ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
วันอาทิตย์, 13 กันยายน 2026
☁️
25°C ลพบุรี, ประเทศไทย
มีเมฆมาก
ข่าวล่าสุด
13 ก.ย. 256923:34125 ปีสถานีรถไฟลพบุรี EP.2 จากสถานีไม้…สู่อาคารที่เราคุ้นตาในวันนี้13 ก.ย. 256923:32เปิดแล้ว “ตลาดฮิมน้ำลาวเวียงบ้านป่าตาล” นัดทุกเสาร์สัปดาห์ที่ 2 และ 4 ของเดือน13 ก.ย. 256923:30ฝนหนักลพบุรี โคกตูมเร่งสำรวจความเสียหาย–พัฒนานิคมขุดร่องเปิดทางน้ำ12 ก.ย. 256922:43ลพบุรีเดินหน้าถ่ายโอน รพ.สต.สู่อบจ. เชื่อม 5 โรงพยาบาลแม่ข่ายกับ 14 รพ.สต.12 ก.ย. 256922:42เปิดผล TO BE NUMBER ONE ลพบุรี 2569 ใครคว้า IDOL–ทีมไหนได้ไปต่อระดับภาค?12 ก.ย. 256922:40ลพบุรีรวม 4 วิทยาลัยนาฏศิลป จัดมหกรรมศิลปวัฒนธรรม “ถวายอาลัยพระมิ่งแม่แห่งแผ่นดิน”11 ก.ย. 256922:48ลพบุรีปล่อยสัตว์น้ำกว่า 300,000 ตัว ลงคลองชัยนาท-ป่าสักที่บ้านหมี่11 ก.ย. 256922:46ลพบุรีจัด “เข้าพรรษา เข้าหาธรรม” ครั้งที่ 6 เดินหน้าครบ 12 ครั้งตลอดช่วงเข้าพรรษา11 ก.ย. 256922:44ลพบุรีรับ 5 รางวัลพัฒนาชุมชน จากเวที CD Day 202611 ก.ย. 256922:42บ้านถูกไฟไหม้ทั้งหลังที่สระโบสถ์ 4 รายเดือดร้อน ล่าสุดได้รับสิ่งของพระราชทานและความช่วยเหลือจากหลายหน่วยงาน
View All Breaking News ›

เผานาไม่ใช่เรื่องเล็ก! เปิดกฎหมายเอาผิด เผาที่โล่งเสี่ยงปรับ-จำคุก ลพบุรีเตือนเข้มช่วง PM2.5

20 เม.ย. 2569👁 อ่าน 60 ครั้ง

จังหวัดลพบุรีเตือนประชาชนและเกษตรกร หลังยังพบการเผาในพื้นที่เกษตรต่อเนื่อง ชี้การเผาในที่โล่งเข้าข่ายผิดกฎหมายหลายฉบับ ทั้งกฎหมายสิ่งแวดล้อม คำสั่งจังหวัด และอาญา หากก่อให้เกิดความเสียหาย เสี่ยงทั้งปรับและจำคุก

จากสถานการณ์การเผาในพื้นที่เกษตรของจังหวัดลพบุรีที่ยังพบอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังฤดูเก็บเกี่ยว หน่วยงานภาครัฐได้ออกมาเตือนอย่างเข้มงวดว่า “การเผาในที่โล่งแจ้ง” ไม่ใช่เพียงพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ

ในเบื้องต้น การเผาที่ก่อให้เกิดหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีบทลงโทษปรับตามระดับความเสียหายที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ ในช่วงที่จังหวัดประกาศ “ห้ามเผาในที่โล่ง” หากฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าว อาจมีโทษปรับไม่เกิน 25,000 บาท และในบางกรณี หากไฟลุกลามจนสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือเป็นอันตรายต่อชีวิตผู้อื่น อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอาญาฐานวางเพลิง ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้นจำคุก

ขณะเดียวกัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในบางพื้นที่ยังมีข้อบัญญัติควบคุมเพิ่มเติม ทำให้ผู้กระทำผิดอาจถูกลงโทษซ้ำซ้อนในหลายมิติ

ประเด็นสำคัญคือ แม้จะไม่สามารถระบุผู้เผาได้ทันที แต่หากตรวจสอบพบว่าเป็นพื้นที่ของผู้ใด เจ้าของที่ดินอาจต้องมีส่วนรับผิดชอบ โดยปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีดาวเทียมตรวจจับจุดความร้อน (Hotspot) ซึ่งสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างแม่นยำ

อย่างไรก็ตาม ปัญหาการเผายังคงเกิดขึ้น เนื่องจากเกษตรกรบางส่วนมองว่าเป็นวิธีที่รวดเร็วและประหยัดต้นทุน เมื่อเทียบกับการไถกลบหรือจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรด้วยวิธีอื่น

หน่วยงานภาครัฐจึงเร่งรณรงค์ให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนวิธีการ เช่น การไถกลบตอซัง การทำปุ๋ยอินทรีย์ หรือการใช้เครื่องจักรย่อยฟาง เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในระยะยาว

ลพบุรีเป็นพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ โดยเฉพาะนาข้าว ทำให้การเผาตอซังหลังเก็บเกี่ยวเป็นปัญหาซ้ำซากในทุกปี และเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของฝุ่น PM2.5 ที่กระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่