ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
วันจันทร์, 19 ตุลาคม 2026
🌦️
27°C ลพบุรี, ประเทศไทย
ฝนปรอยปานกลาง
ข่าวล่าสุด
19 ต.ค. 256922:17น้ำท่วมบ้านหมี่ เงินเยียวยาไปถึงไหน? เช็กสิทธิ 9,000–ประกันภัยพิบัติ และเหตุที่บางบ้านยังรอ19 ต.ค. 256921:57ครอบครัวผู้บริจาคดวงตาลพบุรี ส่งต่อศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย เตรียมปลูกถ่ายผู้ป่วย19 ต.ค. 256921:56OTOP ทั่วไทยกว่า 250 ร้านรวมตัวหน้าโรบินสันลพบุรี 17 ต.ค. 256916:06โรบินสันลพบุรีเปิดจุดประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ทุกวันถึง 30 พ.ย. ไม่ต้องลงทะเบียน17 ต.ค. 256916:04ลพบุรีเปิด 11 จุดถวายดอกไม้จันทน์ พร้อมไทม์ไลน์พิธี 24 ต.ค.–17 ธ.ค. 256917 ต.ค. 256916:03รบพิเศษลงฟื้นฟูโรงเรียนวัดหนองเมือง หลังน้ำลด เร่งเคลียร์โคลน–ขยะเตรียมเปิดเรียน17 ต.ค. 256910:29จิตอาสากว่า 400 คน ทำความสะอาดสถานีรถไฟลพบุรี–โบราณสถาน ก่อนวันปิยมหาราช17 ต.ค. 256910:28ราชภัฏเทพสตรีเดินหน้า 159 กิจกรรมพัฒนาท้องถิ่น 3 จังหวัด เข้าถึงกว่า 14,000 คน17 ต.ค. 256910:26ล่อซื้อยาเสพติดที่นิคมสร้างตนเอง จับหญิง 1 ราย ยึดยาบ้ากว่า 4,000 เม็ด–ยาไอซ์15 ต.ค. 256923:15ลพบุรีกำหนด 11 จุดถวายดอกไม้จันทน์ครบทุกอำเภอ เตรียมแล้วเสร็จภายใน 30 พ.ย.
View All Breaking News ›
LOPBURI TODAYLOCAL NEWS

สธ. ประกาศเจตนารมณ์ “STOP Violence” ป้องกันความรุนแรงในโรงพยาบาล หลังพบเหตุ 101 ครั้งใน 7 ปี

25 ก.ย. 2568👁 อ่าน 48 ครั้ง
SHARE f LINE

วันที่ 18 กันยายน 2568 ที่ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี  นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “ป้องกันและจัดการความรุนแรงในโรงพยาบาล (STOP Violence)” โดยมีผู้บริหาร บุคลากรในสังกัด และภาคีเครือข่ายกว่า 300 คนเข้าร่วม

ภายในงาน ได้มีการปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ยกระดับความปลอดภัยในสถานพยาบาลสู่วาระแห่งชาติ” พร้อมนำผู้เข้าร่วมประชุมประกาศเจตนารมณ์ 4 ข้อ ได้แก่

  1. Zero Tolerance ต่อความรุนแรงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้วาจา คุกคาม หรือทำลายทรัพย์สิน
  2. ผนึกกำลังทุกภาคส่วน เพื่อสร้างระบบความปลอดภัยที่เข้มแข็ง
    พัฒนาแนวทางป้องกัน รับมือ และเยียวยาบุคลากรอย่างเป็นระบบ
  3. รณรงค์สร้างความเข้าใจแก่สังคม ว่าการบริการที่มีคุณภาพเกิดขึ้นได้เมื่อบุคลากรทำงานอย่างปลอดภัย

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ตั้งแต่ปี 2560 – 2567 เกิดเหตุความรุนแรงในโรงพยาบาลและห้องฉุกเฉิน รวม 101 ครั้ง ส่วนใหญ่เกิดจากผู้ก่อเหตุที่อยู่ในอาการมึนเมา ทั้งการทำลายทรัพย์สินและทำร้ายร่างกายบุคลากร ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อบรรยากาศการทำงาน ขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ และคุณภาพการบริการประชาชน

มาตรการความปลอดภัย

กระทรวงสาธารณสุขได้สั่งการให้หน่วยบริการพัฒนาระบบป้องกันและจัดการเหตุรุนแรง อาทิ

  • ติดตั้ง กล้องวงจรปิด 24 ชั่วโมง
  • ควบคุมประตูเข้า-ออกและพื้นที่พักญาติ
  • ติดตั้ง สัญญาณเตือนภัยและขอความช่วยเหลือ เชื่อมโยงกับตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเครือข่ายอาสาสมัคร
  • จัดซ้อมแผนเผชิญเหตุและรายงานผลหลังเหตุการณ์
  • ใช้มาตรการทางกฎหมายเข้มข้นกับผู้ก่อเหตุ

นพ.โอภาส ย้ำว่า โรงพยาบาลต้องเป็น “พื้นที่ปลอดภัยของสังคม” ที่ทั้งผู้ป่วยและบุคลากรสามารถเชื่อมั่นได้ว่าจะได้รับการดูแลอย่างปลอดภัยและมีคุณภาพ