ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
วันศุกร์, 18 กันยายน 2026
25°C ลพบุรี, ประเทศไทย
มีเมฆบางส่วน
ข่าวล่าสุด
18 ก.ย. 256923:10รบพิเศษลพบุรีวิ่งสวนสนามเทิดเกียรติ 92 กำลังพล ก่อนวางภารกิจ–อำลาชีวิตราชการ18 ก.ย. 256923:09ลพบุรีติวเข้ม 185 คน “ตรวจรับพัสดุ–บริหารสัญญา” ลดจุดเสี่ยงงานจัดซื้อจัดจ้างรัฐ18 ก.ย. 256923:08ลพบุรีมอบทุนคุณพุ่ม 111 ทุน ทุนละ 5,000 บาท หนุนการศึกษาเด็กออทิสติก–เด็กพิการ18 ก.ย. 256923:02ลพบุรีรับ 7 ข้อสั่งการมหาดไทย สั่ง 11 อำเภอเดินหน้า เน้นยาเสพติด–ระเบียบสังคม–รับมือฝนหนัก18 ก.ย. 256923:00คุณถาม — เราตาม | ถนนพัง–ซ่อมแล้วพังอีก? คนลพบุรีส่งหลายพิกัด เราเริ่มตามว่า “ถนนนี้ใครดูแล”17 ก.ย. 256922:53ลพบุรีจัด “เข้าพรรษา เข้าหาธรรม” ครั้งที่ 7 ชวนเจ้าหน้าที่นำธรรมะใช้กับชีวิต–การทำงาน17 ก.ย. 256922:50พระราชทานสิ่งของช่วย 4 ครอบครัว เหตุไฟไหม้พรหมมาสตร์ เสียชีวิต 1 ราย17 ก.ย. 256922:49เพจสถานีรถไฟลพบุรีกลับมาแล้ว แต่ก่อนเดินทางต้องรู้ว่า “ช่องทางไหนคือข้อมูลทางการ”17 ก.ย. 256922:47ศูนย์ฝึกลพบุรีดูแลเยาวชน 21 ราย เติมอาชีพ–ทักษะชีวิต เตรียมกลับคืนสังคม17 ก.ย. 256922:45ลพบุรีเตรียมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ จุดหลักจังหวัด–อำเภอเมือง ณ วินิตศึกษา 2
View All Breaking News ›

ไฟไหม้วอดศาลาการเปรียญวัดตะโก ลพบุรี ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ด่วน เร่งตรวจสาเหตุ ความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

13 ม.ค. 2569👁 อ่าน 34 ครั้ง

ลพบุรี – ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ศาลาการเปรียญวัดตะโก ตำบลโก่งธนู อำเภอเมืองลพบุรี หลังเกิดเหตุไฟไหม้รุนแรง ส่งผลให้ศาลาการเปรียญไม้สักอายุกว่า 70 ปี ได้รับความเสียหายทั้งหมด เบื้องต้นประเมินมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท ขณะเจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียด

เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 เวลา 18.00 น. นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย พระธรรมวชิรสุนทร เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี, ว่าที่ร้อยตรี ทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ ศาลาการเปรียญวัดตะโก ตำบลโก่งธนู อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี เพื่อให้กำลังใจพระสงฆ์และประชาชนในพื้นที่

จากรายงานเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ศาลาการเปรียญซึ่งเป็นอาคารไม้สักทั้งหลัง สูง 2 ชั้น ก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2497 และได้รับการบูรณะครั้งล่าสุดในปี พ.ศ. 2545 โดยภายในเป็นที่ประดิษฐาน ธรรมาสน์ลายโบราณสมัยรัชกาลที่ 6 รวมถึงพระพุทธรูปและโบราณวัตถุจำนวนมาก ซึ่งถูกเพลิงเผาทำลายเสียหายทั้งหมด

ในการระงับเหตุ ได้มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิง พร้อมรถน้ำจากหน่วยงานในพื้นที่ใกล้เคียงรวม 18 คัน ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัด โชคดีที่เหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

เบื้องต้นประเมินมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุ ไม่อนุญาตให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าในพื้นที่ เพื่อรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด โดยสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้และมูลค่าความเสียหายที่แท้จริงยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

ทั้งนี้ จังหวัดลพบุรีจะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือวัดและชุมชนในพื้นที่อย่างเหมาะสม พร้อมกำชับให้มีมาตรการป้องกันเหตุซ้ำในสถานที่สำคัญทางศาสนาและโบราณสถานในจังหวัดอย่างเข้มงวด

ข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี