ลดน้ำเข้าคลองชัยนาท–ป่าสักเหลือ 150 คิว ช่วยระบายทุ่งฝั่งซ้าย — ป่าสักระบาย 500 คิว จับตาพระราม 6 ช่วง 7 ต.ค.

สำนักงานชลประทานที่ 10 ปรับลดการรับน้ำผ่านประตูมโนรมย์เข้าสู่คลองชัยนาท–ป่าสัก จาก 190 เหลือ 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อช่วยลดระดับน้ำในระบบและเปิดทางระบายน้ำจากพื้นที่ฝั่งซ้าย ขณะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ระบาย 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนเขื่อนพระราม 6 มีน้ำผ่านประมาณ 696 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และประเมินว่าอาจเพิ่มถึงราว 750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีช่วงวันที่ 7 ตุลาคม
สำนักงานชลประทานที่ 10 รายงานสถานการณ์และแนวทางบริหารจัดการน้ำ ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลา 18.00 น. หลังประชุมติดตามวิกฤตอุทกภัย โดยมีการปรับการบริหารน้ำทั้งระบบเจ้าพระยา คลองชัยนาท–ป่าสัก และลุ่มน้ำป่าสัก เพื่อเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ท่วมขัง ควบคู่กับการรองรับน้ำเหนือและฝนที่อาจเพิ่มขึ้น
แหล่งข่าวระบุว่า การบริหารน้ำจะพิจารณาร่วมกันทั้งปริมาณฝนคาดการณ์ น้ำไหลเข้าอ่าง ระดับน้ำในลำน้ำ และสภาพพื้นที่ท้ายน้ำ เพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มผลกระทบต่อชุมชนด้านล่าง
ประตูมโนรมย์ลดรับน้ำเหลือ 150 ลบ.ม./วินาที
จุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับพื้นที่บ้านหมี่และแนวคลองชัยนาท–ป่าสัก คือการปรับลดปริมาณน้ำที่รับผ่าน ประตูระบายน้ำมโนรมย์ จากเดิมประมาณ 190 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดเหลือ 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือลดลงประมาณ 40 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
แหล่งข่าวระบุว่า การลดน้ำเข้าสู่คลองมีเป้าหมายเพื่อลดปริมาณน้ำในระบบ และสนับสนุนการระบายน้ำออกจากพื้นที่ทุ่งฝั่งซ้ายคลองชัยนาท–ป่าสัก ซึ่งยังมีน้ำท่วมขังอยู่ ระดับน้ำในคลองเริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย ณ ช่วงเวลาที่รายงาน
อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามน้ำสมทบจากด้านข้าง ปริมาณฝน และความสามารถในการระบายน้ำของพื้นที่ปลายทางประกอบกัน
เจ้าพระยาระบาย 2,500 คิว แต่ไม่ได้เข้าคลองชัยนาท–ป่าสักทั้งหมด
ข้อมูลเวลาเดียวกันระบุว่า สถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ มีน้ำไหลผ่านประมาณ 2,038 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีแนวโน้มลดลง เขื่อนเจ้าพระยายังคงระบายน้ำท้ายเขื่อน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ขณะเดียวกัน มีการรับน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งสองฝั่งรวม 574 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แบ่งเป็น ฝั่งตะวันตก 349 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และ ฝั่งตะวันออก 225 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ดังนั้น ตัวเลข 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่เขื่อนเจ้าพระยา ไม่ใช่ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าคลองชัยนาท–ป่าสักทั้งหมด สำหรับคลองชัยนาท–ป่าสัก ตัวเลขที่แหล่งข่าวรายงานล่าสุดคือ 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีผ่านประตูมโนรมย์
ประตูมหาราชรับน้ำ 55 คิว — คนละระบบกับคลองชัยนาท–ป่าสัก
แหล่งข่าวยังรายงานสถานการณ์ที่ ประตูระบายน้ำมหาราช บริเวณปากคลองชัยนาท–อยุธยา โดยมีการรับน้ำประมาณ 55 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระบบดังกล่าวเป็นคนละแนวคลองกับคลองชัยนาท–ป่าสัก แต่เป็นส่วนหนึ่งของการกระจายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่ระบบชลประทานฝั่งตะวันออก
จึงไม่ควรนำตัวเลขของประตูมหาราชไปบวกรวมกับประตูมโนรมย์เพื่ออธิบายระดับน้ำในคลองชัยนาท–ป่าสักโดยตรง
เขื่อนป่าสักฯ ระบายเพิ่มเป็น 500 ลบ.ม./วินาที
ด้านลุ่มน้ำป่าสัก เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำในอ่าง 957.13 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 109.83% ของความจุที่ระดับเก็บกักปกติ และมีอัตราระบายอยู่ที่ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ตัวเลข 109.83% เป็นการเปรียบเทียบกับ ความจุเก็บกักปกติ ไม่ได้หมายความว่าตัวเขื่อนเกินขีดจำกัดด้านโครงสร้าง 9.83% การเพิ่มการระบายมีเป้าหมายเพื่อบริหารระดับน้ำในอ่างและเตรียมพื้นที่รองรับน้ำที่อาจไหลเข้าเพิ่มเติม
จับตาพระราม 6 อาจขึ้นราว 750 คิวช่วง 7 ต.ค.
เวลา 18.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม เขื่อนพระราม 6 มีน้ำไหลผ่านประมาณ 696 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากการประเมินของชลประทาน ปริมาณน้ำอาจเพิ่มขึ้นและมีโอกาสแตะระดับสูงสุดช่วงประมาณวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ที่ประมาณ 750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
แหล่งข่าวระบุให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วงที่อัตราการไหลอยู่ประมาณ 700–800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมติดตามระดับน้ำและผลกระทบในพื้นที่ท้ายน้ำอย่างต่อเนื่อง ตัวเลข 750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีจึงยังเป็น ค่าประเมินแนวโน้ม ไม่ใช่อัตราที่เกิดขึ้นแล้ว ณ วันที่ 5 ตุลาคม
ปิดรับน้ำเข้าคลองระพีพัฒน์ทางประตูพระนารายณ์ชั่วคราว
อีกมาตรการหนึ่งคือการ ปิดการรับน้ำเข้าคลองระพีพัฒน์ทางประตูระบายน้ำพระนารายณ์ เริ่มตั้งแต่เวลา 12.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569
แหล่งข่าวระบุว่าเป็นมาตรการชั่วคราว เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะลงไปสมทบพื้นที่ตอนล่าง ซึ่งยังมีน้ำหนาแน่นและบางพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขัง การปิดดังกล่าวเป็นการบริหารน้ำในระบบชลประทาน และแหล่งข่าวยังไม่ได้ระบุว่าจะเปิดรับน้ำอีกครั้งเมื่อใด
เหนือเขื่อนป่าสักยังมีฝน
ในรอบ 24 ชั่วโมงก่อนการรายงาน พบฝนตกในพื้นที่เหนือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์บางแห่ง บริเวณ ลำนารายณ์ประมาณ 32 มิลลิเมตร และ อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ประมาณ 20 มิลลิเมตร
ปริมาณฝนดังกล่าวต้องติดตามร่วมกับน้ำท่าที่จะไหลลงสู่ลำน้ำ เพราะอาจส่งผลต่อปริมาณน้ำเข้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ในช่วงถัดไป
บ้านหมี่ได้ผลอย่างไรจากการลดน้ำเข้าคลอง?
การลดรับน้ำผ่านประตูมโนรมย์จาก 190 เหลือ 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ปริมาณน้ำใหม่ที่เติมเข้าคลองชัยนาท–ป่าสักลดลง ขณะที่พื้นที่ทุ่งฝั่งซ้ายซึ่งรวมพื้นที่อำเภอบ้านหมี่บางส่วนยังเดินเครื่องสูบน้ำออกสู่คลองอย่างต่อเนื่อง
แหล่งข่าวระบุว่า ระดับน้ำในคลองเริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำในชุมชนแต่ละพื้นที่ยังอาจแตกต่างกันตามระดับพื้นที่ ปริมาณน้ำสะสม น้ำจากลำน้ำสาขา และประสิทธิภาพของสถานีสูบน้ำแต่ละจุด
สถานการณ์ขณะนี้ต้องแยกเป็น 2 ระบบน้ำ
ข้อมูลชุดนี้สะท้อนว่าลพบุรีกำลังมีการบริหารน้ำอย่างน้อยสองระบบสำคัญพร้อมกัน ฝั่งบ้านหมี่–คลองชัยนาท–ป่าสัก ประตูมโนรมย์ 190 → 150 ลบ.ม./วินาที เป้าหมายหลักคือช่วยลดน้ำในระบบคลองและเปิดทางให้พื้นที่ทุ่งระบายออก
ส่วน ลุ่มน้ำป่าสักเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ระบาย 500 ลบ.ม./วินาที เขื่อนพระราม 6 696 ลบ.ม./วินาที ณ 5 ต.ค. 18.00 น. และมีแนวโน้มที่ชลประทานประเมินว่าอาจเพิ่มเป็นประมาณ 750 ลบ.ม./วินาทีช่วง 7 ตุลาคม
ตัวเลขทั้งสองระบบจึงไม่ควรนำมารวมกัน หรือใช้แทนกันในการอธิบายสถานการณ์น้ำของพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง
แหล่งข่าว: สำนักงานชลประทานที่ 10 กรมชลประทาน
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




