ลพบุรีเปิดบัญชีเด็กนอกระบบ 5,057 ราย พบตัว 2,367 ยังตามไม่พบ 606 คน ปูพรม Zero Dropout 11 อำเภอ

จังหวัดลพบุรีเดินหน้าปฏิบัติการ Thailand Zero Dropout ค้นหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาทั่วทั้ง 11 อำเภอ จากบัญชีเป้าหมายทั้งหมด 5,057 ราย ล่าสุดระบุว่าพบตัวแล้ว 2,367 คน ย้ายออกนอกพื้นที่ 1,779 คน ยังติดตามไม่พบ 606 คน และอยู่ระหว่างติดตามอีก 103 คน พร้อมสั่งลงพื้นที่ถึงทุกครัวเรือนเพื่อชักชวนเด็กวัย 3–18 ปีเข้าสู่ระบบการศึกษาหรือการเรียนรู้ที่เหมาะสม โดยจะนำผลกลับมารายงานอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน 2569
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมสานฝัน สำนักงานศึกษาธิการภาค 1 นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ หรือ Thailand Zero Dropout จังหวัดลพบุรี
ที่ประชุมติดตามผลการค้นหา ตรวจสอบสถานะ และแนวทางช่วยเหลือเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาในพื้นที่ทั้ง 11 อำเภอ รวมถึงกำหนดแนวทางส่งต่อความช่วยเหลือในกรณีที่ปัญหาไม่ได้มีเพียงเรื่องการเรียน แต่เกี่ยวข้องกับรายได้ การทำงาน ยาเสพติด และคุณภาพชีวิตของครอบครัวด้วย
บัญชีมี 5,057 ราย ตอนนี้ตามไปถึงไหนแล้ว?
ข้อมูลที่นำเสนอในการประชุมระบุว่า จังหวัดลพบุรีมีเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาอยู่ในบัญชีทั้งหมด 5,057 ราย
ผลจากการลงพื้นที่จำแนกสถานะล่าสุด ระบุว่า
- พบตัวแล้ว 2,367 คน
- ย้ายออกนอกพื้นที่ 1,779 คน
- ติดตามไม่พบ 606 คน
- อยู่ระหว่างติดตาม 103 คน
- เสียชีวิต 18 ราย
แต่มีประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม เนื่องจากเมื่อนำตัวเลขทั้ง 5 กลุ่มมารวมกัน จะได้ 4,873 ราย ซึ่งยังน้อยกว่าจำนวนในบัญชีทั้งหมด 5,057 รายอยู่ 184 ราย
ข้อมูลต้นทางที่เผยแพร่ครั้งนี้ไม่ได้ระบุว่าเด็กและเยาวชนอีก 184 รายดังกล่าวอยู่ในสถานะใด หรือมีสถานะประเภทอื่นที่ไม่ได้ถูกนำมาเผยแพร่หรือไม่
จุดนี้จึงควรมีการชี้แจงเพิ่มเติม เพื่อให้ตัวเลขการติดตามเด็กนอกระบบของจังหวัดตรงกันทั้งระบบ
“พบตัวแล้ว” ยังไม่เท่ากับ “กลับเข้าเรียนแล้ว”
อีกจุดหนึ่งที่ต้องแยกให้ชัดคือ ตัวเลข พบตัวแล้ว 2,367 คน ไม่ได้หมายความว่าเด็กทั้ง 2,367 คนถูกนำกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาเรียบร้อยแล้ว
ข้อมูลต้นทางระบุเพียงว่าเป็นผลจากการ “สำรวจพบตัว” และยังต้องมีการตรวจสอบสถานะ รวมถึงพิจารณาว่าเด็กแต่ละคนต้องการความช่วยเหลือแบบใด
จึงยังต้องติดตามต่อว่า จากจำนวนที่พบตัวแล้ว มีกี่คนที่กลับเข้าเรียน มีกี่คนอยู่ในระบบการเรียนรู้รูปแบบอื่น และมีกี่คนที่ยังไม่สามารถเข้าสู่ระบบการศึกษาได้
Zero Dropout ไม่ได้หมายถึงแค่ “พากลับห้องเรียน”
Thailand Zero Dropout เป็นนโยบายที่เริ่มขับเคลื่อนในระดับประเทศเพื่อค้นหาและช่วยเหลือเด็กและเยาวชนอายุประมาณ 3–18 ปี ที่ไม่ปรากฏอยู่ในระบบการศึกษา โดยไม่ได้มองเพียงการพาเด็กกลับเข้าโรงเรียนแบบเดิม แต่รวมถึงการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและเหมาะสมกับสภาพชีวิตของเด็กแต่ละรายด้วย
เพราะสาเหตุที่เด็กหลุดจากระบบไม่ได้มีเพียง “ไม่อยากเรียน”
ข้อมูลของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. ชี้ว่าปัญหาสามารถเกี่ยวข้องกับความยากจน สุขภาพ ปัญหาครอบครัว ความรุนแรง หรือความจำเป็นต้องออกมาทำงานหารายได้
ดังนั้น เด็กบางคนอาจเหมาะกับการกลับโรงเรียน ขณะที่บางคนอาจต้องใช้การศึกษาที่ยืดหยุ่น การฝึกอาชีพ หรือรูปแบบการเรียนรู้ที่สามารถทำควบคู่กับการทำงานได้
606 คนที่ “ติดตามไม่พบ” คือโจทย์ใหญ่
หนึ่งในตัวเลขที่น่าจับตามากที่สุดของลพบุรีคือ เด็กและเยาวชน 606 คนที่ยังติดตามไม่พบ
คนกลุ่มนี้แตกต่างจาก 1,779 คนที่มีข้อมูลว่าย้ายออกนอกพื้นที่ เพราะสถานะ “ติดตามไม่พบ” หมายความว่ายังต้องหาคำตอบต่อว่าเด็กอยู่ที่ไหน มีการย้ายที่อยู่โดยไม่ได้อัปเดตข้อมูล หรือมีปัจจัยอื่นทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าถึงตัวได้
จังหวัดจึงมอบหมายให้ สกร.ระดับตำบล ลงพื้นที่ไปยังครัวเรือนเป้าหมาย เพื่อค้นหาและชักชวนเด็กและเยาวชนอายุ 3–18 ปีให้เข้าสู่ระบบการศึกษาหรือได้รับการช่วยเหลือตามสภาพปัญหา
ไม่ใช่ทุกปัญหาจบด้วยการส่งกลับโรงเรียน
นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เน้นย้ำให้หน่วยงานต่าง ๆ บูรณาการช่วยเหลือเด็กและครอบครัวในหลายด้าน
ตั้งแต่ ชีวิตความเป็นอยู่ การหางานทำ ปัญหายาเสพติด และปัญหาอื่นที่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา
แนวทางนี้สำคัญ เพราะหากเด็กออกจากโรงเรียนเนื่องจากครอบครัวไม่มีรายได้ การบอกให้ “กลับไปเรียน” เพียงอย่างเดียวอาจไม่แก้ปัญหาที่ทำให้เด็กต้องออกจากระบบตั้งแต่แรก
การทำ Zero Dropout จึงต้องใช้การจัดการแบบรายกรณี คือค้นหาว่าเด็กแต่ละคนกำลังเผชิญกับอะไร ก่อนส่งต่อไปยังหน่วยงานที่สามารถแก้ปัญหานั้นได้
แล้วคนลพบุรีควรจับตาอะไรต่อ?
ตัวเลข 5,057 รายเป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งที่ควรติดตามมากกว่าคือ ผลลัพธ์หลังจากพบตัวเด็กแล้ว
โดยเฉพาะคำถามว่า จาก 2,367 คนที่พบตัวแล้ว มีกี่คนกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาหรือการเรียนรู้แล้วจริง ๆ
606 คนที่ยังติดตามไม่พบ จะสามารถตามเจอได้อีกกี่คน
เด็ก 103 คนที่กำลังอยู่ระหว่างติดตามจะมีสถานะอย่างไร
ส่วน 1,779 คนที่ย้ายออกนอกพื้นที่ มีระบบส่งต่อข้อมูลไปยังจังหวัดปลายทางหรือไม่ เพื่อไม่ให้เด็กเพียง “หายออกจากสถิติลพบุรี” แต่ยังคงหลุดจากระบบการศึกษาอยู่ในจังหวัดอื่น
และอีกคำถามหนึ่งจากข้อมูลชุดนี้คือ 184 รายที่ยังไม่ปรากฏสถานะในตัวเลขที่เผยแพร่ อยู่ตรงไหนในระบบ
พฤศจิกายนนี้ ต้องเห็นมากกว่าตัวเลข “ตามเจอ”
จังหวัดกำหนดให้หน่วยงานลงพื้นที่ต่อเนื่อง และจะนำข้อมูลกลับมารายงานต่อที่ประชุมอีกครั้งใน เดือนพฤศจิกายน 2569
สิ่งที่ควรเห็นในการรายงานรอบต่อไปจึงไม่ใช่เพียงจำนวนเด็กที่ “พบตัว” เพิ่มขึ้น แต่ควรมีตัวเลขผลลัพธ์ที่ชัดขึ้น เช่น
เด็กกลับเข้าสู่การศึกษากี่คน
เข้าสู่การเรียนรู้แบบยืดหยุ่นกี่คน
ได้รับการฝึกอาชีพหรือมีงานทำกี่คน
ยังไม่สามารถช่วยเหลือได้กี่คน
และสาเหตุหลักที่ทำให้เด็กในลพบุรีหลุดจากระบบคืออะไร
เพราะเป้าหมาย Thailand Zero Dropout จะไปถึงคำว่า “ศูนย์” ได้จริง ไม่ได้วัดจากการตามหารายชื่อครบ แต่ต้องวัดจากการที่เด็กแต่ละคนได้รับโอกาสทางการศึกษาหรือการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับชีวิตของตัวเอง
LOPBURITODAY จะติดตามผลการลงพื้นที่ทั้ง 11 อำเภอ และตัวเลขรอบเดือนพฤศจิกายนว่า จากบัญชีเด็กและเยาวชน 5,057 ราย จังหวัดลพบุรีสามารถพากลับเข้าสู่การศึกษาหรือจัดการเรียนรู้ให้ได้จริงกี่คน
แหล่งข่าว: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี
ข้อมูลประกอบ: กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




