ปั่น 50 กม. แต่เริ่มด้วยปลูกป่า นักปั่นกว่า 500 คนร่วม Green Ride เชื่อมธรรมชาติ–ชุมชนลพบุรี

นักปั่นกว่า 500 คนร่วมกิจกรรม “ปั่นมาปลูก” Green Ride Lopburi 2026 ที่ป่าจำปีสิรินธร อำเภอท่าหลวง ก่อนออกตัวช่วยกันปลูกต้นไม้มากกว่า 200 ต้น แล้วปั่นบนเส้นทางธรรมชาติ 50 กิโลเมตร เชื่อมป่าจำปีสิรินธร สวนรุกขชาติวังก้านเหลือง และถนนทองอุไร พร้อมเปิดพื้นที่ให้สินค้า OTOP และของดีท่าหลวงเข้าถึงนักท่องเที่ยว
วันที่ 25 ตุลาคม 2569 ที่ป่าจำปีสิรินธร ตำบลซับจำปา อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี นักปั่นกว่า 500 คน รวมตัวกันในกิจกรรม “ปั่นมาปลูก” Green Ride Lopburi 2026 ซึ่งจังหวัดลพบุรีนำการออกกำลังกายมาผูกเข้ากับการท่องเที่ยวธรรมชาติและกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นายมหิทธร สุรบุญจรัส ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลพบุรี นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และผู้เข้าร่วมกิจกรรม
กิจกรรมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสร้างความเชื่อมั่นด้านภาพลักษณ์และประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการตลาดด้านการท่องเที่ยว ตามแผนปฏิบัติราชการจังหวัดลพบุรี ประจำปีงบประมาณ 2569
แต่สิ่งที่ทำให้งานครั้งนี้ต่างจากกิจกรรมปั่นจักรยานทั่วไป คือ ก่อนล้อจักรยานจะเริ่มหมุน ผู้เข้าร่วมงานถูกชวนให้ลงมือกับพื้นที่ก่อน
ก่อนปั่น 50 กม. ช่วยกันปลูกต้นไม้มากกว่า 200 ต้น
กิจกรรมแรกก่อนปล่อยตัวนักปั่นคือการเพิ่มพื้นที่สีเขียวบริเวณป่าจำปีสิรินธร ต้นไม้ที่ปลูกประกอบด้วย จำปีสิรินธร 20 ต้น ก้านเหลือง 20 ต้น และพันธุ์ไม้ขนาดใหญ่อีกกว่า 160 ต้น รวมแล้วมากกว่า 200 ต้น
ภาพของงานจึงไม่ได้เริ่มต้นจากเส้นสตาร์ต แต่เริ่มจากการให้ผู้ร่วมกิจกรรมมีส่วนร่วมกับพื้นที่ธรรมชาติที่กำลังจะใช้เป็นเส้นทางท่องเที่ยว
นี่เป็นแนวคิดที่น่าสนใจสำหรับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพราะแทนที่คนจะเดินทางเข้ามาเพื่อ “ใช้” พื้นที่เพียงอย่างเดียว กิจกรรมพยายามเพิ่มการมีส่วนร่วมในการดูแลพื้นที่เข้าไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ผลของการปลูกต้นไม้จะวัดจากจำนวนต้นในวันกิจกรรมเพียงอย่างเดียวไม่ได้ เพราะประเด็นสำคัญหลังจากนี้คือ การดูแลต้นไม้ที่ปลูกไปแล้วให้เติบโตและอยู่รอดในระยะยาว ซึ่งข่าวต้นทางยังไม่ได้ระบุแผนการติดตามหรือดูแลต้นไม้กลุ่มนี้หลังจบกิจกรรม
50 กิโลเมตร พานักปั่นผ่านธรรมชาติหลายแบบของลพบุรี
หลังจากกิจกรรมปลูกต้นไม้ นักปั่นออกเดินทางบนเส้นทางรวมประมาณ 50 กิโลเมตร จุดเริ่มต้นและเส้นชัยอยู่ที่ ป่าจำปีสิรินธร อำเภอท่าหลวง ก่อนเชื่อมไปยังแหล่งท่องเที่ยวและจุดชมธรรมชาติหลายแห่ง
หนึ่งในจุดที่เส้นทางผ่านคือ สะพานบัวแดง ก่อนมุ่งสู่ สวนรุกขชาติวังก้านเหลือง ซึ่งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวธรรมชาติของจังหวัดลพบุรี
จากนั้นเส้นทางยังผ่าน ถนนทองอุไร ซึ่งต้นทางระบุว่ามีดอกทองอุไรสีเหลืองบานตลอดสองฝั่งถนนเป็นระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร ก่อนวนกลับเข้าสู่เส้นชัยที่ป่าจำปีสิรินธร
ความน่าสนใจจึงอยู่ที่การนำจุดท่องเที่ยวที่ปกติอาจถูกมองแยกกัน มาร้อยเป็น “เส้นทาง” เดียวผ่านจักรยาน
จากป่า ไปน้ำตก ผ่านถนนดอกไม้ แล้วกลับเข้าสู่พื้นที่ต้นทางอีกครั้ง แทนที่จะขายสถานที่เพียงจุดเดียว Green Ride จึงทดลองขายภาพของ “เส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติ” มากกว่า
จากพื้นที่สีเขียว ไปถึงเงินที่หมุนในชุมชน
ปลายทางของการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนไม่ได้อยู่เฉพาะจำนวนต้นไม้หรือจำนวนนักท่องเที่ยว แต่อีกด้านหนึ่งคือ คนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากคนที่เดินทางเข้ามามากน้อยเพียงใด ภายในงานจึงมีพื้นที่จำหน่ายสินค้า OTOP และของดีจากอำเภอท่าหลวง
ทั้ง จิ้งโกร่งทอด เสื้อผ้าขาวม้าจำปีสิรินธร เครื่องปั้นดินเผาบ้านซับจำปา รวมถึงสินค้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นอื่น ๆ
ในมุมนี้ นักปั่นกว่า 500 คนไม่ได้เป็นเพียงผู้เข้าร่วมกิจกรรม แต่ยังเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีโอกาสซื้ออาหาร ของฝาก และผลิตภัณฑ์จากชุมชนระหว่างการเดินทาง
แนวคิดจึงเชื่อมจาก
ธรรมชาติ → กิจกรรม → นักท่องเที่ยว → สินค้าชุมชน
ซึ่งเป็นอีกด้านของคำว่า “ท่องเที่ยวยั่งยืน” ที่จังหวัดพยายามผลักดัน อย่างไรก็ตาม ข่าวต้นทางยังไม่ได้เปิดเผย ยอดจำหน่ายสินค้า รายได้ที่เกิดขึ้นภายในงาน หรือมูลค่าทางเศรษฐกิจที่กระจายเข้าสู่ผู้ประกอบการชุมชน
จึงยังไม่สามารถประเมินจากข้อมูลชุดนี้ได้ว่า นักปั่นกว่า 500 คนสร้างผลทางเศรษฐกิจให้พื้นที่มากน้อยเพียงใด
ถ้า Green Ride จะไปต่อ “ความยั่งยืน” ต้องวัดได้มากกว่างานครั้งเดียว
จังหวัดลพบุรีระบุว่า ต้องการให้ Green Ride เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อยกระดับจังหวัดเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่มีคุณภาพ สีเขียว และยั่งยืน
ตัวงานมีองค์ประกอบรองรับแนวคิดนี้หลายด้าน มีทั้งการปลูกต้นไม้ การออกกำลังกาย การเดินทางผ่านแหล่งธรรมชาติ และการเปิดพื้นที่ให้สินค้าชุมชน แต่คำว่า “ยั่งยืน” จะชัดขึ้น หากสามารถติดตามผลหลังจากนักปั่นคนสุดท้ายกลับบ้านไปแล้ว เช่น ต้นไม้กว่า 200 ต้นที่ปลูกมีอัตรารอดเท่าไร เส้นทางนี้สร้างนักท่องเที่ยวให้พื้นที่ต่อเนื่องหรือไม่ ผู้ประกอบการชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นเพียงใด และกิจกรรมจะถูกต่อยอดให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่ประชาชนทั่วไปสามารถเดินทางตามได้หรือไม่
หากองค์ประกอบเหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่อง Green Ride อาจไม่ได้จบลงเป็นเพียงอีเวนต์หนึ่งวัน แต่สามารถกลายเป็นต้นแบบของการใช้กิจกรรมกีฬาเป็นตัวพาคนเข้าไปรู้จักธรรมชาติและเศรษฐกิจท้องถิ่นของลพบุรีได้
แหล่งข่าว: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




