ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
วันจันทร์, 5 ตุลาคม 2026
⛈️
29°C ลพบุรี, ประเทศไทย
พายุฝนฟ้าคะนอง
ข่าวล่าสุด
5 ต.ค. 256923:39บ้านหมี่ยังท่วม 8 ตำบล 1,177 ครัวเรือน — จับตา “บางโฉมศรี” เร่งจัดการข้าวที่เหลือ พร้อมเริ่มชี้แจงสิทธิ์เงินประกันภัย5 ต.ค. 256923:36บ้านหมี่น้ำเพิ่ม 20–50 ซม. ริมคลองชัยนาท–ป่าสัก — น้ำในทุ่งระบายยากขึ้น ทหารเร่งช่วยย้ายของก่อนฝน 5–6 ต.ค.5 ต.ค. 256923:25บ้านหมี่น้ำท่วมเพิ่มเป็น 8 ตำบล 1,177 ครัวเรือน — โรงครัวพุคาส่งอาหารต่อ หลังได้รับงบทำข้าว 9,000 กล่อง5 ต.ค. 256923:19บ้านหมี่ยังท่วม 7 ตำบล 975 ครัวเรือน — 6 สถานีสูบน้ำยัง “ธงแดง” แม้บางจุดเริ่มลด จับตาฝน 5–6 ต.ค.3 ต.ค. 256918:32ป่าตาลน้ำขัง 5–9 วัน เริ่มเน่าเหม็น — พัฒนาที่ดินส่ง “ซุปเปอร์ พด.6” ช่วย 80 หลังคาเรือน3 ต.ค. 256918:30ลพบุรีเฝ้าระวังฝน 4–6 ต.ค. สั่งเช็กไฟฟ้าพื้นที่น้ำท่วม–ติดตามเขื่อนและประตูน้ำ–เร่งดูข้าวในทุ่งรับน้ำ2 ต.ค. 256922:01ลพบุรีรับคำสั่งปรับแผนน้ำรายวัน — บ้านหมี่เดินโรงครัวส่งอาหารถึงผู้ประสบภัย แต่ยังไม่เปิดจำนวนกล่อง–ครัวเรือนที่ได้รับ2 ต.ค. 256922:00ลพบุรีรำลึก ร.4 ณ พระที่นั่งพิมานมงกุฎ — สถานที่ซึ่งเชื่อมพระราชกรณียกิจกับเมืองลพบุรีโดยตรง1 ต.ค. 256923:02ลพบุรีร่วมถกแผนน้ำภาคกลาง — จับตา 3 ลุ่มน้ำหลัก ใช้ข้อมูลเสี่ยงล่วงหน้า 7–10 วัน เตรียมแจ้งเตือนก่อนน้ำมา1 ต.ค. 256923:01บ้านหมี่เปิดโรงครัวจิตอาสา ส่งอาหาร–น้ำดื่มช่วยผู้ประสบภัย แต่ยังไม่ระบุวันละกี่กล่อง ส่งถึงพื้นที่ไหนบ้าง
View All Breaking News ›

กรมการข้าวรับรองพันธุ์ข้าวใหม่ปี 2568 เกษตรกรมีทางเลือกเพิ่ม 4 สายพันธุ์ เน้นคุณภาพ ตอบโจทย์ตลาดและพื้นที่เพาะปลูก

14 ก.ย. 2568👁 อ่าน 52 ครั้ง

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 คณะกรรมการพิจารณารับรองพันธุ์ข้าวประจำปี 2568 มีมติรับรองพันธุ์ข้าวใหม่รวม 4 พันธุ์ ได้แก่ กข3, กข113, กข117 และกข119 เพื่อเพิ่มความหลากหลายและยกระดับคุณภาพการผลิตข้าวไทย โดยพันธุ์ใหม่เหล่านี้มีคุณสมบัติโดดเด่นทั้งด้านความนุ่ม ความหอม และความเหมาะสมกับพื้นที่เพาะปลูกที่แตกต่างกัน

  • กข3 (ข้าวเจ้าจาปอนิก้า)
    พันธุ์ข้าวที่มีลักษณะเมล็ดป้อมสั้น เหมาะสำหรับการบริโภคในลักษณะเดียวกับข้าวญี่ปุ่น หุงขึ้นหม้อ เนื้อนุ่ม เหมาะกับตลาดที่นิยมรับประทานข้าวเหนียวแต่ต้องการความนุ่มแบบพิเศษ เหมาะปลูกในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีอากาศเย็น
  • กข113 (ข้าวเจ้าพันธุ์นุ่ม)
    ลักษณะเด่นคือเมล็ดเรียวยาว หุงสุกแล้วนุ่ม แต่ไม่แฉะ มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ เหมาะปลูกในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งมีระบบชลประทานเพียงพอ
  • กข117 (ข้าวเจ้าพันธุ์นุ่ม)
    คล้ายกับกข113 แต่พัฒนามาให้ต้านทานโรคแมลงได้ดีขึ้น ทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศที่แปรปรวน จึงเหมาะกับพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซาก เช่น ภาคอีสานตอนล่างและบางพื้นที่ในภาคกลางตอนบน
  • กข119 (ข้าวเจ้าหอมพันธุ์นุ่ม)
    พันธุ์นี้ถือว่าเป็นความภาคภูมิใจใหม่ของวงการข้าวไทย เพราะรวมคุณสมบัติของ “ความหอม” และ “ความนุ่ม” เข้าไว้ด้วยกัน เหมาะกับตลาดระดับพรีเมียมและการส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกและตะวันออกกลาง เหมาะปลูกในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างที่มีระบบน้ำดี

กรมการข้าวระบุว่า การพัฒนาพันธุ์ข้าวทั้ง 4 ชนิดนี้ ไม่เพียงตอบโจทย์ผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เกษตรกรมีทางเลือกในการปลูกข้าวที่หลากหลาย ลดความเสี่ยงเรื่องผลผลิต และสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ เกษตรกรหรือผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมได้จาก QR Code ของกรมการข้าว เพื่อวางแผนการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับพื้นที่ของตนเอง