ลพบุรีตั้งเป้าเด็กอ่าน–เขียนภาษาไทยมีปัญหา “เหลือศูนย์” ปี 2569 มีนักเรียนเป้าหมาย 350 คนใน 23 โรงเรียน

จังหวัดลพบุรีเดินหน้าโครงการส่งเสริมและพัฒนาการพูด อ่าน เขียนภาษาไทย ปีการศึกษา 2569 ตั้งเป้าช่วยนักเรียนระดับ ป.1–ป.6 ที่ยังมีปัญหาด้านการอ่านและการเขียนให้สามารถพัฒนาทักษะได้ตามวัย โดยปีนี้กำหนดกลุ่มเป้าหมาย 350 คน จาก 23 โรงเรียนทั่วจังหวัด พร้อมใช้ทั้งครูอาสาสมัคร การสอนเสริม อุปกรณ์การเรียน และการแก้ปัญหาสภาพแวดล้อมในโรงเรียนเข้าช่วยเหลือ
วันที่ 28 สิงหาคม 2569 เวลา 10.40 น. นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นำคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมและพัฒนาการพูด อ่าน เขียนภาษาไทยของจังหวัดลพบุรี พร้อมคณะเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี และกิ่งกาชาดอำเภอพัฒนานิคม ลงพื้นที่โรงเรียนอนุบาลพัฒนานิคม อำเภอพัฒนานิคม
ภายในกิจกรรมมีการมอบอุปกรณ์การเรียนให้แก่นักเรียนกลุ่มเป้าหมาย และมอบสื่อการสอนแก่ครูอาสาสมัครที่ทำหน้าที่สอนเสริมภาษาไทย เพื่อใช้ในการพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนของนักเรียน
ปี 2569 มีเด็กเป้าหมาย 350 คน จาก 23 โรงเรียน
ข้อมูลจากโครงการระบุว่า ปีการศึกษา 2569 จังหวัดลพบุรีกำหนดโรงเรียนเป้าหมายไว้ 23 โรงเรียน มีนักเรียนกลุ่มเป้าหมายรวม 350 คน
กลุ่มหลักเป็นนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1–6 ที่ยังมีปัญหาด้านการอ่านและการเขียน และต้องได้รับการพัฒนาทักษะเพิ่มเติมนอกเหนือจากการเรียนในชั้นเรียนตามปกติ
เป้าหมายของจังหวัดคือช่วยให้นักเรียนกลุ่มดังกล่าวสามารถพัฒนาทักษะไปสู่การ อ่านออกและเขียนได้ และลดจำนวนเด็กที่มีปัญหาด้านการอ่านและการเขียนให้เหลือน้อยที่สุดจนถึงเป้าหมาย “ศูนย์”
ไม่ได้ช่วยแค่หนังสือ แต่ลงไปดูถึงสภาพโรงเรียน
แนวทางของโครงการไม่ได้มีเพียงการจัดสอนเสริมภาษาไทย
จังหวัดระบุว่าจะลงพื้นที่โรงเรียนกลุ่มเป้าหมายเพื่อดูปัญหาอื่นที่อาจเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานและสภาพแวดล้อมในโรงเรียน ไปจนถึงความพร้อมของครูและอุปกรณ์การเรียน
การช่วยเหลือยังครอบคลุมการมอบถุงยังชีพด้านการศึกษา สื่อการเรียนการสอน เมล็ดพันธุ์ผัก สิ่งของส่งเสริมสุขภาพสำหรับนักเรียน รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบางแห่ง
แนวคิดคือ ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้อาจไม่ได้เกิดจากความสามารถของเด็กเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับโอกาสในการเรียนรู้ สภาพครอบครัว สื่อการสอน เวลาในการฝึกทักษะ และสภาพแวดล้อมรอบตัวเด็กด้วย
ครูอาสาสมัครมีบทบาทอย่างไร?
หนึ่งในกลไกสำคัญของโครงการคือ ครูและอาสาสมัครช่วยสอนเสริมภาษาไทย
เด็กกลุ่มเป้าหมายจะได้รับการฝึกเพิ่มเติมเพื่อแก้ปัญหาในจุดที่แต่ละคนยังมีข้อจำกัด เช่น การจดจำตัวอักษร การผสมคำ การอ่านออกเสียง การจับใจความ หรือการเขียน
รูปแบบการช่วยเหลือรายบุคคลมีความสำคัญ เพราะเด็กที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “ต้องปรับปรุง” ไม่ได้หมายความว่าทุกคนมีปัญหาเหมือนกันทั้งหมด
บางคนอาจอ่านได้แต่เขียนไม่ได้ บางคนอ่านช้า ขณะที่บางคนอาจต้องการการช่วยเหลือเฉพาะด้านมากกว่าการเรียนเสริมทั่วไป
ตัวเลขลดลงหรือไม่? ยังต้องดูมากกว่าจำนวนเด็ก
ข้อมูลข่าวทางการในปีการศึกษา 2567 เคยระบุว่า จังหวัดลพบุรีมีโรงเรียนเป้าหมาย 19 แห่ง และนักเรียนกลุ่มเป้าหมายประมาณ 650 คน ขณะที่ข้อมูลปี 2569 ระบุ 23 โรงเรียน แต่มีนักเรียนเป้าหมาย 350 คน
เมื่อดูเพียงตัวเลข จำนวนเด็กในกลุ่มเป้าหมายดูน้อยลง แต่ ยังไม่ควรสรุปทันทีว่าปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ในจังหวัดลพบุรีลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง
เนื่องจากจำนวนโรงเรียน ฐานนักเรียน วิธีสำรวจ และเกณฑ์ที่ใช้คัดเลือกกลุ่มเป้าหมายในแต่ละปีอาจแตกต่างกัน
ตัวเลขที่จะตอบคำถามได้ชัดกว่าคือ ผลการประเมินนักเรียนรายคนก่อนและหลังเข้าร่วมโครงการ ว่ามีนักเรียนกี่คนที่สามารถผ่านเกณฑ์การอ่านและการเขียนหลังได้รับการช่วยเหลือ
แล้วคนลพบุรีควรจับตาอะไรต่อ?
ตัวเลข 350 คนใน 23 โรงเรียน ทำให้เห็นขนาดของกลุ่มที่จังหวัดกำลังให้ความช่วยเหลือ แต่คำถามสำคัญกว่าคือ เมื่อสิ้นปีการศึกษาแล้ว จะเหลือนักเรียนที่ยังต้องได้รับการช่วยเหลืออีกกี่คน
รวมถึงแต่ละอำเภอมีนักเรียนเป้าหมายจำนวนเท่าใด โรงเรียนใดมีปัญหามากที่สุด และสาเหตุหลักของเด็กที่ยังอ่านหรือเขียนไม่ได้เกิดจากอะไร
อีกข้อมูลที่ควรเปิดเผยคือผลลัพธ์หลังการสอนเสริม เช่น เด็ก 350 คน มีจำนวนกี่คนที่อ่านได้ดีขึ้น
กี่คนสามารถผ่านเกณฑ์การเขียน กี่คนยังต้องได้รับการช่วยเหลือต่อ และมีเด็กกลุ่มใดที่ต้องได้รับการประเมินหรือดูแลเฉพาะด้านเพิ่มเติมหรือไม่
เพราะเป้าหมาย “เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้เป็นศูนย์” จะวัดผลได้จริง ไม่ได้อยู่ที่จำนวนอุปกรณ์ที่มอบหรือจำนวนครั้งที่ลงพื้นที่ แต่อยู่ที่พัฒนาการของเด็กแต่ละคนหลังได้รับการช่วยเหลือ
LOPBURITODAY จะติดตามผลการดำเนินงานของนักเรียนกลุ่มเป้าหมายทั้ง 350 คน รวมถึงผลประเมินหลังสิ้นสุดโครงการว่า จังหวัดลพบุรีเข้าใกล้เป้าหมาย “เหลือศูนย์” ได้มากน้อยเพียงใด
แหล่งข่าว: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี / เหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




