ไม่ใช่แค่สร้างบ้าน 1 หลัง ลพบุรีตั้งเป้าปรับที่อยู่อาศัยกลุ่มเปราะบาง 350 หลัง ครบ 11 อำเภอ

จังหวัดลพบุรีเดินหน้าโครงการพัฒนาและปรับสภาพที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุและครัวเรือนเปราะบาง ปีงบประมาณ 2569 ตั้งเป้ารวม 350 หลัง ครอบคลุมทั้ง 11 อำเภอ ล่าสุดส่งมอบบ้านในตำบลงิ้วราย หลังบูรณาการงบจังหวัด ท้องถิ่น และภาคเอกชน พร้อมช่วยเหลือค่าเดินทางรักษาพยาบาล เครื่องอุปโภคบริโภค และส่งเสริมการปลูกผักเพื่อลดรายจ่าย
วันที่ 26 ตุลาคม 2569 จังหวัดลพบุรีส่งมอบบ้านที่ได้รับการก่อสร้างและปรับปรุงใหม่ให้แก่ครัวเรือนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ ตำบลงิ้วราย อำเภอเมืองลพบุรี
นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานในการส่งมอบ พร้อมด้วยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลพบุรี อำเภอเมืองลพบุรี องค์การบริหารส่วนตำบลงิ้วราย เหล่ากาชาดจังหวัด หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน
แต่หากมองเลยจากภาพการส่งกุญแจบ้านหนึ่งหลัง ตัวเลขที่น่าสนใจกว่าอยู่ที่แผนทั้งจังหวัด ปีงบประมาณ 2569 จังหวัดลพบุรีระบุว่าได้อนุมัติงบประมาณจากแผนพัฒนาจังหวัด ผ่านสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลพบุรี เพื่อ พัฒนาและปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้ครอบครัวเปราะบางรวม 350 หลัง ครอบคลุมทั้ง 11 อำเภอ
ทำให้บ้านที่งิ้วรายไม่ได้เป็นเพียงกรณีช่วยเหลือรายบุคคล แต่เป็นหนึ่งในหลายร้อยครัวเรือนที่อยู่ในแผนปรับสภาพที่อยู่อาศัยของจังหวัดปีนี้
จากบ้านไม้ทรุดโทรม สู่พื้นที่ที่ต้องเหมาะกับคนที่อาศัยจริง
ครัวเรือนที่ได้รับมอบบ้านครั้งนี้มีสมาชิกวัย 60 ปีที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว ขณะที่สมาชิกในครอบครัวอีกคนต้องเดินทางเข้ารับการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง
สภาพบ้านเดิมเป็นบ้านไม้ที่ทรุดโทรม มีปัญหาผุพังและรั่วซึม จนครอบครัวต้องย้ายออกไปอาศัยในเพิงพักชั่วคราวที่มีพื้นที่จำกัดและไม่เหมาะกับสภาพร่างกายของผู้พักอาศัย
การช่วยเหลือจึงไม่ได้เป็นเพียงการซ่อมหลังคาหรือผนังบางส่วน แต่ต้องปรับพื้นที่ให้มี ความมั่นคง ปลอดภัย และเหมาะกับผู้สูงอายุและผู้ที่มีข้อจำกัดทางร่างกาย
กรณีนี้ใช้การบูรณาการทั้งงบประมาณจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบลงิ้วราย การสนับสนุนจากโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ลพบุรี และภาคีเครือข่าย จึงสะท้อนรูปแบบการช่วยเหลือที่ไม่ได้พึ่งงบประมาณจากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงอย่างเดียว
350 หลัง ไม่ได้หมายถึงสร้างบ้านใหม่ทั้งหมด
คำว่า “350 หลัง” ในแผนของจังหวัดควรทำความเข้าใจให้ตรงกันว่า เป็นเป้าหมายการ พัฒนาและปรับปรุงที่อยู่อาศัย ให้แก่ครอบครัวเปราะบาง แต่ละครัวเรือนจึงอาจมีความต้องการต่างกัน บางบ้านอาจต้องซ่อมโครงสร้าง
บางแห่งต้องปรับห้องน้ำ ทางเดิน หรือพื้นที่ใช้สอยให้เหมาะกับผู้สูงอายุ บางครัวเรือนอาจมีปัญหาที่อยู่อาศัยรุนแรงจนต้องดำเนินการมากกว่าการซ่อมเล็กน้อย ดังนั้น หากต้องการประเมินผลของโครงการ 350 หลังจริง ๆ ตัวเลขที่ควรติดตามต่อจึงไม่ใช่เพียง “ดำเนินการแล้วกี่หลัง”
แต่ควรรู้ด้วยว่า แต่ละหลังได้รับการช่วยเหลือในระดับใด ใช้งบประมาณเท่าไร และหลังปรับปรุงแล้วตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยจริงหรือไม่
บ้านใหม่แก้เรื่องหนึ่ง แต่ความเปราะบางไม่ได้มีแค่มิติที่อยู่อาศัย
อีกจุดที่น่าสนใจของกรณีนี้คือ หน่วยงานไม่ได้หยุดความช่วยเหลือหลังการก่อสร้างบ้านเสร็จ ต้นทางระบุว่า มีการสนับสนุน เงินสงเคราะห์สำหรับค่าเดินทางไปพบแพทย์และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน รวมถึงมอบเครื่องอุปโภคบริโภค
ขณะเดียวกันยังสนับสนุนการปลูกผักสวนครัวไว้บริโภค เพื่อลดค่าใช้จ่ายของครัวเรือน ภาพที่เกิดขึ้นจึงทำให้เห็นว่า ปัญหาของครัวเรือนเปราะบางมักไม่ได้มีเพียงเรื่องเดียว บ้านไม่มั่นคงอาจเกิดพร้อมกับรายได้ไม่เพียงพอ สมาชิกในบ้านอาจมีข้อจำกัดด้านสุขภาพ
การเดินทางไปโรงพยาบาลมีค่าใช้จ่าย และเมื่อค่าใช้จ่ายประจำสูง การมีอาหารบางส่วนจากครัวเรือนเองก็สามารถช่วยลดภาระได้ การช่วยเหลือจึงต้องมองหลายด้านพร้อมกัน มากกว่าการแก้เฉพาะสิ่งที่มองเห็นจากภายนอก
จาก “มอบบ้าน” สู่คำถามว่า 350 หลังไปถึงไหนแล้ว
เมื่อจังหวัดกำหนดเป้าหมายไว้ 350 หลัง ครบ 11 อำเภอ ตัวเลขนี้สามารถใช้เป็นตัวชี้วัดให้สังคมติดตามได้ชัดเจน ณ จุดนี้ ข้อมูลต้นทางยังไม่ได้ระบุว่า จากเป้าหมาย 350 หลัง ดำเนินการแล้วเสร็จกี่หลัง อยู่ระหว่างดำเนินการกี่หลัง แต่ละอำเภอได้รับการจัดสรรจำนวนเท่าใด ใช้งบประมาณรวมเท่าไร และใช้เกณฑ์ใดในการคัดเลือกครัวเรือนเข้าสู่โครงการ
ข้อมูลเหล่านี้สำคัญ เพราะจะทำให้ประชาชนเห็นภาพว่า โครงการกระจายไปถึงครัวเรือนเปราะบางในพื้นที่ต่าง ๆ มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะเมื่อเป้าหมายถูกกำหนดให้ครอบคลุมทั้ง 11 อำเภอของลพบุรี
ความมั่นคงของชีวิต อาจเริ่มจาก “บ้านที่ไม่ต้องกลัวว่าจะพัง”
คำว่า “ที่อยู่อาศัย” มักถูกมองเป็นเรื่องพื้นฐานจนแทบไม่ถูกพูดถึง แต่สำหรับครัวเรือนที่ต้องอยู่ในบ้านทรุดโทรม รั่วซึม หรือไม่ปลอดภัย บ้านสามารถกลายเป็นหนึ่งในความเสี่ยงของชีวิตประจำวันได้โดยตรง
ยิ่งเมื่อผู้อยู่อาศัยเป็นผู้สูงอายุ ผู้ที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว หรือครัวเรือนที่มีภาระด้านสุขภาพ การออกแบบพื้นที่ให้ปลอดภัยจึงไม่ได้เป็นเรื่องความสะดวกเพียงอย่างเดียว
แต่มันเกี่ยวข้องกับ การใช้ชีวิตโดยไม่เพิ่มความเสี่ยงให้กับคนที่เปราะบางอยู่แล้ว บ้านหนึ่งหลังที่ส่งมอบในงิ้วรายจึงเป็นเรื่องของหนึ่งครอบครัว
แต่ตัวเลข 350 หลัง คือโจทย์ระดับจังหวัดที่ยังต้องติดตามต่อว่า เมื่อสิ้นสุดโครงการ จะมีอีกกี่ครอบครัวที่ได้เปลี่ยนจากการอยู่ในพื้นที่เสี่ยง มาเป็นบ้านที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงขึ้นจริง
แหล่งข่าว: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




