ลพบุรีนำร่อง “ทีมสร้างสุข” ภาคกลาง เตรียม อพม. 1,100 คน ครบ 11 อำเภอ ช่วยค้นหา–ส่งต่อกลุ่มเปราะบาง

จังหวัดลพบุรีเดินหน้าพัฒนาอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ อพม. จำนวน 1,100 คน ครอบคลุมทั้ง 11 อำเภอ ให้เป็น “ทีมสร้างสุข” ทำหน้าที่ค้นหา เข้าถึง ประสาน ส่งต่อ และติดตามการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง พร้อมเตรียม Kick off พร้อมกันทั่วประเทศวันที่ 10 กันยายน 2569 ขณะที่ข้อมูลต้นทางระบุว่าลพบุรีเป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรกของภาคกลางในการบูรณาการความช่วยเหลือระดับพื้นที่
วันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี นางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ อพม. ทีมสร้างสุข จังหวัดลพบุรี รุ่นที่ 2
มีนายนิรันด์ คำล้าน นายอำเภอโคกสำโรง นายสมชาย อ่อนบาง ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วิทยากร และ อพม.ในพื้นที่เข้าร่วม
“ทีมสร้างสุข” คืออะไร?
แนวคิดของทีมสร้างสุขคือการมีเครือข่ายคนในพื้นที่ที่สามารถเข้าถึงประชาชนได้เร็ว โดยเฉพาะครัวเรือนหรือบุคคลที่มีปัญหาด้านสังคมและอาจเข้าไม่ถึงความช่วยเหลือของรัฐ
หลังผ่านการอบรม อพม.จะมีบทบาทตั้งแต่
- ค้นหาประชาชนหรือครัวเรือนที่ต้องการความช่วยเหลือ
- เข้าถึงและประเมินปัญหาเบื้องต้น
- ประสานและส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ติดตามผลหลังได้รับความช่วยเหลือ
- สนับสนุนการคุ้มครองสิทธิ
- ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสวัสดิการและบริการของรัฐ
เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียง “รับเรื่อง” แต่ต้องพยายามเชื่อมคนที่มีปัญหาเข้ากับหน่วยงานที่สามารถช่วยได้จริง
ลพบุรีเตรียม 1,100 คน ครอบคลุม 11 อำเภอ
จังหวัดกำหนดเป้าหมายพัฒนา อพม.รวม 1,100 คน ครบทั้ง 11 อำเภอของลพบุรี
การอบรมแบ่งออกเป็น 3 รุ่น โดยวันที่ 2 กันยายนเป็นรุ่นที่ 2 มีผู้เข้าร่วมรวม 387 คน จาก 4 อำเภอ ได้แก่
โคกสำโรง สระโบสถ์ หนองม่วง และบ้านหมี่
หลังจากผ่านการอบรม ผู้เข้าร่วมจะทำหน้าที่เป็นทีมสร้างสุขในระดับพื้นที่ และร่วมกับหน่วยงานด้านสังคมในการค้นหาและส่งต่อประชาชนที่ต้องได้รับความช่วยเหลือ
“ศูนย์สร้างสุข” จะเป็นประตูเดียวของความช่วยเหลือหรือไม่?
นโยบายของกระทรวง พม.กำหนดให้ทุกจังหวัดจัดตั้ง “ศูนย์สร้างสุข” เป็นกลไกกลางระดับพื้นที่
แนวคิดคือ เมื่อพบผู้สูงอายุ ผู้พิการ เด็ก ครอบครัวเปราะบาง หรือประชาชนที่มีปัญหาด้านสังคม เจ้าหน้าที่และ อพม.สามารถประสานข้อมูลและส่งต่อไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบได้เร็วขึ้น
หากระบบทำงานตามเป้าหมาย ประชาชนไม่ควรต้องเดินหาหลายหน่วยงานเพื่อถามว่า “ปัญหานี้ต้องไปที่ไหน” แต่ควรมีจุดที่สามารถรับเรื่องและประสานต่อให้ได้
ตรงนี้จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะต้องติดตามหลังเปิดระบบจริง
10 กันยายน เตรียม Kick off พร้อมทั่วประเทศ
หลังการอบรม อพม.ทั้ง 3 รุ่น จังหวัดลพบุรีเตรียมเข้าร่วมกิจกรรม Kick off ทีมสร้างสุข วันที่ 10 กันยายน 2569 ซึ่งข้อมูลต้นทางระบุว่าจะดำเนินการพร้อมกันทั่วประเทศ
ลพบุรีถูกระบุในข่าวต้นทางว่าเป็น พื้นที่นำร่องแห่งแรกของภาคกลาง สำหรับการบูรณาการระบบความช่วยเหลือระดับพื้นที่
แต่สิ่งที่จะพิสูจน์คำว่า “นำร่อง” ไม่ใช่เพียงจำนวน อพม.ที่ผ่านการอบรม หากเป็นผลลัพธ์หลังเริ่มทำงานจริง
แล้วคนลพบุรีได้อะไร?
สำหรับประชาชน สิ่งที่ควรได้จากทีมสร้างสุขคือ เข้าถึงความช่วยเหลือเร็วขึ้น
ตัวอย่างเช่น หากพบผู้สูงอายุอยู่ลำพัง คนพิการที่ยังเข้าไม่ถึงสิทธิ ครอบครัวที่มีปัญหาด้านรายได้ เด็กที่ต้องได้รับการคุ้มครอง หรือผู้ที่ไม่ทราบว่าจะขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานใด อพม.ในพื้นที่ควรเป็นหนึ่งในกลไกที่สามารถรับรู้ปัญหาและประสานต่อได้
แต่ข้อมูลที่เผยแพร่ครั้งนี้ยังไม่ได้ระบุว่า หลัง Kick off แล้ว ประชาชนจะสามารถ ติดต่อทีมสร้างสุขโดยตรงผ่านช่องทางใด เช่น เบอร์โทรศัพท์ LINE ศูนย์ระดับอำเภอ หรือติดต่อผ่าน อพม.ประจำตำบล
ข้อมูลส่วนนี้สำคัญ เพราะถ้าประชาชนไม่รู้ว่าจะเข้าถึงทีมได้อย่างไร ระบบก็อาจมีอยู่แต่ยังไปไม่ถึงคนที่ต้องการความช่วยเหลือ
ต้องวัดผลมากกว่า “อบรมครบ 1,100 คน”
เมื่อโครงการเดินหน้าจริง สิ่งที่ควรเปิดเผยต่อคือผลการทำงาน เช่น
มีประชาชนถูกค้นพบและเข้าสู่ระบบช่วยเหลือกี่ราย
ปัญหาประเภทใดพบมากที่สุดในแต่ละอำเภอ
มีจำนวนเท่าใดที่ได้รับสิทธิสวัสดิการหลังการประสาน
ใช้เวลาเฉลี่ยเท่าใดตั้งแต่พบปัญหาจนได้รับความช่วยเหลือ
และมีกรณีใดที่ยังติดขัดเพราะข้อจำกัดของหน่วยงานหรือสิทธิ
เพราะตัวเลข 1,100 อพม. บอกเพียงขนาดของเครือข่าย แต่ผลลัพธ์จริงต้องดูว่าเครือข่ายนี้ช่วยให้คนที่เคยตกหล่นจากระบบเข้าถึงรัฐได้มากขึ้นแค่ไหน
LOPBURITODAY จะติดตามหลังการ Kick off วันที่ 10 กันยายน ว่า “ทีมสร้างสุข” ของลพบุรีจะเปิดช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงอย่างไร และเริ่มช่วยเหลือเคสในพื้นที่ได้มากน้อยเพียงใด
แหล่งข่าว: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




