วันเดียว 2 เทโว 2 อัตลักษณ์ลพบุรี — เขาพระงามโยน “ข้าวต้ม” ช่องสาริกาตักบาตร “ฟักทอง”

วันที่ 27 ตุลาคม ลพบุรีมีภาพประเพณีตักบาตรเทโวเกิดขึ้นอย่างคึกคักในสองพื้นที่ แต่เล่าเรื่องชุมชนต่างกันชัดเจน — ที่เขาพระงาม ผู้คนกว่า 2,000 คนสืบสาน “ข้าวต้มลูกโยน” ขณะที่ช่องสาริกา พุทธศาสนิกชนนับพันนำ “ฟักทอง” ผลผลิตเด่นของท้องถิ่นมาร่วมตักบาตร สองงานบุญจึงไม่ได้สะท้อนเพียงศรัทธาหลังออกพรรษา แต่ยังแสดงให้เห็นว่าประเพณีเดียวกันสามารถเติบโตไปพร้อมอัตลักษณ์ของแต่ละชุมชนได้อย่างไร
เช้าวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ในจังหวัดลพบุรี มีพระสงฆ์เดินลงจากยอดเขา มีขบวนเทวดา นางฟ้า และพระอินทร์ และมีประชาชนจำนวนมากยืนรอตักบาตรตามคติ “เทโวโรหณะ” แต่สิ่งที่อยู่ในมือของผู้มาร่วมงานกลับต่างกัน ที่ วัดสิริจันทรนิมิตรวรวิหาร หรือวัดเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี ผู้คนเตรียม “ข้าวต้มลูกโยน” ห่างออกไปที่ วัดช่องสาริกาใน อำเภอพัฒนานิคม ชาวบ้านจำนวนมากถือ “ฟักทอง” ศรัทธาเดียวกัน แต่ชุมชนเลือกเล่าเรื่องของตัวเองผ่านอาหารและผลผลิตที่ต่างกัน
เขาพระงาม — 295 ขั้น กับ “ข้าวต้มที่ต้องโยน”
ที่วัดเขาพระงาม พุทธศาสนิกชนกว่า 2,000 คน เข้าร่วมงาน “เขาพระงาม เทโวโรหณะ ประจำปี 2569” ขบวนประกอบด้วยผู้แต่งกายเป็นนางฟ้า เทวดา และพระอินทร์ เดินนำพระสงฆ์และสามเณรลงจากยอดเขาผ่าน บันไดนาค 295 ขั้น
ด้านบนเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธปฏิภาคมัธยมพุทธกาล หรือ “หลวงพ่อใหญ่” ซึ่งปีนี้ข้อมูลจากจังหวัดระบุว่าสร้างมาแล้ว 114 ปี และเป็นพระพุทธรูปที่พุทธศาสนิกชนในพื้นที่ให้ความเคารพศรัทธา ด้านล่าง ผู้ร่วมงานไม่ได้ใส่บาตรด้วยวิธีธรรมดา
แต่ใช้ “ข้าวต้มลูกโยน” ที่ห่อให้มีส่วนหางสำหรับจับ แล้วโยนลงไปยังบาตรขนาดใหญ่ที่จัดไว้ ภาพการโยนข้าวต้มจึงกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของงานเขาพระงาม ซึ่ง LOPBURITODAY เคยรายงานกำหนดการล่วงหน้าตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม และปีนี้ยังเชื่อมการท่องเที่ยวเข้ากับการนมัสการหลวงพ่อใหญ่และชม “หยาดวานรพักตร์” ในระบบนิเวศเขาหินปูนด้วย
ข้าวต้มลูกโยน — เมื่อรูปทรงอาหารเกิดจากวิธีทำบุญ
สิ่งที่น่าสนใจของข้าวต้มลูกโยนคือ รูปทรงไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อความสวยงามอย่างเดียว ข้าวต้มถูกทำเป็นชิ้นขนาดเล็กและมี “หาง” สำหรับจับ เพื่อให้สามารถโยนไปยังภาชนะรับบาตรได้เมื่อผู้มาร่วมงานอยู่ห่างจากพระสงฆ์หรือจุดรับบาตร
จึงเป็นตัวอย่างของอาหารที่รูปร่างผูกติดอยู่กับวิธีประกอบพิธีกรรม ในงานปีนี้ยังมีการสาธิตการทำข้าวต้มลูกโยนและขนมไทยชาววัง เปิดโอกาสให้คนที่มาร่วมงานไม่ได้เพียงทำบุญ แต่ได้เห็นกระบวนการทำอาหารที่อยู่คู่กับประเพณีด้วย นั่นทำให้ “ข้าวต้มลูกโยน” ไม่ได้เป็นเพียงของถวาย แต่เป็นทั้งอาหาร ภูมิปัญญา และเครื่องหมายของงานบุญแห่งเขาพระงาม
ช่องสาริกา — จากผลผลิตในไร่ สู่ของที่อยู่ในบาตร
ในวันเดียวกัน ที่วัดช่องสาริกาใน ตำบลช่องสาริกา อำเภอพัฒนานิคม มีพุทธศาสนิกชนนับพันมาร่วมประเพณีตักบาตรเทโวเช่นกัน พระสงฆ์จำนวน 49 รูป จาก 16 วัดในพื้นที่ตำบลช่องสาริกา เดินลงจากยอดเขาตามบันไดนาค 99 ขั้น โดยมีขบวนนางฟ้า เทวดา และพระอินทร์นำหน้า
แต่จุดที่ทำให้งานช่องสาริกาต่างออกไป คือสิ่งที่ชาวบ้านนำมาตักบาตร “ฟักทองช่องสาริกา” ทั้งผลสด และอาหารที่นำฟักทองไปแปรรูป เช่น สังขยาฟักทอง ขนม น้ำฟักทอง รวมถึงอาหารคาวจากฟักทอง ถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของงานบุญ
ต้นทางของจังหวัดอธิบายว่า ฟักทองของพื้นที่มีลักษณะเด่นด้านเนื้อสัมผัส “มัน เหนียว หนึบ” และเป็นหนึ่งในผลผลิตที่ชุมชนภาคภูมิใจ ในมุมนี้ ฟักทองจึงไม่ได้เดินทางจากไร่ไปตลาดอย่างเดียว แต่เดินทางจาก “ไร่ → งานบุญ → เรื่องเล่าของชุมชน”
“ตักบาตรด้วยฟักทอง” เป็นมากกว่ากิมมิก
หากมองผิวเผิน การนำฟักทองมาร่วมตักบาตรอาจดูเป็นความแปลกของงาน แต่สำหรับช่องสาริกา มันสะท้อนพื้นฐานทางเศรษฐกิจของชุมชนด้วย ชาวบ้านในพื้นที่จำนวนหนึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรมและปลูกฟักทองเพื่อจำหน่าย โดยรายงานข่าวจากพื้นที่ระบุว่าผลผลิตถูกส่งต่อไปยังตลาดต่าง ๆ และสามารถแปรรูปได้ทั้งอาหารคาวและหวาน
เมื่อผลผลิตชนิดเดียวกันถูกนำเข้ามาอยู่ในประเพณี สิ่งที่เกิดขึ้นจึงมีอย่างน้อย 3 ชั้น ศรัทธา — ใช้ผลผลิตทำบุญ อัตลักษณ์ — คนเห็นฟักทองแล้วเชื่อมโยงกลับมาที่ช่องสาริกา เศรษฐกิจ — งานประเพณีกลายเป็นอีกพื้นที่ประชาสัมพันธ์ผลผลิตและภูมิปัญญาการแปรรูป นี่คือจุดที่งานบุญกับเกษตรกรรมไม่ได้อยู่แยกจากกัน
งานเดียวกัน แต่ชุมชนไม่จำเป็นต้องทำเหมือนกัน
ประเพณีตักบาตรเทโวมีแก่นร่วมกัน คือการระลึกถึงเหตุการณ์ตามพุทธประวัติที่เกี่ยวกับการเสด็จลงจากเทวโลกหลังออกพรรษา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในลพบุรีวันนี้แสดงให้เห็นว่า “ประเพณีร่วม” ไม่ได้หมายความว่าแต่ละชุมชนต้องมีหน้าตาเหมือนกัน
เขาพระงามนำเรื่องของ ภูเขา หลวงพ่อใหญ่ ข้าวต้มลูกโยน และพืชเฉพาะพื้นที่ เข้ามาอยู่ในงาน ช่องสาริกานำ ฟักทอง ซึ่งผูกกับวิถีเกษตรกรรมของชุมชน มาเป็นตัวละครสำคัญ จึงเกิดเป็นประเพณีเดียวกันที่มีรายละเอียดต่างกันตามภูมิประเทศ อาชีพ และความทรงจำของผู้คน
จากศรัทธา สู่คำถามว่า “ของท้องถิ่น” จะไปต่ออย่างไร
เมื่อประเพณีสามารถสร้างพื้นที่ให้ของท้องถิ่นมีความหมายมากกว่าการเป็นสินค้า อีกคำถามหนึ่งจึงตามมา ข้าวต้มลูกโยนมีคนรุ่นใหม่เรียนรู้วิธีทำมากน้อยแค่ไหน ฟักทองช่องสาริกามีพื้นที่ปลูก ผลผลิต และมูลค่าทางเศรษฐกิจเท่าไรในแต่ละปี
นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาร่วมงานสร้างรายได้กลับเข้าสู่ชุมชนจริงเท่าไร และอัตลักษณ์เหล่านี้สามารถถูกต่อยอดนอกช่วงออกพรรษาได้หรือไม่ เพราะประเพณีจะมีชีวิตได้ ไม่ใช่เพียงเพราะมีการจัดงานทุกปี
แต่ต้องมีคนยังทำข้าวต้มเป็น มีเกษตรกรยังปลูกฟักทอง มีคนรุ่นใหม่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับบ้านของตัวเองอย่างไร และมีเศรษฐกิจในพื้นที่ช่วยให้คนเหล่านั้นยังสามารถทำสิ่งเดิมต่อไปได้ วันที่ 27 ตุลาคมจึงไม่ใช่เพียงวันตักบาตรเทโวของลพบุรี แต่มันทำให้เห็นพร้อมกันว่า
ศรัทธาเดียวกัน เมื่อเดินทางไปถึงคนละชุมชน ก็สามารถมีรสชาติและรูปร่างเป็นของตัวเองได้
แหล่งข่าว: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี / ข่าวพื้นที่วันที่ 27 ตุลาคม 2569
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




