ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
วันเสาร์, 10 ตุลาคม 2026
☁️
26°C ลพบุรี, ประเทศไทย
มีเมฆมาก
ข่าวล่าสุด
10 ต.ค. 256900:59ลพบุรีเร่งฟื้นฟูหลังน้ำท่วม เน้นประปา–สาธารณูปโภค–สื่อสารสิทธิผู้ประสบภัย10 ต.ค. 256900:58ลพบุรีเริ่มสร้างซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ ที่วินิตศึกษา แห่งที่ 2 ตั้งเป้าเสร็จ 30 พ.ย.10 ต.ค. 256900:51ลพบุรีเตรียม 8 กิจกรรมถวายความอาลัย ก่อนพระราชพิธี 15–19 ธ.ค. 256910 ต.ค. 256900:50น้ำท่วมบ้านหมี่ เปิดช่องเคลมประกันภัยพิบัติผ่าน ThaiNATCAT ได้ 24 ชั่วโมง — เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ช่วยแนะนำ10 ต.ค. 256900:47ทุ่งทานตะวันแปลงแรกลพบุรีบานแล้ว ไร่จำรัสเปิดชมถึง 26 ต.ค. ค่าเข้า 20 บาท10 ต.ค. 256900:43ทุ่งบางกุ่มยังท่วมกว่า 90,000 ไร่ น้ำสะสม 176 ล้าน ลบ.ม. ระบายช้าเพราะแม่น้ำลพบุรี–ป่าสักยังสูง9 ต.ค. 256923:23วัดเสาธงทอง–เรือนจำกลางลพบุรี จัดบรรยายธรรมให้ผู้ต้องขัง 200 คน เน้นสติและการจัดการอารมณ์9 ต.ค. 256923:20ลพบุรีรับ 3 ข้อสั่งการรับมือน้ำท่วม ดูแลสุขภาพ–เตรียมฝนหนัก–เร่งจัดการซากสัตว์9 ต.ค. 256923:18ลพบุรีประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัย 2 อำเภอ น้ำท่วมกระทบ 6,521 คน — สูบน้ำ 24 ชม. เร่งช่วยบ้านน้ำสูง8 ต.ค. 256923:03สถานีลพบุรี 2 เปิดแล้ว แต่ถ้าไม่มีรถส่วนตัว…จะไปยังไง?
View All Breaking News ›
LOPBURI TODAYLOCAL NEWS

ก.อุตสาหกรรม สั่งหยุดโรงงานน้ำตาลลพบุรี  หลังได้รับข้อร้องเรียนปล่อยควันดำและมีกลิ่นเหม็นจากน้ำโมลาส พบซื้ออ้อยเผากว่า 73% มากสุดในประเทศ

30 ธ.ค. 2567👁 อ่าน 25 ครั้ง
SHARE f LINE

กระทรวงอุตสาหกรรม สั่งหยุดโรงงานน้ำตาลลพบุรี หลังได้รับข้อร้องเรียนโรงงานปล่อยควันดำและมีกลิ่นเหม็นจากการรั่วไหลของน้ำโมลาส และพบซื้ออ้อยเผากว่า 73% มากสุดในประเทศ

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ “ทีมตรวจการ   สุดซอย” ลงพื้นที่ตรวจโรงงานที่ต้องติดตั้งระบบตรวจสอบการระบายมลพิษอากาศจากปล่องแบบอัตโนมัติต่อเนื่องหรือ ระบบ CEMS กว่า 600 โรงงานทั่วประเทศ ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมได้ออกกฎหมายคุมเข้มให้โรงงานขนาดใหญ่ 13 ประเภทต้องติดตั้งระบบ CEMS และรายงานข้อมูลการระบายมลพิษหลังการบำบัดแบบ Real Time ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อควบคุมเฝ้าระวังการระบายมลพิษอากาศให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตลอดเวลา 

ด้านนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า “ทีมตรวจการสุดซอย“ ของกระทรวงอุตสาหกรรม นำโดย น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พนักงานเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นางสาวสมใจ มีสมบูรณ์ อุตสาหกรรมจังหวัดลพบุรีได้บูรณาการร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานของบริษัท อุตสาหกรรมน้ำตาล ที.เอ็น จำกัด ประกอบกิจการผลิตน้ำตาลทรายดิบ น้ำตาลทรายขาวและน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 11 หมู่ที่ 2 ถนนบ้านท่าหลวง-แก่งผักกู ตำบลแก่งผักกูด อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี ภายหลังจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงร้องเรียนว่าได้รับผลกระทบจากโรงงานปล่อยควันดำและมีกลิ่นเหม็นจากการรั่วไหลของน้ำโมลาส ซึ่งอุตสาหกรรมจังหวัดลพบุรีได้สั่งการให้บริษัททำการปรับปรุงแก้ไขโรงงาน ดังนี้  1.ให้ปรับปรุงระบบบำบัดมลพิษอากาศให้มีประสิทธิภาพเพียงพอและทำการตรวจสอบคุณภาพอากาศปลายปล่องที่ระบายออกให้มีค่าเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด 2.ให้เร่งซ่อมแซมถังเก็บน้ำโมมาสและทำการปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้จากการตรวจสอบของทีมตรวจการสุดซอย เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2567 พบว่า บริษัทฯ ขอขยายระยะเวลาในการปรับปรุงแก้ไขโรงงานเรื่อยมา นอกจากนี้ ในวันที่เข้าตรวจสอบบริษัทฯ ไม่สามารถแสดงผลการตรวจวัดค่าปริมาณสารเจือปนในอากาศได้ อีกทั้งปล่องระบายของระบบบำบัดมลพิษอากาศของโรงงานมีการเจาะจุดตรวจวัดที่ไม่เป็นไปตามหลักวิชาการ และพบว่าปล่องไม่มีบันไดสำหรับขึ้นไปดำเนินการตรวจวัดค่าปริมาณสารเจือปนในอากาศได้ พฤติกรรมดังกล่าวเป็นการจงใจไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของอุตสาหกรรมจังหวัดลพบุรีโดยไม่มีเหตุอันสมควร และอาจจะก่อให้เกิดอันตราย ความเสียหาย หรือความเดือดร้อนอย่างร้ายแรงต่อประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงกับโรงงานได้ และจากข้อมูลการผลิตอ้อยและน้ำตาลไทยของโรงงาน ปี 2567/2568 ณ วันที่ 27 ธันวาคม 2567 ของสำนักบริหารอ้อยและน้ำตาลทราย พบว่าโรงงานน้ำตาลแห่งนี้มีการรับอ้อยเผาไฟเข้าหีบสูงที่สุดกว่า 73.74 % ของปริมาณอ้อยทั้งหมดที่รับเข้าหีบ

“เพื่อดูแลชาวบ้านโดยรอบโรงงานและคืนอากาศบริสุทธ์ให้ประชาชน และการกำกับดูแลโรงงานให้ปฏิบัติตามกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งการให้นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมใช้มาตรการเด็ดขาด สั่งการให้บริษัท อุตสาหกรรมน้ำตาล ทีเอ็น จำกัด จังหวัดลพบุรี หยุดประกอบกิจการโรงงานในทันที และให้ปรับปรุงจุดตรวจวัดของปล่องระบายของระบบบำบัดมลพิษอากาศพร้อมทั้งดำเนินการตรวจวัดวิเคราะห์ค่ามลพิษทางอากาศให้เป็นไปตามที่กฏหมายกำหนด ภายในวันที่ 31 มกราคม 2568 ย้ำ!!! บริษัทฯ ต้องปรับปรุงแห้ไขโรงงานให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด จึงจะอนุญาตให้กลับมาประกอบกิจการต่อไปได้” ดร.ณัฐพลฯ กล่าว


นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “การปฏิรูปอุตสาหกรรรม สู่เศรษฐกิจยุคใหม่” สร้างอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเร่งควบคุมอ้อยเผาไฟเข้าโรงงาน รวมถึงช่วยเหลือเกษตรกรปรับรูปแบบการผลิตและออกมาตรการสิทธิและประโยชน์ให้เกษตรกรที่ไม่เผา พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสุขภาพอนามัยของประชาชน 

อย่างไรก็ตามได้ออกคำสั่งให้โรงงานนํ้าตาล 57 โรง ทั่วประเทศ หยุดรับอ้อย 7 วัน ตั้งแต่เมื่อวานนี้ 27 ธันวาคม 2567 จนถึงวันที่ 2 มกราคม 2568 เพื่อให้พี่น้องประชาชนทุกท่านได้เที่ยวพักผ่อนในช่วงเทศกาลปีใหม่ แบบไร้ฝุ่นควันที่เกิดจากการลักลอบเผาอ้อย และงดการบรรทุกขนส่งอ้อยบนท้องถนน เพื่อการสัญจรอย่างปลอดภัย ผมขอขอบคุณโรงงานน้ำตาลทุกบริษัทที่ให้ความร่วมมือ อย่างไรก็ตามหากโรงงานน้ำตาลบริษัทใดไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กระทรวงอุตสาหกรรมจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดเพื่อส่งคืนอากาศบริสุทธิ์ให้ประชาชนทุกท่านเป็นของขวัญในช่วงปีใหม่

ข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี