ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
วันอาทิตย์, 9 สิงหาคม 2026
☁️
26°C ลพบุรี, ประเทศไทย
มีเมฆมาก
ข่าวล่าสุด
เปิดรับสมัครฟรี 1,000 คน! BIKE RALLY TOUR OF LOPBURI 2026 ปั่น 40–80 กม. รอบอ่างซับเหล็ก“พัฒนา” ลงพื้นที่ลพบุรี ชู รพ.มะเร็งคิวรอสั้น–รพ.ท่าวุ้งฟื้นฟูผู้ป่วยเดินได้ 85% เดินหน้าสู่จังหวัดสุขภาพคุณภาพระทึกถนนสาย 2 ลพบุรี หญิงขี่ จยย.ถือมีดไล่รถ ผู้เสียหายแจ้งความ อ้างรถถูกฟัน 2 ครั้งสพม.ลพบุรี ลงพื้นที่นิเทศกิจกรรมลูกเสือ 3 โรงเรียน ยกระดับมาตรฐานการเรียนรู้และลูกเสือจิตอาสา ปีการศึกษา 2569ลพบุรีเตรียมจัด “Lopburi Half Marathon 2026” 30 ส.ค.นี้ ชวนนักวิ่งสัมผัสธรรมชาติอ่างซับเหล็ก พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นศาลจังหวัดลพบุรีจัดงาน “วันรพี” น้อมรำลึกพระบิดาแห่งกฎหมายไทย พร้อมสืบสานอุดมการณ์ความยุติธรรมLopburi Basketball Club จัดศึกบาสเกตบอล 3×3 ชิงชนะเลิศแห่งจังหวัดลพบุรี 2569 ดวลสนาม 8-9 สิงหาคมนี้เร่งแก้ปัญหาที่ดินทับซ้อนอ่างซับเหล็ก ลพบุรี ตั้งเป้าสรุปแนวทางภายในเดือนสิงหาคมมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ มอบสิ่งของพระราชทานช่วยผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้บ้าน อำเภอเมืองลพบุรีลพบุรีจัดกิจกรรม “น้ำพระทัยพระราชทาน” เนื่องในวันแม่แห่งชาติ มอบความช่วยเหลือคนพิการและเด็กยากไร้
View All Breaking News ›

ลพบุรีดันเครือข่ายประชาชน จัดตั้ง อส.สำรอง รุ่น 3 เสริมแกร่งชุมชน ห่างไกลยาเสพติด

5 ส.ค. 2568👁 อ่าน 29 ครั้ง

ณ กรมรบพิเศษที่ 1 ค่ายวชิราลงกรณ์ พลร่มป่าหวาย อำเภอเมืองลพบุรี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรมสร้างเครือข่ายประชาชนและจัดตั้งสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ประเภทสำรอง รุ่นที่ 3

กิจกรรมดังกล่าวดำเนินการโดยที่ทำการปกครองจังหวัดลพบุรี ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานจังหวัดลพบุรี มีผู้เข้าร่วม 50 คน จากเป้าหมายทั้งหมด 150 คน จากทั้ง 11 อำเภอในลพบุรี โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพิทักษ์ ดูแลความสงบเรียบร้อย ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนของตนเอง

การฝึกอบรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 7 สิงหาคม 2568 รวมระยะเวลา 3 วัน ประกอบด้วยหลักสูตรเข้ม เช่น

  • การฝึกระเบียบวินัย
  • การใช้วิทยุสื่อสาร
  • การปฐมพยาบาลเบื้องต้น
  • การรักษาความปลอดภัยบุคคลและสถานที่
  • การตั้งจุดตรวจจุดสกัด
  • และฝึกแนวคิด “จิตอาสา” เพื่อการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีจริยธรรม

นายปรัชญา กล่าวว่า “การเสริมสร้างเครือข่ายประชาชนแบบนี้ เป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้หมู่บ้านชุมชนมีความมั่นคงจากภายใน และสร้างคนดีให้ยืนหยัดร่วมกับภาครัฐในการดูแลบ้านเมือง”