นที่ต่อเนื่องประมาณ 3 ปี ก่อนเริ่มก่อสร้างในปี 2559 แนวคิดแรกยังไม่ได้ใหญ่ถึงขั้นสร้างศาสนสถานเพื่อรองรับคนจำนวนมาก แต่ต้องการให้เป็น สถานที่ดูแลพระสงฆ์อาพาธ และ พื้นที่ปฏิบัติธรรมของญาติและผู้ใกล้ชิด จากนั้น เมื่อพื้นที่เริ่มมีการใช้งานมากขึ้น จึงค่อย ๆ ขยายขอบเขตออกไป
จาก 25 ไร่ ขยายเป็น 45 ไร่
ภายในปี 2569 ภาวนารามขยายพื้นที่รวมเป็น 45 ไร่ โดยข้อมูลทางการของสถานที่ระบุว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีการซื้อพื้นที่เพิ่มรอบเขาน้อย 5 ไร่ และด้านหลังกุฏิสงฆ์อีก 15 ไร่ ปัจจุบันภายในพื้นที่มีทั้ง พระเจดีย์ประธาน พระอุโบสถ ศาลาภาวนาประธาน บ่อน้ำประมาณ 3 ไร่ กุฏิ 7 หลัง ต้นพระศรีมหาโพธิ์ และพื้นที่สำหรับการเจริญภาวนาและปฏิบัติธรรม
พระภวินท์ ธมฺมวุฑฺโฒ หรือ หลวงพี่วิน ทำหน้าที่ดูแลกิจกรรมทางศาสนาและการสอนภาวนา ขณะที่คุณศิริพจน์และคุณฤทัยวัลค์ พุกเจริญ เป็นผู้ร่วมก่อร่างพื้นที่แห่งนี้ ข่าวประชาสัมพันธ์จังหวัดยังระบุถึง พระอาจารย์สมทบ ปรกฺกโม ในฐานะประธานสงฆ์และศูนย์รวมจิตใจสำคัญของการพัฒนาศาสนสถานแห่งนี้
พระเจดีย์ไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว
หากไล่ Timeline จะเห็นว่าพระเจดีย์เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาที่ค่อย ๆ ต่อกันมา
2559
เริ่มพัฒนาพื้นที่และปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์
2564
คณะสงฆ์เริ่มเข้าพัก และมีการจัดคอร์สปฏิบัติธรรมครั้งแรก
2565
มีพิธีสวดถอนสีมา เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับอุโบสถและกิจกรรมสงฆ์
สิงหาคม 2566
วางศิลาฤกษ์พระมหาเจดีย์
ตุลาคม 2568
ประดิษฐาน “พระพุทธกรุณา ภาวนาราม” ภายในพระอุโบสถ
กุมภาพันธ์ 2569
ขยายพื้นที่เป็น 45 ไร่
ตุลาคม 2569
ประดิษฐานองค์ระฆัง ฉัตร และยอดวิมุตติ
และขั้นถัดไปคือ ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ
ทำให้ภาพของวันที่ 31 ตุลาคมชัดขึ้นว่า นี่ไม่ใช่ “วันเริ่มต้น” แต่เป็นอีกจุดหนึ่งใน Timeline ที่กินเวลาหลายปี
พระบรมสารีริกธาตุจากศรีลังกา คือหัวใจของโครงการพระเจดีย์
ข้อมูลของภาวนารามระบุว่า สถานที่พัฒนาไปสู่การเป็นศาสนสถานอย่างเต็มตัวหลังได้รับ พระบรมสารีริกธาตุจากตระกูลสาลิยะ ประเทศศรีลังกา
โดยเว็บไซต์ระบุว่าเกี่ยวข้องกับการค้นพบเมื่อราว พ.ศ. 1700 ในยุคโปโลนนารุวะ และอัญเชิญมายังประเทศไทยในปี 2568
ข่าวของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรีเผยแพร่รายละเอียดในทิศทางเดียวกัน และระบุว่าพระเจดีย์ถูกจัดสร้างเพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุชุดดังกล่าว
ใครร่วมพิธีวันที่ 31 ต.ค.?
พิธีได้รับความเมตตาจาก พระพรหมวัชรวิมลมุนี กรรมการมหาเถรสมาคมและเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย พระธรรมวชิรสุนทร เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี นำคณะพระสงฆ์ร่วมเจริญพระพุทธมนต์และประกอบพิธี
ฝ่ายฆราวาสมีนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมผู้ร่วมงานทั้งจากภาครัฐ ประชาชน และบุคคลสาธารณะ รวมถึง นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง และนักแสดง ราณี แคมเปน ตามรายงานของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด
3 เหตุผลที่สร้างภาวนารามและพระเจดีย์
ผู้ก่อตั้งระบุวัตถุประสงค์หลักของการสร้างพื้นที่ไว้ 3 ด้าน
หนึ่ง — เป็นสถานที่เจริญจิตภาวนาและศึกษาปฏิบัติธรรม รองรับพระภิกษุ อุบาสก อุบาสิกา และผู้สนใจศึกษาธรรมะ
สอง — สืบทอดและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ให้พื้นที่สามารถใช้ทำกิจกรรมทางศาสนาได้ต่อเนื่อง
และ
สาม — สร้างปูชนียสถานเพื่อระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย ให้พระเจดีย์ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางจิตใจของพื้นที่
นี่ทำให้บทบาทของภาวนารามมี 3 ชั้นพร้อมกัน คือ สถานปฏิบัติธรรม ศาสนสถาน และ พื้นที่ที่อาจพัฒนาไปสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนา
จาก “สถานปฏิบัติธรรม” ไปสู่ “แหล่งแสวงบุญ” ต้องมีอะไรมากกว่าพระเจดีย์
ข่าวต้นทางวางเป้าหมายให้ภาวนารามสามารถพัฒนาไปเป็น จุดหมายแสวงบุญระดับนานาชาติ นี่เป็นเป้าหมายที่น่าสนใจ แต่ในเชิงข่าว ยังไม่ควรประกาศเป็นข้อเท็จจริงว่าเกิดขึ้นแล้ว
เพราะการเป็น Destination สำหรับผู้แสวงบุญต่างชาติยังต้องมีองค์ประกอบอีกหลายด้าน ทั้ง การเดินทาง ระบบรองรับนักท่องเที่ยว พื้นที่จอดรถ การรองรับผู้สูงอายุและผู้พิการ ข้อมูลหลายภาษา กำหนดเวลาเข้าสักการะ การจัดกิจกรรมทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง และการเชื่อมพื้นที่เข้ากับเส้นทางท่องเที่ยวอื่นของจังหวัดลพบุรี
วันที่เปิดพระเจดีย์จึงไม่ใช่วันที่สามารถตอบคำถามนี้ได้ทั้งหมด ต้องดูต่อว่า หลังเปิดแล้วมีใครเดินทางมา มาเพื่ออะไร อยู่นานแค่ไหน และกลับมาอีกหรือไม่
เป้าหมายปี 2570 — เปิดสักการะเต็มรูปแบบ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระบุว่า พระเจดีย์ภาวนารามคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์และเปิดให้เข้าสักการะได้ภายใน พ.ศ. 2570 หากเป็นไปตามแผน ปีหน้าจึงเป็นหมุดหมายสำคัญอีกครั้ง
เพราะจากวันนี้ที่เห็น องค์ระฆัง ยอดวิมุตติ และ ฉัตร ขั้นต่อไปจะเป็นการตอบคำถามว่า พระบรมสารีริกธาตุจะประดิษฐานเมื่อใด และหลังจากนั้นสถานที่แห่งนี้จะเปิดรับพุทธศาสนิกชนในรูปแบบใด
ภาวนารามไม่ใช่แค่พระเจดีย์
อีกจุดที่รอบก่อนผมเล่าไม่ครบ คือพื้นที่มีการใช้งานในฐานะสถานปฏิบัติธรรมอยู่ก่อนแล้ว เว็บไซต์ของภาวนารามอธิบายพื้นที่ว่าเป็นสวนธรรมสำหรับ กายภาวนา ศีลภาวนา จิตภาวนา และ ปัญญาภาวนา
มีการจัดหลักสูตรปฏิบัติธรรมและใช้ศาลาภาวนา กุฏิ และพื้นที่ธรรมชาติรองรับผู้มาปฏิบัติ ดังนั้นหากจะมอง “อนาคตของภาวนาราม” พระเจดีย์อาจเป็น Landmark ทางกายภาพ แต่แกนที่ทำให้สถานที่มีชีวิตต่อเนื่องอาจอยู่ที่ สิ่งที่คนมาทำเมื่อมาถึง ไม่ใช่เพียงสิ่งที่คนมาถ่ายรูปแล้วกลับ
แหล่งข้อมูล: วานรนิวส์ / สวนธรรมภาวนาราม / สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




