ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
วันอังคาร, 29 กันยายน 2026
☁️
25°C ลพบุรี, ประเทศไทย
มีเมฆมาก
ข่าวล่าสุด
29 ก.ย. 256900:02ลพบุรีถอดบทเรียนปี 69 วางทิศทางปี 70 ผ่าน 4 ด้าน — แต่ยังไม่เปิดเผยว่าอะไรสำเร็จ อะไรต้องแก้29 ก.ย. 256900:01ลพบุรีตรวจจุดเสี่ยงน้ำ 3 อำเภอ — รบพิเศษลงช่วยป่าตาล ย้ายผู้ป่วยติดเตียง เตรียมกระสอบทราย 300 กระสอบ29 ก.ย. 256900:00เขื่อนป่าสักเตรียมเพิ่มระบายน้ำ 30 ก.ย. คาดน้ำสูงขึ้น 3.5–4 เมตร — อีกด้านเจ้าพระยาเตือน 3 จังหวัดรับน้ำเหนือ29 ก.ย. 256923:58109 ปีธงไตรรงค์ — ลพบุรีแจ้งกำหนดกิจกรรมเคารพธงชาติ ชวนย้อนที่มาวันพระราชทานธงชาติไทย29 ก.ย. 256923:57เรียนภาษาเพื่ออะไร? Duolingo เผยภาษาจีนเติบโตเร็วในไทย ชวนมองโอกาสของคนลพบุรี29 ก.ย. 256923:55ป.ป.ช.ลพบุรีเผยร้องเรียนสะสม 99 เรื่อง อปท.ปรากฏในสถิติ 68 เรื่อง — แต่ยังไม่ใช่ข้อสรุปว่าทุจริต29 ก.ย. 256923:54125 ปีสถานีรถไฟลพบุรี EP.4 | จาก 1 สถานีสู่ 2 สถานี — วันนี้คนลพบุรีต้องขึ้นรถไฟที่ไหน?28 ก.ย. 256901:21ลพบุรีเร่งสูบน้ำออกจากชุมชน ห้วยส้มเต็มความจุ 100% — บ้านหมี่ยังต้องเฝ้าระวัง27 ก.ย. 256921:40น้ำท่วมลพบุรีลามถึงบ้านหมี่! ถนนเข้าหมู่บ้านถูกกัดเซาะ กระทบกว่า 50 หลังคาเรือน เฝ้าระวังบ้านกล้วย–พุคา27 ก.ย. 256921:38จากดอกไม้ประจำจังหวัด สู่ดอกไม้จันทน์ถวายอาลัย — ลพบุรีร่วมประดิษฐ์ “ดอกพิกุล” เตรียมพระราชพิธีเดือนธันวาคม
View All Breaking News ›

จิตแพทย์เตือน! บูลลี่เด็กไม่ใช่เรื่องเล่น เสี่ยงซึมเศร้า–คิดสั้น สะเทือนใจถึงขั้น ‘อยากตาย’

3 ส.ค. 2568👁 อ่าน 34 ครั้ง

“การบูลลี่” หรือการกลั่นแกล้ง ไม่ว่าจะในห้องเรียนหรือโลกออนไลน์ กำลังกลายเป็นภัยเงียบที่กัดกร่อนสุขภาพจิตของเด็กไทยโดยไม่เลือกวัยหรือพื้นฐานชีวิต จิตแพทย์เตือนชัด—นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น หากปล่อยไว้ อาจพัฒนาเป็น โรคจิตเวชขั้นรุนแรง และ ภาวะคิดฆ่าตัวตาย ได้

พญ.ปรานี ปวีณชนา จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลพระรามเก้า เปิดเผยว่า “การบูลลี่ซ้ำ ๆ ทำให้เด็กขาดความมั่นใจ ไม่อยากไปโรงเรียน แยกตัว เงียบลง กินนอนไม่เป็นเวลา และอาจถึงขั้น ทำร้ายตัวเอง หรือ คิดสั้น โดยที่คนรอบข้างอาจไม่ทันสังเกตเห็น”

แต่ไม่ใช่แค่เหยื่อเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ ผู้กระทำและผู้เห็นเหตุการณ์ก็เสี่ยงเช่นกัน

  • เด็กที่บูลลี่คนอื่น อาจมีภาวะซึมเศร้าหรือโรคสมาธิสั้นโดยไม่รู้ตัว
  • เด็กที่เป็น “พยาน” หากไม่ได้รับการดูแล อาจเกิดความเครียดเรื้อรัง (PTSD) หรือกลายเป็นผู้กระทำในอนาคต

วงจรความเจ็บปวดนี้ ยังสัมพันธ์กับพฤติกรรมเสี่ยงอื่น เช่น การใช้กัญชา บุหรี่ไฟฟ้า หรือแอลกอฮอล์ ตั้งแต่วัยเรียน ซึ่งเด็กหลายคนใช้เพื่อกลบความเครียด หรือความรู้สึกไร้ค่าที่ไม่มีใครเข้าใจ

“เราพบอัตราเด็กและวัยรุ่นที่ป่วยด้วยโรคจิตเวชเพิ่มขึ้นปีละ 5–10% มาโดยตลอด”
— พญ.ปรานีกล่าว

แม้การเข้าถึงการรักษาจะดีขึ้น แต่ก็ยังมีเด็กจำนวนมากที่ รอความช่วยเหลือโดยไม่มีใครยื่นมือ พญ.ปรานีย้ำว่า “อย่ารอให้สายเกินไป ถ้าเห็นเด็กเปลี่ยนไป ซึม เงียบ แยกตัวจากเพื่อน ไม่พูดกับใคร ทั้งที่เคยร่าเริง ควรรีบพาไปพบจิตแพทย์”

การรักษาต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งครอบครัว โรงเรียน และทีมแพทย์ โดยเฉพาะครูและผู้ปกครอง ซึ่งเป็น “ด่านหน้า” ที่จะช่วยเปลี่ยนเส้นทางชีวิตเด็กคนหนึ่งได้

“อย่าคิดว่า ‘ก็แค่หยอกเล่น’ เพราะคำพูดเพียงคำเดียว อาจทิ้ง ‘แผลลึก’ ในใจเด็กตลอดชีวิต”
พญ.ปรานี ทิ้งท้ายถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยจะต้องตระหนักว่า สุขภาพจิตของเด็กคือรากฐานของอนาคตประเทศ หากปล่อยให้รอยร้าวเติบโต วันหนึ่งอาจไม่มีโอกาสซ่อมแซมสิ่งที่พังไปแล้ว