ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
วันอังคาร, 27 ตุลาคม 2026
⛅
26°C ลพบุรี, ประเทศไทย
มีเมฆบางส่วน
ข่าวล่าสุด
27 ต.ค. 256923:35เหม็นทุกปลายปี แต่ทำไมยังปลูก? เปิดอีกด้าน “ต้นตีนเป็ด” ไม้โตเร็วที่ต้องเลือกพื้นที่ให้ถูก27 ต.ค. 256923:34ไม่ใช่แค่สร้างบ้าน 1 หลัง ลพบุรีตั้งเป้าปรับที่อยู่อาศัยกลุ่มเปราะบาง 350 หลัง ครบ 11 อำเภอ27 ต.ค. 256923:32ศรัทธาไม่เดินทางบนถนน ชาวมอญบางขันหมากล่อง “ผ้าป่าทางเรือ” ผ่าน 5 วัดริมแม่น้ำลพบุรี26 ต.ค. 256923:04แบดเยาวชนเก็บแต้มที่ลพบุรี YOUNG LOPBURI MASTER 2026 ลุ้นต่อถึงรอบชิง 27 ต.ค.26 ต.ค. 256923:02ปลูกเพิ่ม 20 ต้น แล้วป่าของเดิมล่ะ? เปิดเรื่อง “จำปีสิรินธร” หลังไฟป่า–ปัญหาน้ำของซับจำปา26 ต.ค. 256923:00ปั่น 50 กม. แต่เริ่มด้วยปลูกป่า นักปั่นกว่า 500 คนร่วม Green Ride เชื่อมธรรมชาติ–ชุมชนลพบุรี25 ต.ค. 256923:15ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ลพบุรีคืบหน้า 90% เร่งเก็บงานให้เสร็จภายในสิ้น ต.ค.25 ต.ค. 256923:14ลพบุรีบำเพ็ญกุศลน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมถวาย “ดอกไม้จันทน์ตัวแทน” ก่อนวันพระราชพิธี24 ต.ค. 256923:55เดิน–วิ่ง–ปั่นป้องกันอัมพาตลพบุรี 1 พ.ย. เริ่ม 05.30 น. ระยะทาง 5 กม.24 ต.ค. 256923:54RE-X-RAY แม่น้ำลพบุรี ยังไม่พบจระเข้ กรงดักเจอตัวเงินตัวทองขนาดใหญ่
View All Breaking News ›
LOPBURI TODAYLOCAL NEWS

เหม็นทุกปลายปี แต่ทำไมยังปลูก? เปิดอีกด้าน “ต้นตีนเป็ด” ไม้โตเร็วที่ต้องเลือกพื้นที่ให้ถูก

26 ต.ค. 2569👁 อ่าน 9 ครั้ง
SHARE f LINE

ปลายเดือนตุลาคมเข้าสู่ฤดูออกดอกของ “พญาสัตบรรณ” หรือต้นตีนเป็ด กลิ่นเฉพาะตัวเริ่มกลับมาเป็นประเด็นทุกปี แต่เบื้องหลังกลิ่นแรง ต้นไม้ชนิดนี้กลับโตเร็ว ให้ร่มเงาดีและปลูกไม่ยาก ข้อมูลวิชาการยังยืนยันว่ากลิ่นไม่ได้มาจากไซยาไนด์ คำถามจึงอาจไม่ใช่ว่า “ควรโค่นหรือไม่” แต่คือเราเลือกปลูกต้นไม้ชนิดนี้ไว้ถูกที่ตั้งแต่แรกหรือเปล่า

ทุกช่วงปลายฝนต้นหนาว มีสัญญาณหนึ่งที่ไม่ต้องเปิดแอปพยากรณ์อากาศก็รู้สึกได้ กลิ่นของดอกตีนเป็ดเริ่มกลับมาแล้ว

ต้นตีนเป็ด หรือ พญาสัตบรรณ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Alstonia scholaris เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ระบุว่าสามารถสูงประมาณ 15–35 เมตร และออกดอกตามธรรมชาติในช่วง เดือนตุลาคม พฤศจิกายน และธันวาคม

ดอกมีขนาดเล็ก สีเขียวอมเหลืองหรือขาว ออกรวมกันเป็นช่อบริเวณปลายกิ่ง และสิ่งที่ทำให้ต้นไม้ชนิดนี้ไม่มีทางถูกมองข้ามในช่วงปลายปีก็คือ “กลิ่น”

ข้อมูลจากศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่า กลิ่นของดอกจะเด่นในช่วง เย็นถึงค่ำ หรือช่วงที่อากาศเย็น จึงไม่แปลกที่หลายคนจะรู้สึกว่าตอนกลางคืนกลิ่นเข้าบ้านแรงกว่าช่วงกลางวัน

กลิ่นแรงมาจากอะไร? ไม่ใช่ “ไซยาไนด์”

ข่าวลือเรื่องต้นตีนเป็ดกลับมาแทบทุกปี โดยเฉพาะข้อความที่อ้างว่ากลิ่นดอกมีสารไซยาไนด์และอาจเป็นอันตรายรุนแรงต่อหัวใจ

ข้อมูลจากสำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุชัดว่า ข่าวลือดังกล่าวไม่เป็นความจริง และยังไม่มีรายงานพบสารไซยาไนด์ในส่วนต่าง ๆ ของพญาสัตบรรณ

สิ่งที่ทำให้ดอกมีกลิ่นเฉพาะตัวจริง ๆ คือ น้ำมันหอมระเหย การวิเคราะห์องค์ประกอบพบสารเคมีในน้ำมันหอมระเหยของดอกมากกว่า 34 ชนิด โดยมีสารอย่าง linalool และสารประกอบอื่น ๆ หลายชนิดรวมกันจนเกิดเป็นกลิ่นฉุนเฉพาะตัว

อย่างไรก็ตาม คำว่า “ไม่มีไซยาไนด์” ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะรู้สึกสบายเมื่อได้กลิ่น มหาวิทยาลัยมหิดลระบุว่า ผู้ที่ได้รับกลิ่นเข้มข้นมากหรือมีความไวต่อน้ำมันหอมระเหย อาจรู้สึกเวียนศีรษะ คลื่นไส้ หรือในบางรายที่ไวต่อกลิ่นมากอาจมีอาการมากกว่านั้นได้

ดังนั้นประเด็นจึงไม่ควรถูกลดเหลือเพียงสองฝั่งว่า “กลิ่นมีพิษ” หรือ “ไม่มีอะไรเลย” ความจริงคือ กลิ่นไม่ได้เป็นไซยาไนด์ตามข่าวลือ แต่ความไวต่อกลิ่นของแต่ละคนแตกต่างกัน

แล้วทำไมเมืองต่าง ๆ ยังนิยมปลูก “ต้นตีนเป็ด”?

ถ้ากลิ่นสร้างปัญหาทุกปลายปี คำถามที่ตามมาคือ แล้วทำไมถึงมีต้นไม้ชนิดนี้อยู่ตามถนนและพื้นที่เมืองจำนวนมาก? คำตอบอยู่ที่คุณสมบัติหลายอย่างของต้นไม้เอง

ข้อมูลของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ระบุว่า พญาสัตบรรณเป็น ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ปลูกง่าย โตเร็ว ไม่ต้องการการดูแลมาก ใบไม่ค่อยร่วง และมีทรงพุ่มค่อนข้างทึบ จึงให้ร่มเงาได้ดี ฐานข้อมูลของ ม.เกษตรฯ ยังระบุว่าสามารถขึ้นในดินได้หลายประเภท ต้องการน้ำระดับปานกลาง และชอบแสงแดดจัด

คุณสมบัติเหล่านี้ตอบโจทย์การปลูกต้นไม้ในพื้นที่เปิดได้ค่อนข้างดี ต้นโตเร็ว ทรงพุ่มให้ร่ม ไม่ต้องดูแลจุกจิกมาก และเป็นไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่ได้หลายปี

กรมป่าไม้เองเคยออกมาเตือนในช่วงที่มีกระแสตัดต้นตีนเป็ดว่า ไม่ควรมองเฉพาะปัญหากลิ่นจนตัดไม้ใหญ่ทิ้งโดยทันที เพราะต้นไม้ยังมีคุณค่าด้านร่มเงาและความหลากหลายทางชีวภาพ และช่วงออกดอกเกิดขึ้นเพียงช่วงหนึ่งของปี

ตรงนี้เองที่ทำให้ปัญหา “ตีนเป็ดเหม็น” อาจไม่ได้เป็นเรื่องของต้นไม้เพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นเรื่องของ การวางแผนเลือกต้นไม้ให้เหมาะกับสถานที่

ต้นไม้ไม่ได้ผิด แต่อาจถูกปลูก “ผิดที่”

พญาสัตบรรณอาจเหมาะกับพื้นที่เปิดกว้าง ถนนบางประเภท สวน หรือพื้นที่ที่ต้องการต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา แต่คุณสมบัติเรื่องกลิ่นก็ควรถูกนำมาคิดตั้งแต่ขั้นออกแบบพื้นที่

หากปลูกติดบ้านพัก ห้องนอน อาคารที่ต้องเปิดรับลม หรือบริเวณที่มีต้นหลายต้นอยู่ใกล้กัน เมื่อออกดอกพร้อมกัน กลิ่นก็มีโอกาสสะสมและรบกวนคนที่ไวต่อกลิ่นได้มากขึ้น

สำนักงานข้อมูลสมุนไพร ม.มหิดลเสนอว่า หากต้องจัดการปัญหา อาจพิจารณาปลูกให้ห่างจากแหล่งชุมชน หรือใช้การตัดแต่งกิ่งในช่วงออกดอก แทนการเลือกโค่นต้นทิ้งทันที

กรมป่าไม้ก็เคยเสนอแนวทางในลักษณะเดียวกัน คือหากเจ้าของพื้นที่ทนกลิ่นไม่ไหว ควรพิจารณาทางเลือกอื่น เช่น การจัดการต้นไม้หรือย้ายไปยังจุดที่เหมาะสม มากกว่าตัดทำลายต้นไม้ใหญ่โดยไม่จำเป็น

สำหรับไม้ขนาดใหญ่ การตัดแต่งกิ่งหรือเคลื่อนย้ายควรดำเนินการโดยผู้ที่มีความรู้ด้านต้นไม้ใหญ่ เพราะการตัดผิดวิธีอาจทำให้โครงสร้างต้นไม้เสียหายหรือเพิ่มความเสี่ยงจากกิ่งหักในอนาคต

ก่อนปลูกต้นไม้ อย่าดูแค่ตอนมันยังเป็น “ต้นกล้า”

ปัญหาที่เกิดกับตีนเป็ดสะท้อนโจทย์ใหญ่ของการปลูกต้นไม้ในเมืองและพื้นที่อยู่อาศัย ตอนเลือกต้นไม้จากร้าน สิ่งที่เราเห็นอาจเป็นเพียงต้นสูงไม่กี่เมตรในถุงเพาะชำ แต่สิ่งที่ควรคิดคือ อีก 10–20 ปี ต้นนั้นจะเป็นอย่างไร

พญาสัตบรรณสามารถโตเป็นไม้ใหญ่ระดับหลายสิบเมตร มีทรงพุ่มกว้าง และออกดอกจำนวนมากพร้อมกันในแต่ละปี การเลือกพันธุ์ไม้จึงควรดูพร้อมกันหลายเรื่อง ทั้ง ขนาดเมื่อโตเต็มวัย ระบบราก
รูปทรงพุ่ม การผลัดใบ ดอกและผล กลิ่น ปริมาณแสงและน้ำ รวมถึงระยะห่างจากอาคารและระบบสาธารณูปโภค

ไม้บางชนิดเหมาะกับสวน แต่ไม่เหมาะกับหน้าต่างห้องนอน ไม้บางชนิดเหมาะกับแนวถนนกว้าง แต่อาจไม่เหมาะกับทางเท้าแคบ และไม้ที่มีข้อดีด้านร่มเงา ก็อาจมีข้อจำกัดในช่วงออกดอก นี่คือเหตุผลที่ “เลือกต้นไม้ถูกชนิด” สำคัญไม่แพ้ “ปลูกต้นไม้ให้มาก”

ไม่ชอบกลิ่น ไม่จำเป็นต้องเริ่มที่เลื่อย

ในปี 2564 กรมป่าไม้เคยออกมาเรียกร้องให้ประชาชนทบทวนก่อนตัดต้นพญาสัตบรรณ เพราะมีกรณีตัดต้นไม้เนื่องจากทนกลิ่นช่วงออกดอกไม่ไหว

กรมป่าไม้ชี้ว่า พญาสัตบรรณเป็นไม้โตเร็ว ให้ร่มเงา และมีคุณค่าทางระบบนิเวศ ขณะที่ปัญหากลิ่นเกิดเพียงช่วงหนึ่งของปี แนวคิดที่เหมาะสมจึงควรเริ่มจาก บริหารต้นไม้ มากกว่ากำจัดต้นไม้

หากเป็นต้นเดิมที่โตเต็มที่แล้ว อาจใช้การดูแลทรงพุ่มอย่างเหมาะสม หากกำลังจะปลูกต้นใหม่ ควรคำนึงถึงระยะห่างจากพื้นที่พักอาศัยตั้งแต่แรก

และหากเป็นพื้นที่สาธารณะที่ต้องปลูกไม้จำนวนมาก การเลือกชนิดไม้ให้หลากหลาย แทนการปลูกชนิดเดียวเรียงยาวทั้งแนว ก็ช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นพร้อมกันในฤดูกาลเดียว

กลิ่นที่มากับปลายปี จึงเป็นบทเรียนเรื่อง “ต้นไม้กับเมือง”

พญาสัตบรรณอาจเป็นต้นไม้ที่แบ่งคนออกเป็นสองฝ่ายทุกปลายปี คนหนึ่งเดินผ่านแล้วบอกว่า “หอม” อีกคนรีบปิดหน้าต่างแล้วบอกว่า “ไม่ไหว” ทั้งสองความรู้สึกเกิดขึ้นกับต้นไม้ชนิดเดียวกัน

แต่ในมุมเกษตรและการจัดการพื้นที่ คำถามที่น่าสนใจกว่าเรื่อง “หอมหรือเหม็น” คือ เรากำลังเลือกต้นไม้ให้เข้ากับพื้นที่และคนที่จะต้องอยู่ร่วมกับมันหรือไม่ เพราะข้อดีของพญาสัตบรรณมีอยู่จริง โตเร็ว ให้ร่มเงา ปลูกไม่ยาก เป็นไม้ใหญ่ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว

ขณะเดียวกันข้อจำกัดเรื่องกลิ่นช่วงออกดอกก็มีอยู่จริงเช่นกัน ดังนั้น เมื่อเข้าสู่ช่วง ตุลาคม–ธันวาคม และกลิ่นของตีนเป็ดกลับมาอีกครั้ง สิ่งที่ต้นไม้ชนิดนี้กำลังเตือนเราอาจไม่ใช่แค่ว่า “ปลายปีมาแล้ว”

แต่อาจเป็นคำถามง่าย ๆ สำหรับทุกเมืองว่า เราปลูกต้นไม้เยอะพอแล้ว — แต่เราปลูกถูกชนิด ถูกที่ และดูแลมันถูกวิธีหรือยัง?

สิ่งที่ LOPBURITODAY อยากตามต่อในลพบุรี

หากมองในระดับพื้นที่ ข้อมูลที่น่าสนใจคือ ลพบุรีมีพญาสัตบรรณปลูกในพื้นที่สาธารณะบริเวณใดบ้าง จำนวนเท่าไร มีข้อร้องเรียนช่วงออกดอกหรือไม่ และหน่วยงานท้องถิ่นมีแนวทางตัดแต่งหรือเลือกพันธุ์ไม้ทดแทนในการปลูกใหม่อย่างไร

ข้อมูลชุดนี้จะทำให้เรื่อง “กลิ่นตีนเป็ด” ขยับจากบทสนทนาทุกปลายปี ไปสู่คำถามเรื่อง การบริหารต้นไม้ในเมือง ที่ตอบได้ด้วยข้อมูลจริง

แหล่งข้อมูล:
โครงการพัฒนาคลังข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
กรมป่าไม้

เรียบเรียง: LOPBURITODAY