ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
วันจันทร์, 2 พฤศจิกายน 2026
☀️
26°C ลพบุรี, ประเทศไทย
ท้องฟ้าแจ่มใส
ข่าวล่าสุด
2 พ.ย. 256923:09เสาร์นี้เริ่มแล้ว! “รถไฟลอยน้ำ” เขื่อนป่าสัก เปิด 26 วันถึง ม.ค. ตั๋วไป–กลับเริ่ม 350 บาท2 พ.ย. 256923:084 พันคน วิ่ง 5 กม. — แต่ “เส้นชัย” ของสโตรก ต้องไปไกลกว่าวันงาน31 ต.ค. 256900:02ก่อนถึงโรงพยาบาล ทุกนาทีคือการตัดสินใจ — เปิด 5 ทักษะที่ “นายสิบเหล่าแพทย์” ต้องฝึกในลพบุรี31 ต.ค. 256900:01“หนีผีมาให้เลือด” ลพบุรี — 100 คนแรก รับเสื้อฮาโลวีน เป้าหมายจริงคือให้กลับมาบริจาคทุก 3 เดือน31 ต.ค. 256923:55เชือก 2 เส้น ศรัทธา 2 อำเภอ — ชัก “พระศรีอริยเมตไตรย์” 8 กม. สืบมรดกวัดไลย์กว่า 100 ปี30 ต.ค. 256900:235 เกษตรกร 23 ไร่ 3 งาน — ชัยบาดาลตกลงเยียวยากรณีผลกระทบฟาร์มสุกร รวม 118,750 บาท30 ต.ค. 256900:22กว่า 30 ล้านตัวลง “ทุ่งท่าวุ้ง” — ประมงลพบุรีใช้น้ำหลากสร้างแหล่งอาหาร แต่ปลาจะรอดถึงวันจับเท่าไร?30 ต.ค. 256900:195.95 ล้าน ซื้อชุดตรวจ 139,100 ชุด — อบจ.ลพบุรีส่ง 9 หน่วยงาน แต่ “ผลบวก” ยังต้องมีขั้นตอนยืนยัน30 ต.ค. 256900:1718 พ.ย. โรงเรียนพระนารายณ์เปิด “ศูนย์เพื่อนใจ” — ไม่ใช่แค่ห้องกิจกรรม แต่ให้เยาวชนช่วยดูแลกันเอง30 ต.ค. 256900:15สโตรกลพบุรีเพิ่มเป็น 3,431 ราย — แม้อัตราตายลด แต่ “รู้เร็ว–ถึงโรงพยาบาลเร็ว” ยังสำคัญทุกนาที
View All Breaking News ›
LOPBURI TODAYLOCAL NEWS

พริกพันธุ์ดี 3 พันธุ์เด่น ศูนย์ขยายพันธุ์พืช พร้อมสนับสนุน

4 พ.ย. 2567👁 อ่าน 31 ครั้ง
SHARE f LINE

นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์  รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า พริกในประเทศไทยมีความหลากหลายทั้งในเรื่องชนิดและการใช้ประโยชน์ และถือเป็นส่วนประกอบสำคัญในอาหารไทย ซึ่งมีทั้งพริกสดและพริกแห้ง พริกไม่เพียงแต่เป็นเครื่องปรุงรส แต่ยังมีประโยชน์ทางสุขภาพ เช่น ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ และมีสารต้านอนุมูลอิสระ สำหรับประเทศไทยมีผลผลิตพริกเฉลี่ยประมาณ 2 แสนตันต่อปี โดยพื้นที่ปลูกพริกมีการขยายตัวในหลายจังหวัด เช่น จังหวัดอุบลราชธานี ตาก และจังหวัดเชียงใหม่ และมีการส่งออกพริกแห้ง (ไม่บดและไม่ป่น) ไปยังหลายประเทศ 3 อันดับแรก คือ ลาว (25.1%) สหรัฐอเมริกา (21.5%)  และเมียนม่า (20.3%) ตามลำดับ (ข้อมูลการส่งออก ณ ปี 2566)

สำหรับพริกพันธุ์ดีที่ศูนย์ขยายพันธุ์พืชขยายพันธุ์ มี 3 สายพันธุ์ ได้แก่

พริกขี้หนูหัวเรือ พันธุ์ศก. 13 ลักษณะเด่น ผลสดมีสีแดงปนส้มเล็กน้อยรสเผ็ดปานกลาง กลิ่นหอม ขนาดผลใหญ่ มีความยาวของผลประมาณ 7-8 เซนติเมตร

นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์  รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กระบวนการปลูกพริกเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีและมีคุณภาพ เกษตรกรต้องดูแลเอาใจใส่ในทุกขั้นตอน เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปริมาณที่เพิ่มขึ้น โดยการเลือกใช้พริกพันธุ์ดี ซึ่งศูนย์ขยายพันธุ์พืชทั้ง 10 ศูนย์ ภายใต้การกำกับของกองขยายพันธุ์พืช กรมส่งเสริมการเกษตรได้ทำการคัดเลือกและขยายพันธุ์พริกพันธุ์ดีที่มีคุณภาพ ปราศจากโรคและแมลง รวมถึงเกษตรต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเพาะปลูก เพิ่มการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี ที่สามารถลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตมากขึ้น นอกจากนี้สภาพอากาศและโรคพืชเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลผลิตและราคาของพริกในตลาด เกษตรกรต้องมีการจัดการที่เหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยง

พริกขี้หนูผลใหญ่พันธุ์ศรีสะเกษ 1 (พริกจินดา) ลักษณะเด่น ก้านผลยาว ผิวเรียบเป็นมัน ผลเรียวยาวสดสีแดง มีความยาวของผลประมาณ 3 เซนติเมตร

และพริกเดือยไก่ ลักษณะเด่น ผลสดมีสีขาวเหลืองอมส้ม รสเผ็ดจัด กลิ่นหอม มีความยาวของผลประมาณ 5 – 7 เซนติเมตร

โดยขั้นตอนการปลูกพริก ดังนี้

  1. คัดเลือกเมล็ดพันธุ์พริกที่สะอาด ไม่มีสิ่งเจือปน
  2. หยอดเมล็ดลงในวัสดุเพาะในระยะห่างประมาณ 2 – 3 เซนติเมตร รดน้ำให้ชุ่มแต่ไม่แฉะ
  3. ดูแลต้นกล้าให้มีแสงสว่างเพียงพอ และรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ จนกล้ามีอายุประมาณ 4 – 6 สัปดาห์ ก่อนย้ายลงแปลง
  4. เตรียมแปลงปลูกด้วยการไถพรวนดินแล้วตากแดดไว้ประมาณ 2 – 3 สัปดาห์ จากนั้นใส่ปูนขาว 100 – 200 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อปรับสภาพความเป็นกรดเป็นด่างของดิน ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 3,000 – 4,000 กิโลกรัมต่อไร่ หลุมปลูกขนาด 25×25×30 เชนติเมตร ระยะปลูก ถ้าปลูกแถวเดี่ยว ระยะระหว่างต้น 50 เซนติเมตร ระยะระหว่าแถว 100 เซนติเมตร ถ้าปลูกแถวคู่ ระยะห่างระหว่างต้น 50 เซนติเมตร ระหว่างแถว 80 เซนติเมตร ระหว่างแถวคู่ 120 เซนติเมตร รองกันหลุมด้วยปุ๋ยสูตร 15 – 15 – 15 จำนวน 50 กิโลกรัมต่อไร่ก่อนปลูก 2 – 3 วัน
  5. ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ปริมาณ 2 – 4 ตันต่อไร หรือปุ๋ยเคมีสูตร 12 – 24 – 12 ใส่ปริมาณ 25 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อพริกอายุ 15 – 20 วัน หลังปลูก
  6. เพื่อรักษาคุณภาพควรเก็บเกี่ยวในช่วงเช้าหรือเย็น และเมื่อต้นมีอายุ 70 – 90 วัน เก็บเกี่ยวได้ทุก 5 – 7 วัน โดยให้ผลผลิตนานประมาณ 6 เดือน

ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถสั่งจองพริกพันธุ์ดีได้ที่  “DOAE Marketplace” ผ่านเว็บไซต์ www.doae.go.th/ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่จุดบริการพืชพันธุ์ DOAE ศูนย์ขยายพันธุ์พืช ทั้ง 10 แห่งทั่วประเทศ

ข่าว/ภาพ : ศูนย์ข่าวกรมส่งเสริมการเกษตร