ลพบุรีเฝ้าระวังฝน 4–6 ต.ค. สั่งเช็กไฟฟ้าพื้นที่น้ำท่วม–ติดตามเขื่อนและประตูน้ำ–เร่งดูข้าวในทุ่งรับน้ำ

จังหวัดลพบุรีร่วมประชุม บกปภ.ช. วันที่ 2 ตุลาคม ก่อนมอบหมายหน่วยงานในพื้นที่เตรียมรับฝนช่วง 4–6 ตุลาคม โดยให้การไฟฟ้าตรวจระบบในพื้นที่น้ำท่วม อุตุนิยมวิทยาติดตามปริมาณฝน ชลประทานรายงานสถานการณ์น้ำเขื่อนและประตูระบายน้ำ และเกษตรจังหวัดสำรวจพื้นที่ข้าว โดยเฉพาะทุ่งรับน้ำ ขณะที่พยากรณ์กรมอุตุนิยมวิทยาระบุภาคกลางจะมีฝนเพิ่มขึ้นชัดเจนช่วง 5–6 ตุลาคม แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่ของลพบุรีจะเกิดฝนหนักเท่ากัน
วันที่ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00 น. จังหวัดลพบุรีเข้าร่วมการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ หรือ บกปภ.ช. ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือประชาชนทั่วประเทศ นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี มอบหมายให้นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมจากศาลากลางจังหวัด
การประชุมมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นประธาน ซึ่งมีการประชุม บกปภ.ช. จริงในช่วงเช้าวันที่ 2 ตุลาคม เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือประชาชนทั่วประเทศ
สำหรับลพบุรี รอบนี้มีข้อสั่งการในพื้นที่ที่ชัดขึ้นกว่าการประชุมก่อนหน้า เพราะครอบคลุมทั้ง ฝน ไฟฟ้า น้ำในเขื่อน ประตูระบายน้ำ และพื้นที่เกษตร
4–6 ต.ค. ต้องเฝ้าระวังอะไร?
จังหวัดมอบหมายให้สถานีอุตุนิยมวิทยาลพบุรีติดตามและคาดการณ์ปริมาณฝนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงวันที่ 4–6 ตุลาคม เมื่อเทียบกับข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยาที่ออกวันที่ 2 ตุลาคม พบว่า ภาคกลางในช่วงวันที่ 2–4 ตุลาคมมีฝนฟ้าคะนองประมาณ 20–30% ของพื้นที่
แต่ช่วง 5–6 ตุลาคม เพิ่มเป็นประมาณ 60–70% ของพื้นที่ พร้อมมีฝนตกหนักและลมกระโชกแรงบางแห่ง ก่อนฝนลดลงในช่วง 7–8 ตุลาคม นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังออกประกาศเตือน อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบนช่วง 4–7 ตุลาคม โดยระบุความเสี่ยงฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
ดังนั้น ช่วง 4–6 ตุลาคมเป็นช่วงที่ควรติดตามจริง แต่ต้องระวังการสื่อสารว่า “ลพบุรีจะฝนหนักทุกพื้นที่ 4–6 ต.ค.” เพราะข้อมูลพยากรณ์ยังไม่ได้ระบุว่าจะเกิดฝนหนักพร้อมกันทั้งจังหวัด
การไฟฟ้าต้องลงตรวจพื้นที่น้ำท่วม
หนึ่งในข้อสั่งการที่มีผลต่อความปลอดภัยโดยตรง คือให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดลพบุรีลงพื้นที่ตรวจสอบระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ในบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เป้าหมายคือป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่ว ประเด็นนี้สำคัญสำหรับบ้านที่มีน้ำเข้าถึงปลั๊กไฟ ตู้เมน สายไฟ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับต่ำ
ชลประทานต้องรายงานทั้ง “เขื่อน” และ “ประตูน้ำ”
จังหวัดยังขอให้หน่วยงานชลประทานรายงานสถานการณ์น้ำในเขื่อน รวมถึงระดับน้ำตามประตูระบายน้ำต่าง ๆ จุดนี้สำคัญ เพราะสถานการณ์น้ำลพบุรีไม่ได้ขึ้นกับเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เพียงแห่งเดียว พื้นที่บ้านหมี่ ท่าวุ้ง และพื้นที่ชลประทานอื่น ๆ อาจได้รับอิทธิพลจากคลองและประตูระบายน้ำคนละระบบ
เกษตรจังหวัดต้องเช็ก “ข้าวในทุ่งรับน้ำ”
อีกข้อสั่งการที่น่าสนใจคือให้สำนักงานเกษตรจังหวัดลพบุรีลงพื้นที่สำรวจและติดตามการเก็บเกี่ยวข้าว โดยเฉพาะในพื้นที่ทุ่งรับน้ำ นี่เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรโดยตรง เพราะหากพื้นที่ถูกใช้รองรับน้ำก่อนการเก็บเกี่ยวเสร็จ อาจมีผลต่อผลผลิตและรายได้ของเกษตรกร
บกปภ.ช. ยังติดตามเจ้าพระยา–แม่กลอง–ท่าจีน
ในการประชุมส่วนกลาง มีการติดตามทั้งสภาพอากาศ ผลกระทบ และการบริหารน้ำในลุ่มเจ้าพระยา ลุ่มแม่กลอง และลุ่มท่าจีน รวมถึงปัญหาจากหลายพื้นที่ การประชุม บกปภ.ช. เช้าวันที่ 2 ตุลาคมมีขึ้นจริงและเป็นการประชุมติดตามสถานการณ์ระดับประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
อย่างไรก็ตาม จากข่าวลพบุรีฉบับนี้ยังไม่มีข้อมูลว่าที่ประชุมมี มติเปลี่ยนอัตราการระบายเขื่อนป่าสัก หรือปรับประตูน้ำในลพบุรีเป็นการเฉพาะ
คนลพบุรีควรเตรียมอะไรใน 48–72 ชั่วโมงข้างหน้า?
สำหรับประชาชนในพื้นที่ที่มีน้ำอยู่แล้ว สิ่งแรกคือเฝ้าระวังฝนใหม่ซ้ำเติมน้ำเดิม บ้านที่อยู่ริมน้ำหรือพื้นที่ต่ำควรตรวจระดับน้ำใกล้บ้านเป็นระยะ และย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ที่อยู่ระดับต่ำขึ้นก่อน หากมีความเสี่ยงน้ำเข้าบ้าน
เกษตรกรในพื้นที่ทุ่งรับน้ำควรติดตามประกาศจากอำเภอ ชลประทาน และสำนักงานเกษตรโดยเฉพาะ หากมีการแจ้งรับน้ำหรือเร่งเก็บเกี่ยว ส่วนพื้นที่ที่มีน้ำท่วมแล้ว หากพบสายไฟ เสาไฟ ตู้ไฟ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าอยู่ในน้ำ ไม่ควรเข้าใกล้ และควรแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทันที
สิ่งที่จังหวัดควรอัปเดตให้ประชาชนเห็นก่อน 4 ต.ค.
ก่อนเข้าสู่ช่วงฝนเพิ่ม จังหวัดควรมีข้อมูลสาธารณะที่ตอบได้อย่างน้อย 4 เรื่อง
1. จุดเสี่ยงฝนและน้ำซ้ำเติมอยู่ตรงไหน
2. ระดับน้ำเขื่อนและประตูระบายน้ำล่าสุดเป็นเท่าไร
3. จุดเสี่ยงด้านไฟฟ้าที่ตรวจพบมีตรงไหนบ้าง
4. พื้นที่ข้าวในทุ่งรับน้ำที่ยังเก็บเกี่ยวไม่เสร็จเหลือเท่าไร
เพราะข้อสั่งการในวันนี้เริ่มลงลึกถึงหน่วยงานเฉพาะแล้ว สิ่งที่ควรเกิดขึ้นต่อจากการประชุมจึงไม่ใช่เพียงคำว่า “เตรียมพร้อม”
แต่ควรเป็นข้อมูลที่ประชาชนใช้ตัดสินใจได้ว่า ต้องย้ายของไหม ต้องเร่งเกี่ยวข้าวหรือไม่ และพื้นที่ไหนควรหลีกเลี่ยง
แหล่งข่าว: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี / กรมอุตุนิยมวิทยา / สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




