ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
วันพฤหัสบดี, 30 กรกฎาคม 2026
☁️
26°C ลพบุรี, ประเทศไทย
มีเมฆมาก
ข่าวล่าสุด
ลพบุรี เอฟซี ส่งสัญญาณคัมแบ็กในรอบ 11 ปี เตรียมเปิดบทใหม่ เริ่มต้นเส้นทางสู่ฟุตบอลช้าง เอฟเอ คัพผู้ว่าฯ ลพบุรี นำประกอบพิธีถวายเทียนพรรษาพระราชทาน เนื่องในวันเข้าพรรษา ประจำปี 2569ผู้ว่าฯ ลพบุรี นำพุทธศาสนิกชนทำบุญตักบาตร-เวียนเทียน วันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา 2569ผู้ว่าฯ ลพบุรี นำพสกนิกรถวายสัตย์ปฏิญาณ จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569จังหวัดลพบุรีจัดพิธีทำบุญตักบาตร-เจริญพระพุทธมนต์ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569สืบนครบาล 7 ยิงสกัดเครือข่ายยาเสพติดกลางแยกโรบินสันลพบุรี ยึดยาบ้า 8 ล้านเม็ด คารถกระบะ เร่งล่าผู้ต้องหาจังหวัดลพบุรียกทัพสินค้า OTOP ขึ้นเรือโบราณ ร่วมงาน “สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี” ชวนอุดหนุนถึง 31 ก.ค. นี้ผู้ว่าฯ ลพบุรี มอบรางวัลเชิดชูหน่วยงานดีเด่น พร้อมกำชับทุกอำเภอรับมือเอลนีโญ เตรียมพร้อมช่วยประชาชนตลอด 24 ชั่วโมงลพบุรีลงพื้นที่เฟ้นหาครูต้นแบบ ชิง “รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี” ครั้งที่ 7 ประจำปี 2570ทีมจังหวัดระยองคว้าแชมป์เกทบอลชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 4 รับถ้วยพระราชทาน ปิดฉากศึกใหญ่ที่ลพบุรี
View All Breaking News ›

ชาวบ้านลพบุรีร้อง “เผานาไม่ใช่ต้นเหตุเดียว PM2.5” วอนรัฐมองรอบด้าน แก้ปัญหาฝุ่นอย่างเป็นธรรม

29 เม.ย. 2569👁 อ่าน 8 ครั้ง

ชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดลพบุรีสะท้อนเสียงเดือดร้อน หลังถูกสังคมมองเป็น “ผู้ร้าย” จากการเผานา ซึ่งเป็นวิถีเกษตรดั้งเดิม ขณะที่ปัญหาฝุ่น PM2.5 มีหลายสาเหตุ ทั้งภาคอุตสาหกรรม การคมนาคม และไฟป่า เรียกร้องให้ภาครัฐแก้ปัญหาอย่างรอบด้านและเป็นธรรมกับทุกภาคส่วน

กระแสปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในหลายพื้นที่ของประเทศ กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนในจังหวัดลพบุรี เมื่อชาวบ้านในภาคเกษตรออกมาสะท้อนเสียงว่า พวกเขากำลังถูก “ตีตรา” เป็นต้นเหตุหลักของปัญหา จากการเผาตอซังข้าวหลังฤดูเก็บเกี่ยว

ชาวบ้านระบุว่า การเผานาเป็นวิถีปฏิบัติที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน เนื่องจากช่วยลดต้นทุนและเตรียมพื้นที่เพาะปลูกได้รวดเร็ว แต่ในปัจจุบันกลับถูกมองว่าเป็นการกระทำที่ผิดและสร้างมลพิษต่อสังคม

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหา PM2.5 ไม่ได้เกิดจากการเผาในภาคเกษตรเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น

  • การปล่อยมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม
  • ควันจากยานพาหนะในเขตเมือง
  • ไฟป่าและการเผาในพื้นที่ป่า
  • สภาพอากาศและการสะสมของฝุ่นในชั้นบรรยากาศ

เสียงสะท้อนจากชาวบ้านจึงเรียกร้องให้ภาครัฐและสังคม “มองปัญหาอย่างเป็นธรรม” และพิจารณาต้นเหตุอย่างรอบด้าน ไม่ควรผลักภาระไปยังเกษตรกรเพียงกลุ่มเดียว

ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมเสนอว่า การแก้ไขปัญหา PM2.5 จำเป็นต้องใช้มาตรการแบบบูรณาการ ทั้งการควบคุมการปล่อยมลพิษจากภาคอุตสาหกรรม การส่งเสริมเทคโนโลยีทางการเกษตรเพื่อลดการเผา รวมถึงการสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนวิธีการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรอย่างยั่งยืน

ประเด็นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ที่ต้องคำนึงถึงทั้ง “คุณภาพอากาศ” และ “คุณภาพชีวิตของประชาชน” ไปพร้อมกัน

ลพบุรีเป็นพื้นที่เกษตรกรรมสำคัญ โดยเฉพาะการปลูกข้าว ซึ่งทำให้ประเด็น “เผานา” กลายเป็นจุดตัดระหว่างวิถีชีวิตดั้งเดิมกับนโยบายสิ่งแวดล้อมยุคใหม่