น้ำท่วมลพบุรีลามถึงบ้านหมี่! ถนนเข้าหมู่บ้านถูกกัดเซาะ กระทบกว่า 50 หลังคาเรือน เฝ้าระวังบ้านกล้วย–พุคา

สถานการณ์น้ำลพบุรีวันที่ 26 กันยายน มีรายงานผลกระทบในอำเภอบ้านหมี่ โดยถนนเข้าบ้านหนองกระเบียนน้อย ต.หนองเมือง ถูกกระแสน้ำกัดเซาะ กระทบการเดินทางของประชาชนกว่า 50 หลังคาเรือน ขณะที่ ต.บ้านกล้วย ต้องเสริมกระสอบทรายบริเวณตลิ่งต่ำ และ ต.พุคา อยู่ในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จังหวัดสั่งเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง แต่ยังไม่มีรายงานยืนยันว่าถนนที่เสียหายกลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้ว
วันที่ 26 กันยายน 2569 นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยผู้อำนวยการโครงการชลประทานลพบุรี นายอำเภอบ้านหมี่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในอำเภอบ้านหมี่
การลงพื้นที่เริ่มเมื่อเวลา 11.30 น. โดยตรวจบริเวณบ้านหนองกระเบียนน้อย หมู่ 4 และหมู่ 7 ตำบลหนองเมือง ซึ่งได้รับผลกระทบจากกระแสน้ำที่กัดเซาะถนนทางเข้าหมู่บ้าน จังหวัดรายงานว่ามีบ้านเรือนที่ได้รับความเดือดร้อน กว่า 50 หลังคาเรือน
แม้ผู้นำท้องที่และท้องถิ่นจะจัดทำถนนชั่วคราวเพื่อบรรเทาปัญหาการสัญจรแล้ว แต่ข่าวต้นทางยังไม่ได้ยืนยันว่ารถทุกประเภทสามารถใช้เส้นทางได้ตามปกติ ประชาชนจึงควรตรวจสอบสภาพทางกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ก่อนเดินทาง และไม่ควรขับรถผ่านจุดที่ผิวถนนถูกน้ำกัดเซาะหรือมีกระแสน้ำไหลแรง
น้ำจากสระโบสถ์–โคกสำโรง มาถึงบ้านหมี่อย่างไร?
ข้อมูลจากการลงพื้นที่ระบุว่า บ้านหนองกระเบียนน้อยเป็นหนึ่งในพื้นที่รองรับมวลน้ำที่ไหลหลากมาจากอำเภอสระโบสถ์และอำเภอโคกสำโรง นั่นหมายความว่า แม้ฝนในบ้านหมี่จะลดลงแล้ว ก็ยังต้องติดตามน้ำที่กำลังไหลมาจากพื้นที่อื่น
เหตุการณ์นี้ต่อเนื่องกับสถานการณ์วันที่ 25 กันยายน ซึ่งอำเภอโคกสำโรงมีรายงานน้ำป่าไหลหลากเข้าพื้นที่ตำบลคลองเกตุ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ควรสรุปว่ามวลน้ำที่เข้าบ้านหนองกระเบียนน้อยทั้งหมดมาจากจุดเกิดเหตุที่คลองเกตุเพียงแห่งเดียว เพราะข่าวต้นทางไม่ได้ให้ข้อมูลปริมาณน้ำและเส้นทางไหลรายคลองอย่างละเอียด สิ่งที่ยืนยันได้คือ บ้านหมี่กำลังรับผลกระทบจากน้ำที่ไหลต่อเนื่องมาจากพื้นที่ตอนบนของจังหวัด
ถนนเสียหาย แต่ยังไม่รู้ว่าจะซ่อมถาวรเมื่อไร
สำหรับบ้านหนองกระเบียนน้อย ข่าวต้นทางระบุว่าได้จัดทำถนนชั่วคราวเพื่อช่วยให้ประชาชนสัญจรในเบื้องต้น ส่วนการแก้ไขถาวรจะประสานหน่วยงานรับผิดชอบหลังระดับน้ำลดลง แต่ยังไม่มีรายละเอียดว่า
- ถนนเสียหายยาวกี่เมตร และลึกเพียงใด
- ถนนชั่วคราวรองรับรถประเภทใดได้บ้าง
- มีเส้นทางเลี่ยงที่ได้รับการยืนยันหรือไม่
- หน่วยงานใดรับผิดชอบถนนสายนี้
- การซ่อมถาวรจะเริ่มเมื่อไร
ข้อมูลเหล่านี้สำคัญต่อคนที่ต้องเดินทางไปทำงาน รับส่งเด็ก หรือขนส่งผลผลิตทางการเกษตร ไม่ใช่เพียงเรื่องการซ่อมผิวถนนหลังน้ำลด
หมายเหตุสถานะเส้นทาง: มีรายงานจากผู้ใช้พื้นที่เมื่อวันที่ 25 กันยายนว่า ถนนบริเวณบ้านหนองกระเบียนน้อยถูกน้ำกัดเซาะจนรถผ่านไม่ได้ แต่ข่าวจังหวัดวันที่ 26 กันยายนระบุว่ามีการจัดทำถนนชั่วคราวแล้ว จึงต้องยึดสถานะที่เจ้าหน้าที่หน้างานยืนยันล่าสุดก่อนเผยแพร่คำว่า “เปิดทางแล้ว”
บ้านกล้วย–พุคา ต้องเฝ้าระวังอะไร?

หลังตรวจบ้านหนองกระเบียนน้อย คณะผู้ว่าราชการจังหวัดเดินทางต่อไปยังตำบลบ้านกล้วยและตำบลพุคา ตำบลบ้านกล้วย มีจุดเปราะบางบริเวณตลิ่งต่ำ ซึ่งข่าวต้นทางระบุว่ามวลน้ำจากคลองชัยนาท–ป่าสักมีโอกาสไหลเข้าพื้นที่ ประชาชนจึงร่วมกันกรอกกระสอบทรายเพื่อทำแนวกั้นน้ำ
ส่วน ตำบลพุคา เป็นอีกพื้นที่ที่จังหวัดติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด หลังมีฝนตกสะสมและสถานการณ์น้ำในลำน้ำต่าง ๆ เพิ่มสูงขึ้น
พื้นที่ลุ่มฝั่งนี้มีประวัติปัญหาน้ำสะสมมาก่อน โดยข้อมูลกรมชลประทานจากเหตุการณ์ปี 2564 เคยอธิบายแนวการไหลของน้ำจากพื้นที่ตอนบนลงมาทางหนองเมือง บ้านกล้วย และสะสมต่อไปยังพุคา อย่างไรก็ตาม ข้อมูลครั้งนั้นเป็นเพียงบริบทภูมิประเทศ ไม่ใช่การวัดระดับน้ำหรือคาดการณ์ความสูงของน้ำในปี 2569 ดังนั้น ไม่ควรนำระดับน้ำจากเหตุการณ์เก่ามาใช้บอกว่าปีนี้พุคาจะท่วมสูงเท่าเดิม
ตัวเลขเขื่อนเจ้าพระยา 1,950 ลบ.ม./วินาที ต้องอ่านอย่างไร?
ข่าวการลงพื้นที่ระบุว่า เขื่อนเจ้าพระยามีการปรับเพิ่มการระบายน้ำถึง 1,950 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประกอบกับฝนที่ตกสะสม ทำให้จังหวัดต้องเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด
ขณะที่กรมชลประทานชี้แจงในวันที่ 26 กันยายนว่า การระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาต้องปรับตามปริมาณฝน น้ำไหลเข้า และสถานการณ์จริง โดยมีกรอบการระบายที่แจ้งไว้ 1,500–2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
1,950 ลบ.ม./วินาที คืออัตราการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาตามรายงาน ไม่ใช่ตัวเลขที่ยืนยันว่าน้ำปริมาณเท่ากันไหลเข้าคลองชัยนาท–ป่าสัก
คลองชัยนาท–ป่าสักเป็นคลองชลประทานที่รับน้ำผ่านระบบประตูระบายน้ำบริเวณมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท โดยปริมาณน้ำที่เข้าสู่คลองขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของระบบชลประทาน
ประชุม SAT เช้า — ลงพื้นที่บ้านหมี่สาย
ก่อนการลงพื้นที่บ้านหมี่ จังหวัดลพบุรีเข้าร่วมประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง หรือ กอปภ.ก. ผ่านระบบประชุมทางไกล เมื่อเวลา 10.00 น.
นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี มอบหมายให้นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัด นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม การประชุมใช้ระบบติดตามสถานการณ์สาธารณภัย หรือ Situation Awareness Team (SAT) เพื่อประเมินสถานการณ์และประสานข้อมูลเตือนภัย
หากอธิบายให้ง่าย SAT คือการรวบรวมข้อมูลจากหลายหน่วยงานมาช่วยมองสถานการณ์ว่า น้ำกำลังเกิดที่ไหน มีแนวโน้มเคลื่อนไปจุดใด และพื้นที่ใดควรเตรียมรับมือก่อน
การประชุมส่วนกลางเน้นให้จังหวัดติดตามข้อมูลลงไปถึงระดับอำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน พร้อมประสานฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น ทหาร ตำรวจ และหน่วยช่วยเหลืออื่น ๆ
ฝนยังต้องเฝ้าระวังถึง 27 กันยายน
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฉบับที่ 10 วันที่ 26 กันยายน ระบุว่า ช่วงวันที่ 26–27 กันยายน 2569 ภาคกลางยังมีโอกาสเกิดฝนตกหนักหลายพื้นที่และฝนตกหนักมากบางแห่ง สำหรับบ้านหมี่ สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังจึงมีทั้งฝนในพื้นที่และน้ำที่ไหลต่อเนื่องมาจากด้านบน
จังหวัดสั่งช่วยเหลืออะไรแล้ว?
ข่าววันที่ 26 กันยายนระบุว่า จังหวัดสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดส่ง ถุงยังชีพ อาหารแห้ง และน้ำดื่ม เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบเฉพาะหน้า พร้อมกำชับให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีตัวเลขยืนยันว่าจัดส่งสิ่งของถึงกี่ครัวเรือน หรือมีผู้ประสบภัยที่ต้องอพยพออกจากบ้านในพื้นที่บ้านหมี่จำนวนเท่าไร หากต้องการแจ้งเหตุฉุกเฉิน สำนักงาน ปภ.จังหวัดลพบุรีเคยประกาศช่องทางไว้ที่ สายด่วน 1784 และโทรศัพท์ 036-700199, 089-9696768, 081-9218691
เมื่อแจ้งเหตุ ควรระบุชื่อหมู่บ้าน พิกัด จำนวนผู้ประสบภัย ระดับน้ำ และจำนวนผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ
ยอดผู้ประสบภัยจังหวัดต้องอัปเดตใหม่หรือไม่?
วันที่ 25 กันยายน จังหวัดรายงานพื้นที่ได้รับผลกระทบ 4 อำเภอ 516 ครัวเรือน 1,166 คน รายงานวันที่ 26 กันยายนเพิ่มรายละเอียดผลกระทบในบ้านหมี่ โดยระบุว่าบ้านหนองกระเบียนน้อยมีบ้านเรือนเดือดร้อนกว่า 50 หลังคาเรือน
แหล่งข่าว: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี / กรมชลประทาน / กรมอุตุนิยมวิทยา / สำนักงาน ปภ.จังหวัดลพบุรี เรียบเรียง: LOPBURITODAY




