ลพบุรีรับคำขอพิสูจน์สิทธิที่ดิน 6,972 แปลง ออกโฉนดแล้ว 728 แปลง เดินหน้าเคสทับซ้อนเขตทหาร 18 ราย–1 วัด

จังหวัดลพบุรีเดินหน้าพิสูจน์สิทธิในที่ดินของรัฐ หลังมีประชาชนยื่นคำขอรวม 6,972 แปลง ล่าสุดรังวัดแล้ว 5,045 แปลง เสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณา 1,210 แปลง และออกโฉนดที่ดินแล้ว 728 แปลง พร้อมพิจารณากรณีประชาชน 18 ราย และวัด 1 แห่ง ซึ่งอยู่อาศัยหรือทำประโยชน์ในพื้นที่ทับซ้อนเขตหวงห้ามที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ทางทหาร พ.ศ. 2479
วันที่ 1 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมพระปรางค์สามยอด ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดลพบุรี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพิสูจน์สิทธิในที่ดินของรัฐ จังหวัดลพบุรี หรือ คพร.จังหวัดลพบุรี ครั้งที่ 1/2569
การประชุมมีเป้าหมายติดตามและเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสิทธิในที่ดินทำกินของประชาชน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการ และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
ยื่นพิสูจน์สิทธิ 6,972 แปลง ออกโฉนดแล้ว 728 แปลง
ข้อมูลจากสำนักงานที่ดินจังหวัดลพบุรีที่รายงานต่อที่ประชุม ระบุว่า ปัจจุบันมีคำขอพิสูจน์สิทธิในที่ดินรวม 6,972 แปลง
ความคืบหน้าแบ่งเป็น
- รังวัดแล้ว 5,045 แปลง
- เสนอ กบร./คพร.จังหวัดแล้ว 1,210 แปลง
- ออกโฉนดที่ดินแล้ว 728 แปลง
ตัวเลขดังกล่าวทำให้เห็นว่า กระบวนการพิสูจน์สิทธิยังมีคำขออีกจำนวนมากที่อยู่ระหว่างขั้นตอนต่าง ๆ ก่อนจะไปถึงการออกเอกสารสิทธิ
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่เผยแพร่ครั้งนี้ยังไม่ได้แจกแจงว่า คำขอที่เหลืออยู่ในแต่ละขั้นตอนมีจำนวนเท่าใด ใช้ระยะเวลาดำเนินการเฉลี่ยนานแค่ไหน หรือมีจำนวนกี่แปลงที่ติดปัญหาเรื่องหลักฐานหรือข้อพิพาท
พิจารณาอีก 18 ราย–1 วัด ในพื้นที่ทับซ้อนเขตทหาร
อีกประเด็นที่ที่ประชุมพิจารณาคือ การออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายแก่ประชาชนที่อยู่อาศัยหรือทำประโยชน์ในพื้นที่ ทับซ้อนเขตพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ในการทหาร พ.ศ. 2479
ข้อมูลระบุว่ามีประชาชนเกี่ยวข้อง 18 ราย และวัด 1 แห่ง
กรณีดังกล่าวจึงเป็นอีกส่วนที่ต้องติดตามว่า ผลการพิจารณาพิสูจน์สิทธิจะออกมาอย่างไร และแต่ละรายจะสามารถดำเนินการด้านเอกสารสิทธิในขั้นตอนต่อไปได้หรือไม่
ยังมีประเด็น “ที่ดินวัดในเขตรัฐ” ต้องวางแนวทางให้ชัด
นอกจากกรณีประชาชน ที่ประชุมยังรับทราบมาตรการของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ คทช. เกี่ยวกับการพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดินของวัดในเขตที่ดินของรัฐ เพื่อใช้เป็นแนวทางดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ประเด็นนี้มีความสำคัญ เพราะเรื่องสิทธิในที่ดินไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะครัวเรือนหรือพื้นที่ทำกิน แต่ยังรวมถึงสถานที่ทางศาสนาที่อาจอยู่ในพื้นที่ซึ่งมีสถานะทางกฎหมายซ้อนกันอยู่
แล้วคนลพบุรีควรจับตาอะไรต่อ?
ตัวเลข 6,972 แปลงทำให้เห็นขนาดของคำขอที่เข้าสู่ระบบ แต่สิ่งที่ประชาชนต้องการรู้มากกว่าคือ แต่ละคำขอจะใช้เวลานานเท่าใดกว่าจะถึงข้อยุติ
โดยเฉพาะคำถามว่า
จาก 5,045 แปลงที่รังวัดแล้ว เหตุใดจึงมีเพียง 1,210 แปลงที่เสนอเข้าสู่การพิจารณา
ในจำนวนที่ยื่นคำขอทั้งหมด มีแปลงใดติดปัญหาด้านเอกสารหรือเขตที่ดิน
และจาก 728 แปลงที่ออกโฉนดแล้ว ยังมีอีกกี่แปลงที่มีโอกาสออกเอกสารสิทธิได้ในรอบต่อไป
สำหรับกรณีพื้นที่ทับซ้อนเขตหวงห้ามทางทหาร 18 รายและวัด 1 แห่ง ก็ต้องติดตามว่าคณะกรรมการจะมีข้อสรุปอย่างไร เพราะผลการพิจารณามีผลโดยตรงต่อความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของประชาชน
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงจำนวนครั้งที่มีการประชุม แต่คือ คำขอที่ค้างอยู่จะเดินหน้าเร็วขึ้นหรือไม่ และประชาชนจะได้รับความชัดเจนเรื่องสิทธิในที่ดินเมื่อใด
LOPBURITODAY จะติดตามผลการพิจารณาของ คพร.จังหวัดลพบุรี รวมถึงความคืบหน้าของพื้นที่ทับซ้อนเขตทหารทั้ง 18 รายและวัด 1 แห่งต่อไป
แหล่งข่าว: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




