ลพบุรีเดินหน้าถ่ายโอน รพ.สต.สู่อบจ. เชื่อม 5 โรงพยาบาลแม่ข่ายกับ 14 รพ.สต.

เมื่อ รพ.สต. เปลี่ยนมาถ่ายโอนภารกิจสู่องค์การบริหารส่วนจังหวัด คำถามสำคัญสำหรับประชาชนคือ “เวลาไปหาหมอจะเปลี่ยนอะไรไหม?” ล่าสุดลพบุรีลงนามความร่วมมือเชื่อม 5 โรงพยาบาลแม่ข่ายกับ รพ.สต. 14 แห่ง เพื่อให้บริการปฐมภูมิยังต่อเนื่องและได้มาตรฐาน
วันที่ 11 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี ชั้น 4 มีพิธีลงนามส่งมอบการถ่ายโอนภารกิจสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี
พร้อมกันนั้น ยังมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการพัฒนาการสาธารณสุขมูลฐานและระบบสุขภาพปฐมภูมิของจังหวัด
ว่าที่ ร.ต.ทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธาน โดยมีนางอรพิน จิระพันธุ์วาณิช นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี นายแพทย์ปิยะเดช วลีพิทักษ์เดช นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลพบุรี และผู้แทนโรงพยาบาลแม่ข่ายร่วมลงนาม
5 โรงพยาบาลแม่ข่าย มีที่ไหนบ้าง?
เครือข่ายโรงพยาบาลที่เข้าร่วมความร่วมมือครั้งนี้มี 5 แห่ง ได้แก่
- โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช
- โรงพยาบาลโคกสำโรง
- โรงพยาบาลพัฒนานิคม
- โรงพยาบาลท่าวุ้ง
- โรงพยาบาลหนองม่วง
ข่าวประชาสัมพันธ์ระบุว่า โรงพยาบาลแม่ข่ายเหล่านี้จะทำงานเชื่อมโยงกับ รพ.สต.ในพื้นที่รวม 14 แห่ง เพื่อให้ระบบบริการสุขภาพตั้งแต่ระดับชุมชนไปจนถึงโรงพยาบาลมีความต่อเนื่องมากขึ้น
ถ่ายโอนให้ อบจ. แล้ว สาธารณสุขจังหวัดยังมีบทบาทไหม?
มีครับ — และนี่เป็นจุดที่คนทั่วไปอาจสับสน การถ่ายโอนภารกิจให้ อบจ. เป็นส่วนหนึ่งของการกระจายอำนาจตามกฎหมาย แต่ไม่ได้หมายความว่าระบบสาธารณสุขเดิมจะถูกตัดออกจากกัน
จากข้อมูลต้นทาง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรียังคงมีบทบาทกำกับและควบคุมการประกอบวิชาชีพของบุคลากร ให้เป็นไปตามกฎหมาย หลักเกณฑ์ และมาตรฐานวิชาชีพ ขณะที่เครือข่ายโรงพยาบาลแม่ข่ายจะเชื่อมการทำงานกับ รพ.สต.
เป้าหมายที่จังหวัดระบุคือ ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้ สะดวก ต่อเนื่อง ทั่วถึง และอยู่ภายใต้มาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข
แล้วคนลพบุรีจะเห็นอะไรเปลี่ยนไป?
ในระดับนโยบาย การลงนามครั้งนี้คือการจัดโครงสร้างให้ ท้องถิ่น–รพ.สต.–โรงพยาบาลแม่ข่าย–สาธารณสุขจังหวัด ทำงานเชื่อมกันหลังการถ่ายโอน
แต่ในมุมประชาชน สิ่งที่สำคัญกว่าพิธีลงนามคือผลที่เกิดขึ้นจริง เช่น
- การรักษาที่ รพ.สต. จะสะดวกขึ้นหรือไม่
- การส่งต่อผู้ป่วยไปโรงพยาบาลแม่ข่ายเร็วขึ้นหรือไม่
- ยา บุคลากร และอุปกรณ์เพียงพอหรือไม่
- ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงจะได้รับบริการต่อเนื่องอย่างไร
ยังมีข้อมูลอะไรที่ควรตามต่อ?
ข่าวประชาสัมพันธ์ต้นทางระบุว่ามี รพ.สต.ที่เชื่อมกับเครือข่ายครั้งนี้ 14 แห่ง แต่ยังไม่ได้ให้รายชื่อทั้ง 14 แห่ง รวมถึงรายละเอียดว่าประชาชนในแต่ละพื้นที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านบริการตั้งแต่เมื่อใด
นี่จึงเป็นข้อมูลที่ Lopburi Today เห็นว่าควรติดตามต่อ เพราะสุดท้ายการถ่ายโอนจะสำเร็จแค่ไหน ไม่ได้อยู่ที่การลงนามเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่า ประชาชนเข้าใกล้บริการสุขภาพที่ดีขึ้นจริงหรือไม่
แหล่งข่าว: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




