“ห้วยซับเหล็ก” จะเปลี่ยนอย่างไร? ลพบุรีเปิด 4 แนวทาง แก้ที่ดิน–จัดน้ำ–วางผังท่องเที่ยว

ที่ประชุมหลายหน่วยงานเห็นชอบกรอบพัฒนาอ่างเก็บน้ำห้วยซับเหล็ก 4 ด้าน ตั้งแต่จัดระเบียบสิทธิอยู่อาศัยและทำกินผ่านแนวทาง “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์” วางผังการใช้พื้นที่ จัดระบบน้ำกินน้ำใช้และเกษตร ไปจนถึงเปิดให้ชุมชนมีส่วนร่วม แต่ขณะนี้ยังเป็นขั้นสำรวจและจัดทำข้อเสนอ — ยังไม่มีข้อมูลสาธารณะเรื่องจำนวนครัวเรือนที่จะได้รับประโยชน์ งบพัฒนา หรือกรอบเวลาที่แต่ละเรื่องจะแล้วเสร็จ
อ่างเก็บน้ำห้วยซับเหล็ก ตำบลโคกตูม อำเภอเมืองลพบุรี กำลังเข้าสู่การวางแผนพัฒนารอบใหม่ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 หน่วยงานภาครัฐและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องประชุมและลงสำรวจพื้นที่ ก่อนเห็นชอบกรอบดำเนินงาน 4 ด้านหลัก ไม่ใช่แค่เรื่องปรับภูมิทัศน์หรือทำแหล่งท่องเที่ยว
แต่รวมถึงเรื่องที่กระทบชีวิตของคนรอบอ่างโดยตรง คือ ที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน น้ำสำหรับอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการเกษตร และ ทิศทางการใช้พื้นที่ในอนาคต
4 เรื่องที่จะถูกหยิบขึ้นมาจัดการพร้อมกัน
มติที่ประชุมแบ่งแนวทางออกเป็น 4 ด้าน
ด้านแรก — ที่ดิน ให้เดินหน้าแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ทำกินของประชาชนรอบอ่าง ตามแนวทางโครงการ “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์”
ด้านที่สอง — ผังพื้นที่ สำรวจและออกแบบการใช้ประโยชน์พื้นที่อ่างและโดยรอบ เพื่อรองรับทั้งคุณภาพชีวิต รายได้ชุมชน การท่องเที่ยว และการรักษาสิ่งแวดล้อม
ด้านที่สาม — น้ำ จัดทำข้อเสนอระบบบริหารน้ำ ทั้งน้ำกินน้ำใช้และน้ำเพื่อการเกษตร และ
ด้านที่สี่ — คนในพื้นที่ เปิดกระบวนการรับรู้และการมีส่วนร่วม เพื่อให้ประชาชนเข้าไปเป็น “ผู้ร่วมพัฒนา” ไม่ใช่เพียงผู้รับผลจากโครงการภายหลัง
เมื่อวางทั้ง 4 เรื่องไว้ด้วยกัน จะเห็นว่าแผนนี้ใหญ่กว่าโครงการปรับปรุงอ่างเก็บน้ำทั่วไป เพราะกำลังแตะทั้ง สิทธิในที่ดิน + ระบบน้ำ + เศรษฐกิจชุมชน + รูปแบบการใช้พื้นที่ พร้อมกัน
“ธนารักษ์เอื้อราษฎร์” ไม่ได้แปลว่าแจกโฉนด
เรื่องนี้ควรอธิบายให้ประชาชนเข้าใจตั้งแต่ต้น โครงการ “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์” ของกรมธนารักษ์ มีเป้าหมายหลักในการจัดระเบียบผู้ที่ครอบครอง ที่ราชพัสดุ และอยู่ในเงื่อนไขของโครงการ ให้เข้าสู่กระบวนการสำรวจ รังวัด สอบสวนสิทธิ รับคำร้อง และ/หรือจัดให้ เช่าที่ราชพัสดุ เพื่ออยู่อาศัยหรือทำกิน
จึงไม่ใช่โครงการแจกกรรมสิทธิ์หรือออกโฉนดให้โดยอัตโนมัติ รายงานของกรมธนารักษ์ปีงบประมาณ 2569 ระบุเป้าหมายของโครงการไว้กับผู้ครอบครองที่ราชพัสดุที่ไม่โต้แย้งกรรมสิทธิ์และเข้าเงื่อนไข รวมถึงกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ผู้ไม่มีที่ดินทำกิน หรือมีไม่เพียงพอ โดยปลายทางหนึ่งคือการจัดให้เช่าที่ราชพัสดุเพื่อสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและทำกิน.
ดังนั้นสำหรับห้วยซับเหล็ก คำถามสำคัญต่อไปคือ พื้นที่รอบอ่างส่วนใดเป็นที่ราชพัสดุ มีผู้ครอบครองอยู่กี่ราย รายใดเข้าเงื่อนไข และ แต่ละครัวเรือนจะได้รับสิทธิในรูปแบบใด ข่าวต้นทางวันที่ 2 พฤศจิกายนยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเหล่านี้
เรื่องที่ดินอาจเป็น “หัวใจ” ของแผนทั้งหมด
เพราะการวางผังพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวหรือพื้นที่สาธารณะจะทำได้ยาก หากแนวเขตและสิทธิการใช้พื้นที่ยังไม่ชัด ในทางกลับกัน การแก้ปัญหาที่ดินก็ไม่ควรเกิดจากการมองเฉพาะเส้นเขตบนแผนที่
แต่ต้องเห็นว่าในพื้นที่มี บ้าน ที่ทำกิน ธุรกิจ การท่องเที่ยว พื้นที่ธรรมชาติ และระบบน้ำ อยู่ร่วมกันอยู่แล้ว นี่จึงเป็นเหตุผลที่การเปิดกระบวนการให้ประชาชนมีส่วนร่วมมีความสำคัญมาก
เพราะแผนที่วาดจากส่วนกลางอาจดูลงตัว แต่ผลกระทบจริงเกิดขึ้นกับคนที่อยู่รอบอ่างทุกวัน
อ่างขนาด 10.65 ล้าน ลบ.ม. และพื้นที่ชลประทาน 12,000 ไร่
ข้อมูลแผนพัฒนาท้องถิ่นของ อบจ.ลพบุรีระบุว่า อ่างเก็บน้ำห้วยซับเหล็กมีความจุเก็บกักประมาณ 10.65 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีพื้นที่ชลประทานประมาณ 12,000 ไร่.
ตัวเลขนี้ทำให้เห็นว่าเรื่อง “น้ำ” ในแผนใหม่ไม่ได้มีมิติเดียว เพราะน้ำจากอ่างต้องตอบหลายความต้องการพร้อมกัน ทั้ง น้ำเพื่อการเกษตร น้ำอุปโภคบริโภค ระบบนิเวศ และในอนาคตอาจรวมถึงการใช้พื้นที่เพื่อการพักผ่อนและท่องเที่ยว
ยิ่งเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา จังหวัดรายงานว่า ณ วันที่ 27 กันยายน ห้วยซับเหล็กมีน้ำประมาณ 8.47 ล้าน ลบ.ม. หรือ 79.51% ของความจุ ยิ่งสะท้อนว่าการบริหารอ่างต้องคิดทั้งช่วงน้ำมากและช่วงน้ำขาด ไม่ใช่มองเฉพาะปริมาณน้ำในวันใดวันหนึ่ง.
คำว่า “น้ำกินน้ำใช้” ต้องมีคำตอบที่ละเอียดกว่านี้
มติวันที่ 2 พฤศจิกายนระบุให้สำรวจและจัดทำข้อเสนอแผนบริหารน้ำอย่างเป็นระบบ แต่ยังไม่ได้ระบุว่า น้ำจากห้วยซับเหล็กจะถูกนำไปผลิตน้ำประปาโดยตรงหรือไม่ พื้นที่ใดจะได้รับบริการเพิ่ม
ระบบส่งน้ำต้องลงทุนเพิ่มเท่าไร คุณภาพน้ำเป็นอย่างไร ใครจะเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำ หรือปริมาณน้ำส่วนใดต้องสำรองไว้ให้การเกษตร คำว่า “แก้น้ำอุปโภคบริโภค” จึงยังเป็นทิศทาง ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้ว
สิ่งที่คนโคกตูมควรรู้ในขั้นถัดไปคือ บ้านไหนจะได้ประโยชน์ เมื่อไร และ ต้องสร้างอะไรเพิ่มบ้าง
จาก “ทะเลน้ำจืด” ไปสู่พื้นที่ท่องเที่ยวแบบไหน?
ห้วยซับเหล็กมีบทบาทด้านการท่องเที่ยวอยู่แล้ว ทั้งกิจกรรมริมน้ำ ร้านอาหาร และจุดชมวิวธรรมชาติ ดังนั้นการวางผังใหม่ไม่ได้เริ่มจากพื้นที่ว่าง โจทย์คือจะจัดความสัมพันธ์ระหว่าง พื้นที่ท่องเที่ยว ชุมชน พื้นที่เกษตร พื้นที่สาธารณะ แนวเขตอ่าง และพื้นที่สิ่งแวดล้อม อย่างไรให้ไม่ชนกัน
มติที่ประชุมจึงระบุชัดว่า การสร้างรายได้และกระตุ้นการท่องเที่ยวต้องเดิน ควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม. คำถามที่ควรถามต่อมีทั้ง จะมีโซนร้านค้าหรือไม่ แพหรือกิจกรรมทางน้ำจะถูกจัดระเบียบอย่างไร การก่อสร้างใหม่ทำได้แค่ไหน มีพื้นที่อนุรักษ์ตรงไหน ระบบขยะและน้ำเสียรองรับนักท่องเที่ยวพอหรือไม่ และผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวจะลงถึงคนในชุมชนแบบใด
“พัฒนา” กับ “รักษาพื้นที่เดิม” ต้องเดินด้วยกัน
หนึ่งในความเสี่ยงของการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ คือพอคนมากขึ้น ขยะก็มากขึ้น น้ำเสียเพิ่ม การจราจรเพิ่ม อาคารเพิ่ม และพื้นที่ธรรมชาติอาจลดลง ดังนั้นคำว่า “พัฒนาห้วยซับเหล็ก” ไม่ควรถูกวัดเพียงว่า มีถนนใหม่กี่สาย มีร้านเพิ่มกี่ร้าน หรือมีนักท่องเที่ยวเพิ่มกี่คน ควรมีตัวชี้วัดอีกด้านด้วย เช่น คุณภาพน้ำดีขึ้นหรือไม่ ขยะลดลงไหม พื้นที่สีเขียวคงเหลือเท่าไร และระบบนิเวศรอบอ่างเปลี่ยนอย่างไร เพราะถ้าท่องเที่ยวโต แต่ตัวอ่างเสื่อมลง สุดท้ายสิ่งที่คนเดินทางมาเที่ยวก็อาจหายไปเอง
ตอนนี้ยังเป็น “แนวทาง” ไม่ใช่ Master Plan ฉบับเสร็จ
จุดนี้สำคัญที่สุดในการอ่านข่าว ที่ประชุมวันที่ 2 พฤศจิกายนได้ เห็นชอบแนวทาง และให้หน่วยงานไปสำรวจ ออกแบบ วางผัง และจัดทำข้อเสนอ ยังไม่ได้มีการเปิดเผย Master Plan ฉบับสมบูรณ์ ยังไม่มีงบรวม ยังไม่มีแบบก่อสร้าง และยังไม่มีกำหนดเสร็จของทั้ง 4 ด้านต่อสาธารณะ.
เพราะฉะนั้นยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่า “ห้วยซับเหล็กกำลังจะถูกพัฒนาเป็นแบบไหนแน่นอน” สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้คือ เริ่มกำหนดโจทย์ และนั่นทำให้ช่วงถัดจากนี้เป็นช่วงที่ประชาชนควรติดตามมากที่สุด
เพราะถ้าจะมีการรับฟังความคิดเห็น นี่คือช่วงที่คนในพื้นที่ควรได้เห็นข้อมูลก่อนที่แบบสุดท้ายจะถูกล็อก
4 เรื่องที่ประชาชนควรได้คำตอบในรอบต่อไป
1. ที่ดิน มีประชาชนเกี่ยวข้องกี่ครัวเรือน พื้นที่กี่ไร่ ใครเข้าเงื่อนไขธนารักษ์เอื้อราษฎร์ ค่าเช่าและเงื่อนไขเป็นอย่างไร
2. น้ำ จะเพิ่มน้ำกินน้ำใช้ให้กี่ครัวเรือน พื้นที่เกษตรใดได้รับประโยชน์ ต้องสร้างระบบอะไรเพิ่ม
3. ผังพัฒนา พื้นที่ใดเป็น ท่องเที่ยว ชุมชน เกษตร อนุรักษ์ หรือสาธารณะ
4. งบและเวลา ใครเป็นเจ้าภาพแต่ละโครงการ ใช้งบจากไหน เริ่มเมื่อไร และประชาชนจะเห็นผลครั้งแรกเมื่อใด
หาก 4 ชุดนี้ชัดเจน คนลพบุรีจึงจะเริ่มประเมินได้ว่าแผนครั้งนี้จะเปลี่ยนห้วยซับเหล็กจริงแค่ไหน
แหล่งข้อมูล: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี / กรมธนารักษ์ / องค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




