ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
วันพฤหัสบดี, 13 สิงหาคม 2026
☁️
27°C ลพบุรี, ประเทศไทย
มีเมฆมาก
ข่าวล่าสุด
ลพบุรีถอด EM ให้ผู้ถูกคุมประพฤติ 9 ราย หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ ตามพระราชกฤษฎีกาฯ 2569เปิดโลกอาชีพ 78 นักเรียนประถมอินเตอร์ เยี่ยม กฟภ.เขต 3 ลพบุรี สัมผัสงานจริง–ชมศูนย์ควบคุมไฟฟ้าลพบุรีจัดกิจกรรมวันแม่ 12 สิงหาคม พร้อมกันหลายพื้นที่ “ผู้ว่าฯ” นำทำบุญ–ปลูกต้นมะริด 93 ต้นลพบุรีคัดแยกขยะส่วนราชการครั้งที่ 11 จาก 29 หน่วยงาน รวม 1,337 กิโลกรัม เดินหน้า “สำนักงานปลอดขยะ”400 จิตอาสาร่วมพัฒนาวัดสามัคคีพัฒนาราม ลพบุรี ปล่อยพันธุ์ปลา–กุ้ง 120,000 ตัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคมOTOP ลพบุรีบุกงานใหญ่เมืองทองฯ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ให้กำลังใจผู้ประกอบการ ชี้ช่องต่อยอดสินค้าลพบุรีเดินหน้ายกระดับการศึกษา วาง 3 เสาหลัก สร้างเด็ก “เก่งทันโลก จิตใจเข้มแข็ง มีคุณธรรม”ถ้าลพบุรีจะมี “รถเมล์ทั้งจังหวัด”…ต้องใช้อะไรบ้าง?สระโบสถ์เปิด “ลานสร้างสรรค์” ดึงภูมิปัญญาท้องถิ่น 7 ฐาน สู่เศรษฐกิจชุมชนลพบุรีเตือน! น้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่ม เฝ้าระวังริมคลองชัยนาท-ป่าสัก 3 อำเภอ
View All Breaking News ›

“โรคไอกรน” โรคติดเชื้อที่ต้องระวังและวิธีป้องกันอย่างได้ผล

13 พ.ย. 2567👁 อ่าน 18 ครั้ง

โรคไอกรน หรือ Pertussis เป็นโรคติดเชื้อที่เคยพบได้บ่อยในอดีต โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ยังไม่ได้รับวัคซีน โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Bordetella pertussis ซึ่งสามารถแพร่กระจายอย่างรวดเร็วผ่านละอองฝอยจากการไอหรือจามของผู้ติดเชื้อ ที่สำคัญอาการไอของโรคไอกรนนี้รุนแรงถึงขั้นได้รับชื่อเล่นว่า “โรคไอ 100 วัน” เนื่องจากอาการไอที่เกิดขึ้นเป็นระยะเวลายาวนานและอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายโดยรวม

เชื้อแบคทีเรีย Bordetella pertussis ทำให้เกิดโรคนี้โดยการแพร่เชื้อสู่ระบบทางเดินหายใจของผู้ป่วย เชื้อจะแพร่กระจายผ่านทางละอองฝอยที่ลอยไปในอากาศเมื่อผู้ติดเชื้อไอหรือจาม การติดต่อได้ง่ายทำให้โรคนี้สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ยังไม่ได้รับวัคซีนหรือได้รับวัคซีนไม่ครบ

ลักษณะอาการของโรคไอกรน

โรคไอกรนมีระยะของอาการที่แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่

1. ระยะเริ่มแรก (Catarrhal stage) ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายกับไข้หวัด เช่น น้ำมูกไหล ไข้ต่ำ และไอเล็กน้อย อาการในระยะนี้มักไม่รุนแรง

2. ระยะไอรุนแรง (Paroxysmal stage) เป็นระยะที่อาการไอเริ่มรุนแรงและเกิดขึ้นบ่อย โดยมักเกิดอาการไอติดต่อกันหลายครั้งจนเกิดเสียงหายใจวี้ด (whooping sound) เป็นเอกลักษณ์ และอาจเกิดการสำลักอาเจียนร่วมด้วย

3. ระยะฟื้นตัว (Convalescent stage)  อาการไอจะเริ่มลดลงทีละน้อย แต่ยังคงอยู่บ้างจนอาการหายไปในที่สุด

วิธีป้องกันโรคไอกรน

ปัจจุบันวัคซีนป้องกันโรคไอกรนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพเด็กในหลายประเทศ วัคซีนนี้มักถูกรวมอยู่ในวัคซีนป้องกันหลายโรค เช่น วัคซีน DTaP หรือวัคซีนห้าโรค ซึ่งฉีดให้กับเด็กตั้งแต่ช่วงอายุไม่กี่เดือน การได้รับวัคซีนครบตามกำหนดจะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคไอกรนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เคยได้รับวัคซีนไปแล้วเมื่อผ่านไปหลายปี ภูมิคุ้มกันอาจลดลงได้ ดังนั้นการได้รับวัคซีนเสริมในบางช่วงวัยจึงสำคัญต่อการป้องกันเชื้อในระยะยาว

หากติดเชื้อแล้วสามารถรักษาอย่างไรได้บ้าง

หากติดเชื้อไอกรน การรักษาจะเน้นการใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อกำจัดเชื้อและลดการแพร่กระจายของเชื้อให้กับผู้อื่น การให้ยาปฏิชีวนะในระยะแรกของโรคสามารถช่วยบรรเทาอาการและลดความเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนได้ ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการรุนแรง โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ แพทย์อาจแนะนำให้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพื่อให้การดูแลที่ใกล้ชิด เช่น การให้ออกซิเจนและการควบคุมอาการอย่างเหมาะสม

โรคไอกรนเป็นโรคที่อาจเกิดอันตรายได้หากไม่ได้รับการป้องกันและรักษาอย่างถูกวิธี ด้วยอาการที่ไออย่างรุนแรงและยาวนาน การรับวัคซีนครบถ้วนจึงเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด การตรวจพบเชื้อในระยะแรกและการรักษาอย่างทันทีทันใดเป็นสิ่งที่สามารถช่วยลดความรุนแรงและลดการแพร่กระจายของโรคได้