บ้านหมี่น้ำเพิ่ม 20–50 ซม. ริมคลองชัยนาท–ป่าสัก — น้ำในทุ่งระบายยากขึ้น ทหารเร่งช่วยย้ายของก่อนฝน 5–6 ต.ค.

สถานการณ์บ้านหมี่ซับซ้อนขึ้น หลังคลองชัยนาท–ป่าสักรับน้ำผ่านประตูมโนรมย์ราว 200 ลบ.ม./วินาที ขณะที่ในทุ่งบ้านหมี่ยังมีน้ำขังอยู่เดิม จังหวัดรายงานชุมชนริมคลองมีระดับน้ำเพิ่มประมาณ 20–50 เซนติเมตร บ้านเรือน วัด โรงเรียน และสถานที่ราชการหลายจุดเริ่มได้รับผลกระทบ ขณะที่ทหารลงช่วยขนของ สัตว์เลี้ยง และทรัพย์สินขึ้นที่สูง ส่วนกรมอุตุนิยมวิทยายังเตือนภาคกลางมีฝนเพิ่มชัดช่วง 5–6 ตุลาคม
สถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ต้องติดตามมากขึ้น หลังสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรีรายงานว่า ระดับน้ำตามแนวคลองชัยนาท–ป่าสักเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังมีการปรับปริมาณน้ำที่รับผ่านประตูระบายน้ำมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท เข้าสู่คลองในระดับประมาณ 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม
จังหวัดระบุว่า ชุมชนริมคลองชัยนาท–ป่าสักบางพื้นที่มีระดับน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 20–50 เซนติเมตร และน้ำเริ่มเข้าท่วมบ้านเรือน สถานที่ราชการ วัด และโรงเรียนในหลายตำบลของอำเภอบ้านหมี่ บางจุดประชาชนต้องใช้เรือในการเข้า–ออกพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขและความสัมพันธ์เชิงสาเหตุส่วนนี้มาจากรายงานของจังหวัด จึงควรเขียนว่า “จังหวัดรายงานว่า หลังเพิ่มการรับน้ำ ระดับน้ำริมคลองเพิ่มขึ้น 20–50 ซม.” มากกว่าสรุปกว้าง ๆ ว่าการเพิ่มน้ำเพียงอย่างเดียวเป็นสาเหตุของน้ำท่วมทุกพื้นที่ เพราะบ้านหมี่มีน้ำจากทุ่งและน้ำที่ไหลบ่ามาจากพื้นที่ตอนบนอยู่ก่อนแล้ว
ทำไมรอบนี้บ้านหมี่ระบายยากขึ้น?
ภาพสถานการณ์ตอนนี้ต้องมอง สองด้านพร้อมกัน ด้านแรกคือ น้ำที่อยู่ในทุ่งบ้านหมี่เดิม ก่อนหน้านี้โครงการชลประทานลพบุรีรายงานว่า 6 สถานีสูบน้ำในทุ่งฝั่งซ้ายคลองชัยนาท–ป่าสักยังขึ้นธงแดงทั้งหมด เพราะระดับน้ำในทุ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตกลงกับเกษตรกร และยังต้องเดินเครื่องสูบน้ำตลอด 24 ชั่วโมง
ด้านที่สองคือ ระดับน้ำในคลองชัยนาท–ป่าสัก เมื่อระดับคลองปลายทางสูงขึ้น ความต่างระดับระหว่างน้ำในทุ่งกับคลองลดลง การระบายน้ำออกจากทุ่งด้วยแรงโน้มถ่วงจึงทำได้ยากขึ้น และต้องพึ่งเครื่องสูบน้ำมากขึ้น นี่คือเหตุผลที่สถานการณ์ครั้งนี้ไม่สามารถดูแค่ว่า “ฝนตกตรงบ้านหมี่หรือไม่”
แต่ต้องดูพร้อมกันว่า น้ำในทุ่งสูงเท่าไร คลองชัยนาท–ป่าสักสูงเท่าไร ประตูระบายน้ำรับน้ำเข้ามาเท่าไร และเครื่องสูบน้ำสามารถสูบออกได้ทันหรือไม่
200 ลบ.ม./วินาที ไม่ใช่ 2,500 ลบ.ม./วินาที
ตรงนี้ต้องแยกให้ชัดที่สุด เพราะตัวเลขสองชุดถูกพูดถึงพร้อมกันบ่อยมาก กรมชลประทานรายงานวันที่ 4 ตุลาคม เวลา 08.00 น. ว่าเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
แต่ตัวเลขประมาณ 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในข่าวบ้านหมี่ คือปริมาณน้ำที่รับเข้าสู่ระบบคลองชัยนาท–ป่าสักผ่านประตูมโนรมย์
ดังนั้น 2,500 ลบ.ม./วินาที = น้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ประมาณ 200 ลบ.ม./วินาที = น้ำที่รับเข้าสู่คลองชัยนาท–ป่าสักตามรายงานพื้นที่ คนละจุด คนละเส้นทาง
ประตูริมคลองกว่า 10 จุดขึ้นธงแดง — แต่ “ธงแดง” ต้องอธิบายให้ตรง
รายงานจังหวัดระบุว่า ประตูระบายน้ำมากกว่า 10 จุดตามแนวคลองชัยนาท–ป่าสัก ตั้งแต่บ้านหมี่ต่อเนื่องถึงเมืองลพบุรีขึ้นธงแดง และมีการเตือนประชาชนให้ยกของ เคลื่อนรถ และดูแลกลุ่มเปราะบาง แต่จากข้อมูลชลประทานก่อนหน้า เราทราบว่า “ธงแดง” ในระบบสถานีสูบน้ำบ้านหมี่ หมายถึง ระดับน้ำด้านในทุ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ทำข้อตกลงไว้กับเกษตรกร
ทหารเข้าบ้านกล้วย–บางกะพี้ ช่วยขนของและสัตว์เลี้ยง
ด้านการช่วยเหลือ ฝ่ายปกครองอำเภอบ้านหมี่ขอกำลังจากศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองพันปฏิบัติการจิตวิทยา หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เข้าช่วยประชาชนในพื้นที่ จุดที่ต้นข่าวระบุ ได้แก่ หมู่ 1–5 ตำบลบ้านกล้วย และพื้นที่บ้านบางกะพี้น้อย หมู่ 3–4 ในตำบลบางกะพี้ ภารกิจที่รายงานมีทั้ง
- ช่วยขนย้ายสิ่งของ
- เคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยง
- ย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง
- แจ้งเตือนประชาชน
- ให้คำแนะนำเรื่องการเตรียมรับน้ำ
ในข่าวนี้ควรเน้น สิ่งที่ทหารเข้าไปทำจริง มากกว่าข้อความประชาสัมพันธ์เรื่องการสร้างความเชื่อมั่น
แล้ววันนี้เขื่อนเจ้าพระยาเป็นอย่างไร?
ข้อมูลกรมชลประทานวันที่ 4 ตุลาคม เวลา 08.00 น. ระบุ C.2 นครสวรรค์: 2,132 ลบ.ม./วินาที เขื่อนเจ้าพระยา: ระบาย 2,500 ลบ.ม./วินาที ระดับเหนือเขื่อน: +17.71 ม.รทก. ระดับท้ายเขื่อน: +15.93 ม.รทก. การระบาย 2,500 ลบ.ม./วินาทียังเท่ากับวันก่อน
5–6 ต.ค. ยังเป็นช่วงเสี่ยงฝนเพิ่ม
ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับล่าสุดวันที่ 4 ตุลาคม เวลา 12.00 น. ระบุว่า ในช่วง 5–6 ตุลาคม ภาคกลางมีฝนฟ้าคะนอง 60–70% ของพื้นที่ มีฝนตกหนักและลมกระโชกแรงบางแห่ง
ประกาศเตือนอากาศแปรปรวนฉบับวันที่ 4 ตุลาคมยังคงเตือนผลกระทบช่วง 4–7 ตุลาคม โดยภาคกลางเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบชัดในช่วง 5–6 ตุลาคม
“ช่วง 5–6 ต.ค. ความเสี่ยงฝนในภาคกลางเพิ่มขึ้น และอาจซ้ำเติมพื้นที่ที่มีน้ำขังอยู่เดิม” สำหรับบ้านหมี่ ปัญหาไม่ใช่เพียงปริมาณฝนใหม่ แต่คือ พื้นที่มีน้ำสะสมอยู่ก่อนแล้วและระบบระบายกำลังทำงานเต็มกำลัง
บกปภ.ช. วันนี้สั่งทั้ง “ช่วยตอนน้ำท่วม” และ “เตรียมหลังน้ำลด”
ช่วงเช้าวันที่ 4 ตุลาคม จังหวัดลพบุรีเข้าร่วมประชุม บกปภ.ช. เพื่อติดตามสถานการณ์และรับข้อสั่งการเพิ่มเติม ต้นข่าวจังหวัดระบุ 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1. สำรวจความเสียหายและเร่งเยียวยา ทั้งบ้านเรือน พื้นที่เกษตร ทรัพย์สิน และสาธารณูปโภค
2. พื้นที่น้ำลดต้องเร่งฟื้นฟู กำจัดขยะ สิ่งปฏิกูล ทำความสะอาด และเตรียม Big Cleaning
3. เร่งคืนระบบสาธารณูปโภค ไฟฟ้า น้ำประปา ถนน ระบบสื่อสาร
4. ตรวจคันกั้นน้ำสองฝั่งเจ้าพระยา ข้อสั่งการส่วนนี้เจาะจงผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีและนนทบุรี ไม่ใช่คำสั่งให้ลพบุรีตรวจคันเจ้าพระยา
ตรงข้อ 4 ต้องรักษาบริบทไว้ ไม่ควรตัดมาเขียนรวมว่า “ลพบุรีได้รับคำสั่งตรวจคันกั้นแม่น้ำเจ้าพระยา”
คนบ้านหมี่คืนนี้ควรทำอะไร?
หากบ้านอยู่ริมคลองหรือจุดต่ำและระดับน้ำเริ่มเข้าใกล้ตัวบ้าน ควรย้ายของสำคัญและเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นสูงก่อน รถยนต์และรถจักรยานยนต์ควรย้ายออกจากจุดที่น้ำมีแนวโน้มเพิ่มตั้งแต่ยังเดินทางได้
ครัวเรือนที่มีผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือเด็กเล็ก ควรประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือท้องถิ่นล่วงหน้า ไม่ควรรอให้น้ำสูงจนรถเข้าถึงไม่ได้ หากพบสายไฟ ตู้ไฟ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าอยู่ในน้ำ ห้ามเข้าใกล้และควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
และหากต้องใช้เรือเข้าออกแล้ว ควรถือว่าพื้นที่เข้าสู่ระดับที่ต้องมีแผนสำรองเรื่องอาหาร ยา น้ำดื่ม และการเคลื่อนย้ายฉุกเฉิน
แหล่งข่าว: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี / กรมชลประทาน / กรมอุตุนิยมวิทยา
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




