ลพบุรียกระดับเฝ้าระวังน้ำ — ฝนเกิน 2 ชั่วโมง สั่งรายงานทุก 30 นาที รับฝนหนักระลอกใหม่ 23–27 ก.ย.

Dek
ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีสั่งทุกอำเภอยกระดับการติดตามสถานการณ์ หากมีฝนตกหนักต่อเนื่องเกิน 2 ชั่วโมง ให้รายงานข้อมูลถี่ขึ้นทุก 30 นาที เพื่อรับมือน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนภาคกลางมีฝนหนักถึงหนักมากช่วง 23–27 กันยายน ส่วนสถานการณ์เจ้าพระยา ปภ.ให้ลพบุรีเป็น 1 ใน 10 จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้น แต่พื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการระบายน้ำรอบนี้ยังระบุอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ 6 อำเภอของพระนครศรีอยุธยา
วันที่ 22 กันยายน 2569 นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ครั้งที่ 2/2569 ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
การประชุมมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและเตรียมมาตรการรับมืออุทกภัยภาคกลาง โดยรัฐบาลกำชับจังหวัดให้จัดทำ Check List เตรียมเครื่องจักร อุปกรณ์ สิ่งของช่วยเหลือ ศูนย์พักพิง รวมถึงให้หน่วยงานพยากรณ์และบริหารน้ำใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน และสื่อสารสถานการณ์กับประชาชนอย่างรวดเร็ว
แต่สำหรับลพบุรี ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่า “ร่วมประชุมอะไร”
อยู่ที่คำสั่งหลังประชุมว่า ถ้าฝนตกหนักต่อเนื่องเกิน 2 ชั่วโมง การติดตามสถานการณ์จะต้องถี่ขึ้นถึงระดับทุก 30 นาที
“ทุก 30 นาที” หมายความว่าอย่างไร?
ตามข้อมูลจากจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีสั่งการให้ทุกอำเภอประสานหน่วยงานด้านน้ำในพื้นที่ และหากพบฝนตกหนักต่อเนื่องเกินกว่า 2 ชั่วโมง ให้ปรับการรายงานสถานการณ์เป็น ทุก 30 นาทีแบบ Real-time
เป้าหมายคือทำให้ฝ่ายปฏิบัติทราบทั้ง ปริมาณฝน ทิศทางและระดับน้ำ พื้นที่ที่เริ่มมีความเสี่ยง และสามารถประสานช่วยเหลือได้เร็วขึ้นหากเกิดน้ำป่าไหลหลากหรือน้ำท่วมฉับพลัน แต่มีจุดหนึ่งที่ควรเข้าใจให้ตรงกัน— คำสั่งรายงานทุก 30 นาที ไม่ได้หมายความว่าประชาชนจะได้รับข้อความเตือนทุก 30 นาที
จากข้อมูลที่เผยแพร่ คำสั่งนี้เป็นการยกระดับ ความถี่ของการรายงานสถานการณ์ระหว่างหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้อง สิ่งที่ประชาชนควรติดตามต่อจึงเป็นว่า เมื่อข้อมูลหลังบ้านถี่ขึ้นแล้ว จังหวัดจะนำข้อมูลนั้นออกมาแจ้งประชาชนผ่านช่องทางใด และเร็วเพียงใดเมื่อพบความเสี่ยงจริง นี่คือจุดที่คำว่า “การสื่อสารคือหัวใจ” จะถูกวัดผลได้จริง
ทำไมต้องเพิ่มความถี่ตอนนี้? 23–27 ก.ย. ฝนกำลังมาอีกระลอก
คำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นในจังหวะเดียวกับที่กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือน ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย มีผลกระทบระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน 2569
ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอยู่ในพื้นที่ที่ต้องระวัง โดยพยากรณ์ 7 วันสำหรับภาคกลางระบุว่า ช่วงวันที่ 23–27 กันยายน มีฝนฟ้าคะนองประมาณ 70–80% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะช่วง 24–27 กันยายน
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนให้ระวังผลจากฝนสะสม โดยเฉพาะ พื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ เนื่องจากอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้
ดังนั้น สำหรับลพบุรีในช่วงหลายวันต่อจากนี้ ความเสี่ยงไม่ได้มีเพียงระดับน้ำในแม่น้ำสายใหญ่ แต่ต้องดู ฝนที่ตกลงในพื้นที่ของแต่ละอำเภอด้วย
ตอนนี้ต้องแยก “สองเรื่องน้ำ” ออกจากกัน
ช่วงสองวันที่ผ่านมา มีข่าวเกี่ยวกับลพบุรีและน้ำหลายชุดจนคนอ่านอาจเข้าใจรวมกันว่า “น้ำก้อนเดียวกันกำลังจะท่วมลพบุรี” จริง ๆ แล้วควรแยกอย่างน้อยเป็น 2 สถานการณ์
1. ฝนหนักในพื้นที่ลพบุรี
นี่คือความเสี่ยงที่คำสั่ง ฝนเกิน 2 ชั่วโมง → รายงานทุก 30 นาที ต้องการจับให้เร็วขึ้น
หากฝนตกสะสมสูงในพื้นที่ลาดเชิงเขา ทางน้ำ ห้วย คลอง หรือพื้นที่ระบายน้ำไม่ทัน อาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน หรือน้ำรอการระบายได้ และเป็นความเสี่ยงที่สามารถเปลี่ยนแปลงเร็วในระดับตำบลหรืออำเภอ
2. น้ำในระบบแม่น้ำเจ้าพระยา
อีกเรื่องหนึ่งมาจากน้ำเหนือ ปภ.แจ้งเมื่อวันที่ 22 กันยายนว่า ลพบุรีเป็น 1 ใน 10 จังหวัดภาคกลาง ที่ต้องติดตามระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา หลังกรมชลประทานประเมินว่าในวันที่ 29 กันยายน น้ำผ่านสถานี C.2 นครสวรรค์อาจอยู่ที่ประมาณ 1,400–1,450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเมื่อรวมลำน้ำสาขา จะทำให้น้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ประมาณ 1,550–1,650 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมชลประทานจึงประเมินการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่ประมาณ 1,000–1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 0.50–1.50 เมตร
แต่คำว่า “ลพบุรีอยู่ในประกาศเฝ้าระวัง” ยังไม่เท่ากับ “ลพบุรีจะท่วมจากเจ้าพระยา”
ตรงนี้สำคัญมาก ประกาศของ ปภ.ให้ 10 จังหวัด รวมลพบุรี ติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อม แต่พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำที่ระบุว่าจะได้รับผลกระทบจากการเพิ่มการระบายในรอบนี้โดยตรง ได้แก่ 6 อำเภอของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คือ
- เสนา
- ผักไห่
- บางบาล
- พระนครศรีอยุธยา
- บางปะอิน
- บางไทร
และข้อมูลของ ปภ.ระบุว่าไม่กระทบพื้นที่ชุมชนภายในคันกั้นน้ำในบริเวณดังกล่าว ดังนั้น ณ ข้อมูลวันที่ 22 กันยายน ยังไม่ควรแปลประกาศดังกล่าวว่า “ลพบุรีกำลังจะถูกน้ำเจ้าพระยาท่วม”
สถานะที่ถูกต้องกว่าคือ ลพบุรีอยู่ในพื้นที่ที่ต้องติดตามและเตรียมพร้อม เพราะจังหวัดมีความเชื่อมโยงกับระบบน้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำลพบุรี ขณะที่สถานการณ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้หากปริมาณน้ำเหนือหรือฝนเพิ่มขึ้น
แล้วแม่น้ำลพบุรีเกี่ยวอะไรกับเจ้าพระยา?
แม่น้ำลพบุรีเป็นลำน้ำสาขาที่แยกจากแม่น้ำเจ้าพระยา และเข้าสู่จังหวัดลพบุรีทางพื้นที่อำเภอท่าวุ้ง ก่อนผ่านไปยังเขตเมือง
ข้อมูลของจังหวัดจากการเฝ้าระวังในอดีตระบุว่า ช่วงน้ำหลาก ระดับและปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสามารถมีความเกี่ยวข้องกับการบริหารน้ำในแม่น้ำลพบุรี จึงมีการติดตามพื้นที่ริมน้ำในอำเภอท่าวุ้งและพื้นที่ต่อเนื่องเป็นระยะ
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวเป็นบริบทของระบบน้ำ ไม่ใช่หลักฐานว่าสถานการณ์ปีนี้จะเกิดผลเหมือนเหตุการณ์ก่อนหน้า
สิ่งที่ต้องใช้ตัดสินสถานการณ์จริงในปี 2569 คือข้อมูลระดับน้ำและการบริหารประตูน้ำในแต่ละช่วงเวลา
จาก “รายงานทุก 30 นาที” ประชาชนควรได้อะไร?
การมีข้อมูลเร็วขึ้นจะมีประโยชน์ต่อประชาชนก็ต่อเมื่อข้อมูลเดินจากสถานีวัด → เจ้าหน้าที่ → ผู้ตัดสินใจ → ประชาชน ได้เร็วพอ ตัวอย่างที่ควรติดตามหลังจากนี้คือ
- ถ้าพื้นที่หนึ่งฝนเกินเกณฑ์ ประชาชนในพื้นที่นั้นได้รับแจ้งหรือไม่?
- ระบุพื้นที่เตือนชัดถึงระดับอำเภอ ตำบล หรือหมู่บ้านแค่ไหน?
- บอกหรือไม่ว่าต้องเตรียมตัวยังไง แทนที่จะบอกเพียงว่า “เฝ้าระวัง”?
- หากต้องอพยพ มีจุดไปที่ไหนและใครเป็นผู้ประสาน?
และที่สำคัญ เมื่อสถานการณ์กลับสู่ปกติ มีการประกาศลดระดับเตือนเพื่อไม่ให้ประชาชนต้องอยู่กับข้อมูลเก่าหรือไม่ นี่คือความแตกต่างระหว่าง “มีข้อมูล Real-time” กับ “มีระบบเตือนภัยที่ประชาชนใช้ได้จริง”
ส่วนกลางก็ย้ำเรื่องเดียวกัน — ข้อมูลต้องเป็นชุดเดียว
ที่ประชุมระดับภาคกลางวันที่ 22 กันยายนกำชับให้หน่วยงานพยากรณ์และบริหารน้ำบูรณาการข้อมูลตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้ทุกฝ่ายใช้ ข้อมูลชุดเดียวกัน ในการวางแผน
พร้อมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดทำ Check List ตั้งแต่เครื่องจักร อุปกรณ์สาธารณภัย สิ่งของช่วยเหลือ ไปจนถึงศูนย์พักพิง และให้สื่อสารกับประชาชนอย่างรวดเร็วและถูกต้อง
นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งให้กรมชลประทานปรับการบริหารเขื่อนสำคัญ รวมถึง เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ตามข้อมูลพยากรณ์ล่วงหน้า 7–15 วัน และเร่งบริหารพื้นที่รับน้ำ คลอง และระบบระบายน้ำก่อนช่วงฝนตกหนัก
23–27 กันยายน คนลพบุรีควรดูอะไร?
อย่างแรกคือ ฝนในพื้นที่ตัวเอง หากฝนตกหนักต่อเนื่องหลายชั่วโมง โดยเฉพาะบริเวณลาดเชิงเขา ใกล้ลำห้วย คลอง หรือพื้นที่ที่เคยเกิดน้ำหลากเร็ว ควรติดตามประกาศของอำเภอและท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด
อย่างที่สองคือ ระดับน้ำและประกาศจากหน่วยงาน ไม่ใช่ข่าวแชร์ต่อที่ไม่มีวันเวลา เพราะตัวเลขอย่าง “1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที” เป็นค่าการระบายน้ำที่อาจเปลี่ยนตามสถานการณ์ และไม่ได้แปลเป็นระดับน้ำหน้าบ้านของทุกพื้นที่แบบตรง ๆ อย่างที่สามคือ คำเตือนที่ระบุพื้นที่
หากจังหวัดเริ่มระบุชื่ออำเภอ ตำบล หมู่บ้าน หรือทางน้ำที่ต้องเฝ้าระวัง นั่นคือข้อมูลที่ควรให้น้ำหนักมากกว่าประกาศระดับจังหวัดกว้าง ๆ
แหล่งข่าว: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี / กรมประชาสัมพันธ์ / กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย / กรมอุตุนิยมวิทยา
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




