ลพบุรีรับคำสั่งปรับแผนน้ำรายวัน — บ้านหมี่เดินโรงครัวส่งอาหารถึงผู้ประสบภัย แต่ยังไม่เปิดจำนวนกล่อง–ครัวเรือนที่ได้รับ

จังหวัดลพบุรีร่วมประชุม บกปภ.ช. วันที่ 1 ตุลาคม รับข้อสั่งการให้เฝ้าระวังน้ำ ปรับแผนช่วยเหลือรายวัน ดูแลกลุ่มเปราะบาง และเร่งฟื้นฟูพื้นที่น้ำลด ขณะเดียวกันที่ อ.พุคา บ้านหมี่ มีการเดินโรงครัวจิตอาสา ส่งอาหารผ่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และท้องถิ่นถึงผู้ประสบภัย พร้อมได้รับเงินสนับสนุน 8,100 บาท แต่ข่าวต้นทางยังไม่ระบุว่าผลิตอาหารได้วันละกี่กล่อง ส่งถึงกี่หมู่บ้าน หรือมีประชาชนได้รับความช่วยเหลือแล้วกี่ราย
วันที่ 1 ตุลาคม 2569 จังหวัดลพบุรีเดินหน้ารับมือสถานการณ์อุทกภัยทั้งในระดับการบริหารและการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ช่วงเช้า เวลา 08.00 น. นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยตรี ทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ หรือ บกปภ.ช. ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
การประชุมมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน โดยรัฐบาลยืนยันว่า การประชุมวันที่ 1 ตุลาคมมีเป้าหมายติดตามสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ เร่งช่วยพื้นที่ตัดขาด ใช้ข้อมูลร่วมกัน และเตรียมรับฝนระลอกใหม่ช่วงวันที่ 4–5 ตุลาคม
ในวันเดียวกัน ที่อำเภอบ้านหมี่ มีรายงานการเดินโรงครัวจิตอาสา ณ โดมอเนกประสงค์องค์การบริหารส่วนตำบลพุคา เพื่อประกอบอาหารและประสานส่งถึงผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่
บกปภ.ช. สั่งปรับแผนรับน้ำ “รายวัน”
ข้อสั่งการจากการประชุมวันที่ 1 ตุลาคมมุ่งให้ทุกจังหวัดติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และปรับแผนให้ทันกับน้ำและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง
รัฐบาลระบุให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานเกี่ยวข้องยกระดับความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง ใช้ข้อมูลร่วมกัน เร่งเข้าถึงพื้นที่ที่ประชาชนยังได้รับความเดือดร้อน และรายงานส่วนกลางหากต้องการกำลังหรือทรัพยากรเพิ่ม สำหรับลพบุรี ข้อสั่งการที่เกี่ยวข้องโดยตรง ได้แก่
- เร่งสูบและระบายน้ำในพื้นที่น้ำขัง
- เตรียมรับมวลน้ำและน้ำป่าไหลหลาก
- แจ้งเตือนประชาชนให้ทันสถานการณ์
- ดูแลผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบาง
- บริหารศูนย์พักพิงให้พร้อม
- จัดเครื่องจักร เครื่องมือ ถุงยังชีพ และงบประมาณเข้าพื้นที่
- พื้นที่ที่น้ำลดแล้วให้เร่งจัดการขยะ เศษซาก และเตรียมฟื้นฟู
รัฐบาลยังระบุให้มีการติดตามสถานการณ์ผ่าน บกปภ.ช. อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การสั่งการปรับตามสถานการณ์จริงได้เร็วขึ้น
บ้านหมี่ — โรงครัวเริ่มส่งอาหารผ่านผู้นำชุมชน
ในระดับพื้นที่ จังหวัดรายงานว่า วันที่ 1 ตุลาคม นายปรัชญา เปปะตัง และนายประยูร ศิริวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ลงพื้นที่เยี่ยมเจ้าหน้าที่และจิตอาสาที่โรงครัวจิตอาสา ณ โดมอเนกประสงค์ อบต.พุคา อำเภอบ้านหมี่
จุดนี้ใช้ประกอบอาหารปรุงสุกเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่บ้านหมี่ ระบบกระจายอาหาร อาหารจากโรงครัวจะประสานผ่าน กำนัน → ผู้ใหญ่บ้าน → ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น → ผู้ประสบภัย
เพื่อให้อาหารไปถึงประชาชนในพื้นที่ นี่เป็นข้อมูลสำคัญกว่าคำว่า “เปิดโรงครัว” เพราะทำให้เริ่มเห็นช่องทางว่าความช่วยเหลือถูกส่งออกจากจุดประกอบอาหารอย่างไร
ท่าวุ้งสมทบเงิน 8,100 บาท
ในวันเดียวกัน ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอท่าวุ้ง นำโดยนายกิตติภพ คงภานิติธรรม นายอำเภอท่าวุ้ง มอบเงินสนับสนุนโรงครัวจำนวน 8,100 บาท เงินดังกล่าวระบุว่าจะใช้สำหรับจัดซื้อวัตถุดิบ วัสดุ และอุปกรณ์ประกอบอาหาร ผู้รับมอบคือ นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอบ้านหมี่ และ ว่าที่ร้อยตรี ณรงค์ฤทธิ์ ทองดี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพุคา ตัวเลข 8,100 บาทจึงเป็น เงินสนับสนุนจากชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอท่าวุ้งในครั้งนี้ ไม่ใช่งบประมาณทั้งหมดของโรงครัว และข่าวไม่ได้เปิดเผยงบหรือยอดบริจาครวมของโรงครัว
คนที่ออกจากบ้านไม่ได้ อาหารจะถึงอย่างไร?
การใช้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นเครือข่ายกระจายอาหาร มีความสำคัญกับบ้านที่ไม่สามารถเดินทางออกมารับของเอง โดยเฉพาะครัวเรือนที่มี
- ผู้ป่วยติดเตียง
- ผู้สูงอายุที่อยู่ลำพัง
- ผู้พิการ
- เด็กเล็ก
- บ้านที่เส้นทางถูกน้ำตัด
จากคำสั่ง “ไม่มีใครตกหล่น” ต้องดูได้จากข้อมูลจริง
รัฐบาลระบุในการประชุม บกปภ.ช. วันที่ 1 ตุลาคมว่า ต้องเร่งเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ที่ยังเข้าไม่ถึง รวมถึงพื้นที่ตัดขาด และให้หน่วยงานใช้ข้อมูลร่วมกันในการจัดความช่วยเหลือ สำหรับบ้านหมี่ จึงสามารถวัดเรื่องนี้ได้ค่อนข้างตรงไปตรงมา ไม่ใช่เพียงดูว่ามีการทำอาหารหรือไม่ แต่ต้องดูว่า มีผู้เดือดร้อนกี่คน → โรงครัวทำได้กี่มื้อ → ส่งไปที่ไหน → ใครได้รับแล้ว → ใครยังรออยู่
หากจังหวัดหรืออำเภอเผยแพร่ข้อมูลลักษณะนี้ทุกวัน จะช่วยให้ทั้งประชาชนและผู้ที่ต้องการนำสิ่งของเข้าไปช่วยรู้ว่าพื้นที่ใดได้รับเพียงพอแล้ว และพื้นที่ใดยังขาดแคลน
หลังน้ำลด ต้องเริ่มอีกภารกิจทันที
ข้อสั่งการจากส่วนกลางไม่ได้หยุดอยู่ที่การช่วยผู้ประสบภัยระหว่างน้ำท่วม พื้นที่ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายต้องเข้าสู่การจัดการขยะ เศษซาก ทำความสะอาด และสำรวจความเสียหายเพื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูและเยียวยา โดยรัฐบาลกำชับให้เตรียมทรัพยากรสำหรับช่วงดังกล่าวด้วย
สำหรับลพบุรี จึงควรเริ่มแยกข้อมูลให้ชัดว่า พื้นที่ใดยังอยู่ในระยะช่วยเหลือฉุกเฉิน กับ พื้นที่ใดเข้าสู่ระยะฟื้นฟูแล้ว เพื่อไม่ให้ภาพรวมทั้งจังหวัดกลายเป็นคำว่า “น้ำท่วม” เหมือนกันทั้งหมด ทั้งที่ความต้องการของแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน
แหล่งข่าว: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี / สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี / กรมประชาสัมพันธ์
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




