ลพบุรีร่วมถกแผนน้ำภาคกลาง — จับตา 3 ลุ่มน้ำหลัก ใช้ข้อมูลเสี่ยงล่วงหน้า 7–10 วัน เตรียมแจ้งเตือนก่อนน้ำมา

จังหวัดลพบุรีร่วมประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ การคาดการณ์อากาศ และการบริหารลุ่มน้ำเจ้าพระยา แม่กลอง และท่าจีน ขณะที่แนวทางส่วนกลางก่อนหน้านี้กำหนดให้จังหวัดใช้ Risk Map ประเมินพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า 7–10 วัน เพื่อเตรียมแจ้งเตือน จุดอพยพ เครื่องสูบน้ำ และกำลังช่วยเหลือให้ตรงพื้นที่เสี่ยง Thai Post
วันที่ 30 กันยายน 2569 จังหวัดลพบุรีเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ จากห้องพระปรางค์สามยอด ศาลากลางจังหวัดลพบุรี
นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี มอบหมายให้นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม สำหรับประชาชน ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่จังหวัดเข้าร่วมประชุมหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่า ข้อมูลจากการประชุมจะถูกนำมาใช้เตือนพื้นที่เสี่ยงในลพบุรีอย่างไร
ประชุมครั้งนี้คุยเรื่องอะไร?
ตามข้อมูลจากจังหวัด ประเด็นหารือหลักครอบคลุมตั้งแต่สถานการณ์อุทกภัยปัจจุบัน การช่วยเหลือประชาชน การคาดหมายอากาศล่วงหน้า 7–10 วัน ไปจนถึงการบริหารน้ำในลุ่มน้ำสำคัญของภาคกลาง พื้นที่ที่ถูกหยิบมาพิจารณารวมถึง
- ลุ่มน้ำเจ้าพระยา
- ลุ่มน้ำแม่กลอง
- ลุ่มน้ำท่าจีน
- พื้นที่เพชรบุรี
- พื้นที่ประจวบคีรีขันธ์
นอกจากนี้ยังมีเรื่องการสื่อสารในสถานการณ์ภัยพิบัติ และการสรุปมาตรการรับมืออุทกภัยในพื้นที่ภาคกลาง
ทำไมต้องมองน้ำแบบ “ทั้งลุ่มน้ำ”?
น้ำที่กระทบแต่ละจังหวัดไม่ได้เกิดจากฝนที่ตกเฉพาะพื้นที่นั้นเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลาง การบริหารน้ำต้องดูทั้งปริมาณน้ำเหนือเขื่อน น้ำท้ายเขื่อน อ่างเก็บน้ำ ลำน้ำสาขา เส้นทางระบาย และพื้นที่รับน้ำประกอบกัน
นายเอกนิติระบุในการประชุมก่อนหน้านี้ว่า หลายพื้นที่ในภาคกลางยังต้องเฝ้าระวังทั้งฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก และระดับน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มขึ้น จึงสั่งให้หน่วยงานเชื่อมข้อมูลและประเมินผลกระทบก่อนปรับการระบายน้ำ
สำหรับลพบุรี ประเด็นนี้ยิ่งสำคัญ เพราะจังหวัดมีทั้งระบบแม่น้ำป่าสักและพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับระบบชลประทานจากฝั่งเจ้าพระยา
Risk Map 7–10 วัน คืออะไร?
แนวทางที่ส่วนกลางกำหนดไว้ก่อนหน้านี้คือให้หน่วยงานจัดทำ แผนที่เสี่ยงอุทกภัย หรือ Risk Map ล่วงหน้า 7–10 วัน เป้าหมายคือให้จังหวัดทราบก่อนว่า พื้นที่ใดมีแนวโน้มเสี่ยง และเตรียมการได้ก่อนน้ำมาถึง ข้อมูลดังกล่าวควรถูกนำไปใช้กับการ
- แจ้งเตือนประชาชน
- เตรียมเส้นทางและจุดอพยพ
- วางเครื่องสูบน้ำ
- จัดกำลังเจ้าหน้าที่
- เตรียมเครื่องจักรและอุปกรณ์ช่วยเหลือ
นายเอกนิติเคยกำชับให้จังหวัดใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน และทำให้ประชาชนรู้ล่วงหน้าว่า “พื้นที่ใดเสี่ยงและต้องเตรียมตัวอย่างไร”
แล้ว Risk Map ของลพบุรีอยู่ไหน?
นี่คือคำถามที่ควรตามต่อมากที่สุดจากข่าวนี้ หากหน่วยงานมีข้อมูลพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า 7–10 วันแล้ว ประชาชนควรเห็นข้อมูลในระดับที่นำไปใช้ได้จริง ไม่ใช่เพียงคำว่า “อำเภอนี้เสี่ยง” แต่ควรลงถึงระดับตำบล หมู่บ้าน หรือแนวชุมชนที่มีความเสี่ยงแตกต่างกัน
โดยเฉพาะในช่วงที่ลพบุรีกำลังติดตามทั้งสถานการณ์เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์และปัญหาน้ำในหลายอำเภอ ข้อมูลที่ประชาชนควรรู้ ได้แก่
พื้นที่ใดเสี่ยงน้ำเพิ่ม
คาดว่าจะเริ่มได้รับผลกระทบเมื่อไร
ระดับน้ำอาจเปลี่ยนเท่าไร
และควรเตรียมอพยพเมื่อถึงเงื่อนไขใด
หาก Risk Map มีข้อมูลเหล่านี้ การเผยแพร่ต่อสาธารณะจะมีประโยชน์มากกว่าการบอกเพียงว่า “ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด”
ลพบุรีต้องจับตาลุ่มน้ำเจ้าพระยาด้วยหรือไม่?
จากข่าวการประชุมครั้งนี้ ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่คณะกรรมการติดตาม แต่ยังไม่ควรสรุปว่า การเปลี่ยนแปลงน้ำในเจ้าพระยาจะส่งผลต่อบ้านหมี่ ท่าวุ้ง หรือพื้นที่อื่นของลพบุรีในระดับใดทันที
เพราะต้องดูข้อมูลการบริหารประตูน้ำ คลองชลประทาน และระดับน้ำในแต่ละพื้นที่ประกอบ ดังนั้น หากมีการรายงานตัวเลขน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา ควรแยกให้ชัดว่าเป็น
น้ำไหลเข้าเขื่อน
น้ำผ่านเขื่อน
น้ำระบายท้ายเขื่อน
หรือน้ำที่รับเข้าคลองชลประทาน
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่ตัวเดียวกัน และไม่ควรนำมาแทนกัน
เรื่องการสื่อสารก็ถูกหยิบขึ้นมาหารือ
ข่าวต้นทางระบุว่า การประชุมยังหารือเรื่องแนวทางสื่อสารในสถานการณ์สาธารณภัย ประเด็นนี้มีความสำคัญ เพราะในช่วงน้ำท่วม ตัวเลขเดียวกันอาจเปลี่ยนหลายครั้งภายในวันเดียว การสื่อสารที่ดีจึงควรมีอย่างน้อย วัน – เวลา – สถานีวัด – หน่วย – สถานะว่าเป็นค่าจริงหรือค่าคาดการณ์ ตัวอย่างเช่น “400 ลบ.ม./วินาที” ต้องบอกด้วยว่าเป็นอัตราระบายจริงแล้ว หรือเป็นแผนของวันที่ถัดไป เช่นเดียวกับคำว่า “พื้นที่เสี่ยง” ต้องไม่ทำให้คนเข้าใจว่าเป็นพื้นที่น้ำท่วมแล้วทั้งหมด
คนลพบุรีควรดูอะไรต่อจากนี้?
สำหรับประชาชน สิ่งที่มีประโยชน์ที่สุดในช่วงต่อไปคือประกาศระดับพื้นที่ โดยเฉพาะข้อมูลจากกรมชลประทาน ปภ. จังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ระบุจุดเสี่ยงจริง
หากมีการเผยแพร่ Risk Map หรือคาดการณ์ล่วงหน้า 7–10 วันสำหรับลพบุรี ควรดูควบคู่กับสถานการณ์เขื่อนป่าสัก ระดับแม่น้ำป่าสัก และระบบคลองในพื้นที่บ้านหมี่–ท่าวุ้ง เพราะการบริหารน้ำภาคกลางเป็นภาพใหญ่
แต่การตัดสินใจว่า บ้านไหนต้องยกของ จุดไหนต้องเตรียมอพยพ หรือเส้นทางไหนควรหลีกเลี่ยง จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลที่ละเอียดกว่าระดับลุ่มน้ำ
แหล่งข่าว: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี / กรมประชาสัมพันธ์
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




