เรือนจำกลางลพบุรีมีผู้ต้องขัง 2,374 คน ตรวจติดตาม “ราชทัณฑ์ปันสุข” ดูระบบรักษา–สุขภาพจิต–ฝึกอาชีพ

คณะตรวจประเมินโครงการ “ราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ลงพื้นที่เรือนจำกลางลพบุรี ติดตามระบบดูแลผู้ต้องขังตั้งแต่การรักษาพยาบาล ทันตกรรม สุขภาพจิต การป้องกันโรค ไปจนถึงการฝึกอาชีพและเตรียมความพร้อมก่อนพ้นโทษ ขณะที่เรือนจำมีผู้ต้องขังรวม 2,374 คน แต่ข้อมูลที่เผยแพร่ครั้งนี้ยังไม่ได้ระบุว่าในแต่ละปีมีผู้ต้องขังเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลจำนวนเท่าใด หรือระบบสุขภาพภายในเรือนจำมีภาระมากน้อยเพียงใด
วันที่ 28 สิงหาคม 2569 พลอากาศเอก สุบิน ชิวปรีชา กรมวังผู้ใหญ่ในพระองค์ 904 ในฐานะประธานคณะทำงานคัดเลือกเรือนจำดีเด่นเข้ารับรางวัลโครงการ “ราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” พร้อมคณะอนุทำงานด้านการตรวจประเมินเรือนจำดีเด่นฯ กลุ่มที่ 3 ลงพื้นที่เรือนจำกลางลพบุรี เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของโครงการ
นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นายวินัย หมวกมณี ผู้บัญชาการเรือนจำกลางลพบุรี นายแพทย์ปิยะเดช วลีพิทักษ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลพบุรี แพทย์หญิงนุชรินทร์ อักษรดี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช พร้อมบุคลากรทางการแพทย์และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้ข้อมูลผลการดำเนินงานและแนวทางพัฒนาระบบสุขภาพภายในเรือนจำ
2,374 คน ระบบสุขภาพในเรือนจำต้องดูแลอะไรบ้าง?
ข้อมูลจากการลงพื้นที่ระบุว่า ปัจจุบันเรือนจำกลางลพบุรีมีผู้ต้องขังรวม 2,374 คน แบ่งเป็นผู้ต้องขังชาย 2,051 คน และผู้ต้องขังหญิง 323 คน
การดูแลสุขภาพของคนจำนวนดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรักษาเมื่อเจ็บป่วย แต่ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกันและควบคุมโรค สุขอนามัยและสิ่งแวดล้อม ระบบบริการทางการแพทย์ การดูแลสุขภาพจิตและจิตเวช ไปจนถึงการพัฒนาบุคลากรที่ทำหน้าที่ดูแลผู้ต้องขัง
คณะตรวจประเมินจึงเข้าติดตามทั้งสถานพยาบาลภายในเรือนจำ การให้บริการทันตกรรม ระบบสุขภาพจิต รวมถึง “มุมสุขภาพราชทัณฑ์ปันสุข” และนวัตกรรมที่นำมาใช้ในการดูแลและฟื้นฟูผู้ต้องขัง
ตั้งแต่สถานพยาบาล ถึง CPR และ AED
ระหว่างการลงพื้นที่ คณะได้เยี่ยมชมหลายพื้นที่ภายในเรือนจำ เช่น แดนแรกรับ แดนสูทกรรม ระบบบำบัดน้ำเสีย พื้นที่บำบัดฟื้นฟู การฝึกทักษะอาชีพ และสถานพยาบาล
อีกส่วนหนึ่งคือการติดตามการทำงานของ อาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ หรือ อสรจ. ซึ่งมีการสาธิตการทำ CPR หรือการช่วยฟื้นคืนชีพ ร่วมกับการใช้เครื่อง AED
คณะยังติดตามนวัตกรรมภายใต้โครงการ เช่น “To walk again together” รวมถึงการดำเนินงานด้านสุขภาพอื่น ๆ ที่ใช้ภายในเรือนจำ
“ราชทัณฑ์ปันสุข” คืออะไร?
โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นโครงการที่มุ่งพัฒนาระบบสุขภาพของผู้ต้องขัง ให้สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ การป้องกันโรค และการดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม
การดำเนินงานต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างเรือนจำกับหน่วยงานสาธารณสุขภายนอก เนื่องจากการรักษาบางประเภทไม่สามารถดำเนินการภายในเรือนจำได้ทั้งหมด
สำหรับเรือนจำกลางลพบุรี มีโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราชทำหน้าที่เป็นโรงพยาบาลแม่ข่าย และมีโรงพยาบาลอานันทมหิดลร่วมสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพในเรือนจำ
นอกเหนือจากเรื่องสุขภาพ โครงการยังเชื่อมโยงไปถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพ การพัฒนาทักษะ การฝึกอาชีพ และการเตรียมความพร้อมให้ผู้ต้องขังสามารถกลับไปดำเนินชีวิตในสังคมภายหลังพ้นโทษ
แล้วคนลพบุรีเกี่ยวอะไรกับสุขภาพในเรือนจำ?
แม้เรือนจำจะเป็นพื้นที่ปิด แต่ระบบสุขภาพภายในเรือนจำไม่ได้แยกขาดจากระบบสาธารณสุขของจังหวัด
เมื่อผู้ต้องขังมีอาการเจ็บป่วยที่ต้องรักษาเฉพาะทาง ก็อาจต้องเชื่อมต่อกับโรงพยาบาลภายนอก ขณะเดียวกันผู้ต้องขังส่วนหนึ่งจะกลับคืนสู่ครอบครัวและชุมชนเมื่อพ้นโทษ
การดูแลทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต การบำบัดฟื้นฟู และการเตรียมทักษะก่อนกลับเข้าสู่สังคม จึงเกี่ยวข้องทั้งกับคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังและการกลับไปใช้ชีวิตร่วมกับชุมชนในระยะต่อไป
สิ่งที่ข้อมูลครั้งนี้ยังไม่ตอบ
แม้การตรวจประเมินครั้งนี้จะกล่าวถึงระบบบริการสุขภาพหลายด้าน แต่ข้อมูลที่เผยแพร่ ยังไม่มีตัวเลขผลลัพธ์สำคัญบางส่วน เช่น ผู้ต้องขัง 2,374 คน มีผู้เข้ารับบริการทางการแพทย์เฉลี่ยจำนวนเท่าใดต่อเดือน มีผู้ป่วยที่ต้องส่งต่อไปโรงพยาบาลภายนอกจำนวนเท่าใด มีผู้ต้องขังที่อยู่ในระบบดูแลสุขภาพจิตและจิตเวชมากน้อยเพียงใด หรือการเข้าถึงบริการทันตกรรมครอบคลุมเพียงใด
รวมถึงยังไม่มีรายละเอียดของนวัตกรรม “To walk again together” ว่าถูกนำมาใช้กับผู้ต้องขังกลุ่มใด และมีผลลัพธ์อย่างไร
ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยทำให้คำว่า “ยกระดับระบบสุขภาพในเรือนจำ” สามารถวัดผลได้ชัดเจนมากขึ้น
จากสุขภาพ ไปถึงชีวิตหลังพ้นโทษ
นอกเหนือจากสถานพยาบาล คณะยังติดตามการบำบัดฟื้นฟูและการฝึกทักษะอาชีพ ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งของการเตรียมผู้ต้องขังกลับเข้าสู่สังคม
ท้ายที่สุด ผลลัพธ์ที่ควรติดตามจึงไม่ได้มีเพียงว่าเรือนจำผ่านเกณฑ์การประเมินหรือได้รับรางวัลหรือไม่ แต่คือผู้ต้องขังสามารถเข้าถึงการรักษาที่จำเป็น มีสุขภาพกายและใจที่เหมาะสม และมีความพร้อมเพียงใดเมื่อต้องกลับไปใช้ชีวิตภายนอกเรือนจำ
คณะตรวจประเมินได้ให้ข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาการดำเนินงานต่อ พร้อมระบุถึงความร่วมมือของจังหวัด หน่วยงานสาธารณสุข โรงพยาบาล และเจ้าหน้าที่เรือนจำในการพัฒนาระบบดูแลผู้ต้องขังอย่างต่อเนื่อง
แหล่งข่าว: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี / กรมราชทัณฑ์
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




