บ้านหมี่ยังท่วม 7 ตำบล 975 ครัวเรือน — 6 สถานีสูบน้ำยัง “ธงแดง” แม้บางจุดเริ่มลด จับตาฝน 5–6 ต.ค.

บ้านหมี่ยังเป็นพื้นที่หลักที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในลพบุรี 7 ตำบล 30 หมู่บ้าน 975 ครัวเรือน 2,830 คน น้ำท่วมขังราว 50–90 เซนติเมตร ขณะที่เช้าวันที่ 4 ตุลาคม สถานีสูบน้ำ 6 แห่งในทุ่งฝั่งซ้ายคลองชัยนาท–ป่าสักยังขึ้นธงแดงทั้งหมด เพราะระดับน้ำในทุ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตกลงกับเกษตรกร แม้บางสถานีเริ่มลดลงแล้ว ขณะกรมอุตุนิยมวิทยายังเตือนภาคกลางมีฝนเพิ่มและฝนหนักบางแห่งช่วง 5–6 ตุลาคม
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลพบุรี รายงานสถานการณ์อุทกภัยประจำวันที่ 3 ตุลาคม 2569 โดยข้อมูลผลกระทบ ณ วันที่ 2 ตุลาคม เวลา 15.00 น. ระบุว่า ขณะนั้นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหลักอยู่ในอำเภอบ้านหมี่ รวม 7 ตำบล 30 หมู่บ้าน 975 ครัวเรือน 2,830 คน
7 ตำบลที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ หนองกระเบียน บ้านกล้วย หนองเมือง พุคา บ้านทราย หินปัก และสายห้วยแก้ว พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบรวมประมาณ 11,970 ไร่ ขณะที่ระดับน้ำท่วมขังในพื้นที่อยู่ราว 50–90 เซนติเมตร
เช้า 4 ต.ค. — 6 สถานีสูบน้ำยังขึ้น “ธงแดง” ทั้งหมด
ข้อมูลใหม่กว่าจากโครงการชลประทานลพบุรี ณ วันที่ 4 ตุลาคม เวลา 06.00 น. ระบุว่า สถานีสูบน้ำ 6 แห่งในพื้นที่บ้านหมี่ขึ้น ธงแดงทุกสถานี เพราะระดับน้ำด้านในทุ่งยังสูงกว่าเกณฑ์ที่ทำข้อตกลงไว้กับเกษตรกรในพื้นที่
น้ำส่วนใหญ่ในระบบนี้ถูกระบุว่าไหลบ่ามาจากพื้นที่ สระโบสถ์ โคกสำโรง และโคกเจริญ ก่อนเข้าสู่พื้นที่ทุ่งฝั่งซ้ายคลองชัยนาท–ป่าสัก สถานีทั้ง 6 แห่งยังเดินเครื่องสูบน้ำต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
ดูทีละจุด — บางแห่งลด แต่บางแห่งยังเพิ่ม
1. ปากคลองสายห้วยแก้ว ระดับหน้า–หลัง 13.48 / 13.48 เมตร เพิ่มขึ้น 0.01 เมตร เดินเครื่อง 2 เครื่อง ตลอด 24 ชั่วโมง
2. ปากคลองไม้เสียบ ระดับหน้า–หลัง 13.40 / 13.52 เมตร ระดับน้ำ ทรงตัว เดินเครื่อง 1 เครื่อง
3. ปากคลองสนามแจง ระดับหน้า–หลัง 13.38 / 13.44 เมตร ลดลง 0.06 เมตร เดินเครื่อง 2 เครื่อง
4. ปากคลองสะพานขาว ระดับหน้า–หลัง 13.15 / 13.25 เมตร ลดลง 0.05 เมตร เดินเครื่อง 1 เครื่อง
5. ปากคลองโพนทองระดับหน้า–หลัง 13.05 / 13.10 เมตร ระดับน้ำ ทรงตัว เดินเครื่อง 2 เครื่อง
6. ปากคลองสระตาแวว ระดับหน้า–หลัง 13.42 / 13.14 เมตร เพิ่มขึ้น 0.10 เมตร เดินเครื่อง 1 เครื่อง
“ธงแดง” ในข่าวนี้หมายถึงอะไร?
จากคำอธิบายของโครงการชลประทานลพบุรี ธงแดงในรายงานชุดนี้หมายถึง ระดับน้ำด้านในทุ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตกลงกับเกษตรกรในพื้นที สิ่งที่พูดได้จากข้อมูลคือ ทั้ง 6 สถานียังอยู่เหนือเกณฑ์บริหารน้ำที่กำหนดไว้ และยังต้องสูบน้ำต่อเนื่อง
สูบน้ำรวมอย่างน้อย 9 เครื่องใน 6 สถานี
เมื่อนับเฉพาะสถานีทั้ง 6 แห่งตามรายงานเช้าวันที่ 4 ตุลาคม มีเครื่องสูบน้ำที่กำลังเดินรวม 9 เครื่อง
- สายห้วยแก้ว 2
- ไม้เสียบ 1
- สนามแจง 2
- สะพานขาว 1
- โพนทอง 2
- สระตาแวว 1
ทั้งหมดถูกระบุว่าเดินเครื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อระบายน้ำจากพื้นที่ทุ่งออกสู่คลองชัยนาท–ป่าสัก อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 9 เครื่องนี้เป็นเฉพาะ 6 สถานีในรายงานชุดนี้ ไม่ใช่จำนวนเครื่องสูบน้ำทั้งหมดของจังหวัด เพราะรายงาน ปภ. ก่อนหน้านี้ยังระบุว่ามีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มในพื้นที่ทะเลชุบศร หนองกระเบียน และหนองทรายขาวด้วย
โรงครัวแจกแล้ว 5,650 กล่องใน 2 วัน
ด้านการช่วยเหลือประชาชน ปภ.ลพบุรีระบุว่า โรงครัวจิตอาสาที่ตำบลพุคาเริ่มดำเนินการวันที่ 1 ตุลาคม
วันที่ 1 ต.ค. แจก 1,150 กล่อง
วันที่ 2 ต.ค. แจก 4,500 กล่อง
ตัวเลขนี้ช่วยตอบคำถามที่เราตามจากข่าวก่อนหน้าแล้วว่า โรงครัวผลิตและแจกอาหารได้เท่าไรในช่วงแรก
จุดแจกที่ยืนยันเพิ่ม — พุคาและหนองกระเบียน
จังหวัดยังมีรายงานวันที่ 3 ตุลาคมว่า เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่มอบอาหารจากโรงครัวจิตอาสาให้ผู้ประสบภัยใน ตำบลพุคาและตำบลหนองกระเบียน นี่ทำให้เริ่มเห็นปลายทางของอาหารชัดขึ้นบางส่วน
แต่ยังต้องตามต่อว่า 5,650 กล่องทั้งหมดกระจายไปยัง 7 ตำบลอย่างไร และพื้นที่ใดได้รับจำนวนเท่าไร
เขื่อนเจ้าพระยาระบาย 2,500 ลบ.ม./วินาที
รายงาน ปภ. ชุดเดียวกันระบุว่า ขณะนั้นเขื่อนเจ้าพระยามีน้ำไหลเข้า 2,416 ลบ.ม./วินาที และระบาย 2,500 ลบ.ม./วินาที กรมชลประทานรายงานวันที่ 3 ตุลาคม เวลา 08.00 น. ว่าเขื่อนเจ้าพระยายังคงระบายน้ำที่ 2,500 ลบ.ม./วินาที
สำหรับลพบุรี ประเด็นที่ต้องจับตาคือคลองชัยนาท–ป่าสักและพื้นที่ริมคลองในบ้านหมี่ เมืองลพบุรี และท่าวุ้ง แต่ต้องแยกตัวเลขให้ถูก: 2,500 ลบ.ม./วินาที คือปริมาณน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ไม่ใช่ปริมาณน้ำทั้งหมดที่ไหลเข้าคลองชัยนาท–ป่าสัก
รายงานจังหวัดระบุอัตราที่ประตูมโนรมย์ 201.61 ลบ.ม./วินาที ซึ่งเป็นอีกตัวเลขหนึ่งในระบบ ดังนั้นสองตัวเลขนี้ไม่ควรถูกนำมาแทนกัน
ป่าสักฯ ระบายจริงราว 400 ลบ.ม./วินาทีแล้ว
ประเด็นที่ก่อนหน้านี้ยังเป็น “แผน” ตอนนี้มีข้อมูลยืนยันแล้วว่า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เพิ่มการระบายน้ำถึงระดับประมาณ 400 ลบ.ม./วินาที กรมชลประทานรายงานวันที่ 3 ตุลาคม เวลา 08.00 น. ว่าเขื่อนป่าสักฯ ระบายอยู่ที่ประมาณ 401 ลบ.ม./วินาที เทียบกับ 400 ลบ.ม./วินาทีในวันก่อน
ปภ.ลพบุรีระบุปริมาณน้ำในเขื่อนที่ 962.07 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 110.39% และอัตราระบาย 400.06 ลบ.ม./วินาที โดยใน snapshot ดังกล่าวจังหวัดระบุว่าการระบายยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลพบุรี
อ่างกลางเต็ม 100% แล้ว 2 แห่ง
รายงาน ปภ. ยังระบุว่า อ่างเก็บน้ำขนาดกลางในลพบุรี 12 แห่ง มี 2 แห่งที่มีน้ำ 100% ได้แก่ อ่างเก็บน้ำห้วยส้ม อ่างเก็บน้ำห้วยตะโก อีก 10 แห่งอยู่ในช่วงประมาณ 28–95% แต่ “100%” ในที่นี้เป็นข้อมูลปริมาณน้ำในอ่าง ไม่ใช่ข้อมูลว่าตัวอ่างหรือเขื่อนมีความเสียหายทางโครงสร้าง หากจะรายงานต่อ ควรดูคู่กับอัตราน้ำเข้า การระบาย และการตรวจสภาพอาคารชลประทาน
ฝน 4–7 ต.ค. — คืนนี้ยังไม่ควรลดการเฝ้าระวัง
กรมอุตุนิยมวิทยายังมีประกาศเรื่องอากาศแปรปรวนในประเทศไทยตอนบนช่วง 4–7 ตุลาคม ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ช่วง 5–6 ตุลาคม ภาคกลางรวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
ดังนั้น แม้บางสถานีสูบน้ำในบ้านหมี่จะเริ่มเห็นระดับลดลงในเช้าวันที่ 4 ตุลาคม แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าสถานการณ์กำลังคลี่คลายแบบต่อเนื่อง เพราะฝนใหม่ในพื้นที่และน้ำที่ไหลลงมาจากพื้นที่ตอนบนสามารถเปลี่ยนแนวโน้มได้อีก
คนบ้านหมี่ควรอ่านสถานการณ์คืนนี้อย่างไร?
ถ้าดูจากข้อมูลทั้งหมดพร้อมกัน จะเห็นภาพว่า ด้านหนึ่ง — ระบบสูบน้ำเริ่มเห็นผลบางจุด สนามแจงลด 6 เซนติเมตร สะพานขาวลด 5 เซนติเมตร อีกด้าน — ยังมีจุดน้ำเพิ่ม สายห้วยแก้วเพิ่ม 1 เซนติเมตร สระตาแววเพิ่ม 10 เซนติเมตร และ ทั้ง 6 สถานียังธงแดง จึงยังไม่ใช่จังหวะที่ควรลดการเฝ้าระวัง โดยเฉพาะบ้านในพื้นที่ต่ำ พื้นที่ท้ายทุ่ง และพื้นที่ริมคลอง
แหล่งข่าว: สำนักงาน ปภ.จังหวัดลพบุรี / โครงการชลประทานลพบุรี / กรมชลประทาน / กรมอุตุนิยมวิทยา / สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




