บ้านหมี่เร่งกรอกข้อมูลประกันภัยพิบัติ ก่อน 4 พ.ย. — บ้านเสียหายมีสิทธิคุ้มครองสูงสุด 1 แสนบาท

ลพบุรีลงพื้นที่บ้านกล้วย อำเภอบ้านหมี่ อธิบายการกรอกข้อมูลเพิ่มเติมในระบบประกันภัยพิบัติ หลังพื้นที่บ้านหมี่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและอยู่ในเขตประกาศภัย โดยประชาชนที่เข้าเกณฑ์ต้องดำเนินการภายในกรอบเวลาที่กำหนด ขณะที่ระบบประกันภัยแห่งชาติคุ้มครองความเสียหายต่อบ้านสูงสุด 100,000 บาท และชีวิตจากภัยพิบัติสูงสุด 2 ล้านบาท
วันที่ 27 ตุลาคม 2569 จังหวัดลพบุรีนำเจ้าหน้าที่จากสำนักงาน คปภ. จังหวัดลพบุรี สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานในพื้นที่ ลงพบประชาชนที่ วัดบ้านกล้วย ตำบลบ้านกล้วย อำเภอบ้านหมี่ เป้าหมายครั้งนี้ไม่ใช่การประกาศโครงการใหม่
แต่เป็นการช่วยประชาชน กรอกและบันทึกข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อเข้าสู่กระบวนการขอรับสิทธิจาก “โครงการภาครัฐจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้กับประชาชน” การลงพื้นที่เกิดขึ้นในช่วงที่กรอบเวลาสำหรับผู้ประสบภัยในพื้นที่ลพบุรีกำลังเข้าใกล้เส้นตาย
ก่อนหน้านี้ จังหวัดแจ้งให้ประชาชนในพื้นที่ที่เข้าเกณฑ์ดำเนินการผ่านระบบ ThaiNATCAT ภายใน 30 วันนับจากวันที่เกิดภัย หรือก่อนวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 นั่นทำให้ช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ สิ่งสำคัญสำหรับครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบไม่ใช่เพียงรู้ว่า “มีสิทธิ” แต่ต้องทำให้ ข้อมูลในระบบครบพอที่จะเข้าสู่ขั้นตอนพิจารณาสินไหม
ไม่ใช่เงินเยียวยาก้อนเดิม แต่เป็น “ประกันภัย” ที่รัฐซื้อให้
จุดที่อาจทำให้ประชาชนสับสนคือ เงินจากระบบนี้ ไม่ใช่เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามมาตรการเยียวยาปกติ รัฐบาลจัดทำระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ โดยให้ภาครัฐจัดซื้อความคุ้มครองสำหรับครัวเรือนประชาชน
ความคุ้มครองเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 และครอบคลุมภัย 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย
แผ่นดินไหว รัฐบาลระบุว่าความคุ้มครองครอบคลุมครัวเรือนทั่วประเทศประมาณ 30 ล้านครัวเรือน
แนวคิดจึงต่างจากระบบที่รัฐรอให้ภัยเกิดขึ้นก่อน แล้วค่อยตั้งงบช่วยเหลือภายหลัง ครั้งนี้มี “กรมธรรม์” เป็นอีกชั้นของหลักประกันล่วงหน้า
บ้านน้ำท่วม จ่ายเบื้องต้น 10,000 บาท ก่อนประเมินความเสียหายเพิ่ม
สำหรับกรณี อุทกภัย รัฐบาลระบุว่า ระบบประกันภัยจะจ่ายค่าสินไหมส่วนแรก 10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน
หลังจากนั้นสามารถพิจารณาจ่ายเพิ่มเติมตามความเสียหายจริง โดยวงเงินรวมสูงสุด ไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน
กรณีวาตภัยหรือแผ่นดินไหว เงินส่วนแรกอยู่ที่ 5,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ก่อนพิจารณาความเสียหายเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์เช่นกัน
ส่วนความคุ้มครองชีวิต หากเสียชีวิตจากภัยที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขกรมธรรม์ กำหนดวงเงิน 2,000,000 บาทต่อคน
และกรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุจากภัยพิบัติ มีความคุ้มครอง 200,000 บาทต่อคน ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
ทำไมต้องกลับมา “กรอกข้อมูลเพิ่มเติม”?
เพราะการอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมไม่ได้หมายความว่าระบบจะสามารถโอนเงินให้ทุกครัวเรือนได้โดยอัตโนมัติทันที ขั้นตอนการเรียกร้องสิทธิยังต้องใช้ข้อมูลเพื่อยืนยันทั้งตัวผู้ได้รับผลกระทบ บ้านที่เสียหาย และช่องทางรับเงิน
รัฐบาลระบุเอกสารและข้อมูลเบื้องต้นที่ควรเตรียม เช่น บัตรประชาชน ภาพถ่ายความเสียหาย หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือการอยู่อาศัย บัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน
จากนั้นสามารถดำเนินการผ่านระบบรับแจ้งเคลมที่กำหนด นี่อธิบายว่าทำไมวันที่ 27 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ คปภ. และ ปภ. ยังต้องลงพื้นที่พบประชาชนโดยตรง
เพราะสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับระบบออนไลน์ หรือครัวเรือนที่ข้อมูลไม่ครบ การมี “สิทธิ” กับการ ได้รับเงินจริง ยังมีขั้นตอนอยู่ระหว่างกลาง
บ้านหมี่เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักของลพบุรี
จังหวัดลพบุรีประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยจากสถานการณ์น้ำในช่วงต้นเดือนตุลาคม ครอบคลุมทั้งอำเภอบ้านหมี่และอำเภอเมืองลพบุรี
ข้อมูลวันที่ 14 ตุลาคมระบุพื้นที่รวม 13 ตำบล 70 หมู่บ้าน เฉพาะอำเภอบ้านหมี่มี 9 ตำบล 53 หมู่บ้าน ได้แก่ หนองเมือง บางกะพี้ ดงพลับ บ้านทราย หินปัก หนองทรายขาว พุคา หนองกระเบียน และบ้านกล้วย
บ้านกล้วย ซึ่งเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ครั้งล่าสุด จึงอยู่ในกลุ่มพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและต้องเร่งตรวจสอบสิทธิของประชาชน
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม จังหวัดเคยเปิดเวทีที่ตำบลพุคา เพื่อสอนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และประชาชนเรื่องขั้นตอนการแจ้งเคลมผ่าน ThaiNATCAT มาแล้วครั้งหนึ่ง และวันที่ 14 ตุลาคม ผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมหน่วยงานเกี่ยวข้องก็ลงชี้แจงแนวทางอีกครั้ง
การต้องลงพื้นที่หลายครั้งสะท้อนว่า สิทธิแบบดิจิทัลยังต้องพึ่งการช่วยเหลือระดับชุมชน เพื่อให้ประชาชนบางกลุ่มไม่หลุดออกจากระบบเพียงเพราะกรอกข้อมูลไม่ครบหรือใช้งานออนไลน์ไม่เป็น
เช็กก่อน — อยู่พื้นที่น้ำท่วม ไม่ได้แปลว่าเคลมได้ทุกกรณี
เงื่อนไขสำคัญของระบบประกันภัยคือ พื้นที่ต้องมีการประกาศเป็น เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน หรือพื้นที่ประสบสาธารณภัย และต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมธรรม์
ดังนั้น ประชาชนไม่ควรตีความจากตัวเลขวงเงินสูงสุดว่า บ้านน้ำท่วมทุกหลังจะได้รับ 100,000 บาท
จำนวนเงินจริงขึ้นอยู่กับ ประเภทภัย สถานะพื้นที่ ความเสียหาย หลักฐานที่ส่ง และเงื่อนไขของกรมธรรม์ วงเงิน 100,000 บาทคือ วงเงินคุ้มครองสูงสุด ไม่ใช่จำนวนเงินที่ทุกครัวเรือนจะได้รับเท่ากัน นี่เป็นจุดที่ควรสื่อสารให้ชัด เพื่อไม่ให้ตัวเลขกลายเป็นความคาดหวังที่คลาดเคลื่อน
ถ้าได้รับผลกระทบ ต้องเริ่มตรงไหน?
ช่องทางหลักของระบบคือ ThaiNATCAT ประชาชนสามารถแจ้งและตรวจสอบขั้นตอนผ่านเว็บไซต์ ThaiNATCAT หรือ Line Official Account @ThaiNATCAT
นอกจากนี้ยังมี ThaiNATCAT Call Center 02-012-5555 สำหรับสอบถามสิทธิและขั้นตอนการดำเนินการ สำหรับกรณีของพื้นที่ลพบุรีที่จังหวัดแจ้งไว้ก่อนหน้านี้ ผู้ประสบภัยควรดำเนินการภายในกรอบ 30 วันจากวันที่เกิดภัย หรือก่อนวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ตามกรณีที่จังหวัดประชาสัมพันธ์
หากไม่แน่ใจว่าตัวเองอยู่ในพื้นที่ที่เข้าเงื่อนไขหรือข้อมูลในระบบครบหรือไม่ ควรติดต่อผู้นำชุมชน อำเภอ ปภ. หรือสำนักงาน คปภ. จังหวัดลพบุรี ก่อนหมดกรอบเวลา
จาก “รอเงินเยียวยา” สู่ “มีประกันก่อนภัยมา”
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของนโยบายนี้อาจไม่ใช่วงเงิน 10,000 หรือ 100,000 บาท แต่คือการเปลี่ยนวิธีคิดในการจัดการภัยพิบัติ เดิมเมื่อเกิดน้ำท่วม รัฐต้องสำรวจความเสียหาย เสนอวงเงิน และทยอยออกมาตรการช่วยเหลือ
ระบบประกันภัยเพิ่มกลไกอีกชั้นหนึ่งเข้ามา โดยพยายามกำหนดความคุ้มครองไว้ ก่อนภัยเกิด หากระบบทำงานได้ตามเป้าหมาย ข้อดีคือประชาชนอาจเข้าถึงเงินสำหรับเริ่มฟื้นฟูบ้านได้เร็วขึ้น โดยรัฐบาลระบุเป้าหมายให้มีการดำเนินการจ่ายสินไหมภายใน 15 วันตามขั้นตอนและเมื่อเอกสารถูกต้องครบถ้วน
แต่ความสำเร็จของระบบไม่ได้วัดจากการมีกรมธรรม์เท่านั้น ยังต้องดูว่า ประชาชนรู้ว่าตัวเองมีสิทธิหรือไม่ ระบบออนไลน์ใช้งานง่ายแค่ไหน ผู้สูงอายุหรือคนที่ไม่มีทักษะดิจิทัลเข้าถึงได้หรือไม่ มีครัวเรือนตกหล่นจากฐานข้อมูลเท่าไร และที่สำคัญที่สุด — หลังยื่นเอกสารแล้ว ได้เงินจริงกี่ราย และใช้เวลากี่วัน
แหล่งข้อมูล: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี / รัฐบาลไทย / ThaiNATCAT / สำนักงาน คปภ.
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




