ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
วันพฤหัสบดี, 5 พฤศจิกายน 2026
☁️
27°C ลพบุรี, ประเทศไทย
มีเมฆมาก
ข่าวล่าสุด
5 พ.ย. 256922:50จากกี่ทอผ้าในบ้าน สู่รายได้ชุมชน — “บ้านพวน” รักษามัดหมี่ไทยพวน แต่โจทย์ต่อไปคือใครจะทอต่อ?5 พ.ย. 256922:492 จุดแรก 530 คน ประหยัด 73,670 บาท — “ไทยช่วยไทย” ลพบุรีเดินหน้าขายสินค้าต่ำกว่าตลาด 20–40%5 พ.ย. 256922:47เกี่ยวข้าววันนี้ แต่เป้าหมายคือ “ชีวิตหลังศูนย์ฝึก” — เปิดหลักสูตร 48 สัปดาห์ของเยาวชนลพบุรี4 พ.ย. 256921:028,000 ดอกก่อน 20 พ.ย. — หน่วยรบพิเศษลพบุรีร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ส่งต่อสู่พิธี 16 ธ.ค.4 พ.ย. 256920:59“ห้วยซับเหล็ก” จะเปลี่ยนอย่างไร? ลพบุรีเปิด 4 แนวทาง แก้ที่ดิน–จัดน้ำ–วางผังท่องเที่ยว3 พ.ย. 256922:51ไม่ต้องรอภัยมาแล้วค่อยหา — ปภ.ชวนทุกบ้านจัด “กระเป๋า 72 ชั่วโมง” แต่ 3 วันต้องเตรียมอะไรจริง ๆ?3 พ.ย. 256921:26เด็ก ป.6 อนุบาลลพบุรี คว้า “เหรียญเงินวิทยาศาสตร์” รอบประเทศ ในเส้นทางคัดเลือก IMSO3 พ.ย. 256920:32รถตกข้างทาง เปิดยาบ้า 1.19 ล้านเม็ด — ท่าหลวงกลายเป็นจุดสกัดเครือข่ายลำเลียงเข้า “ภาคกลาง”3 พ.ย. 256920:29จากที่ดิน 25 ไร่ สู่พระเจดีย์แห่งใหม่ลพบุรี — ยก “ยอดวิมุตติ” เตรียมประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ2 พ.ย. 256923:09เสาร์นี้เริ่มแล้ว! “รถไฟลอยน้ำ” เขื่อนป่าสัก เปิด 26 วันถึง ม.ค. ตั๋วไป–กลับเริ่ม 350 บาท
View All Breaking News ›
LOPBURI TODAYLOCAL NEWS

2 จุดแรก 530 คน ประหยัด 73,670 บาท — “ไทยช่วยไทย” ลพบุรีเดินหน้าขายสินค้าต่ำกว่าตลาด 20–40%

4 พ.ย. 2569👁 อ่าน 1 ครั้ง
SHARE f LINE

พาณิชย์ลพบุรีเปิดกิจกรรม “ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ” รอบเดือนพฤศจิกายนแล้ว 2 จุด ที่วัดบ้านกล้วยและวัดหินปักทุ่ง มีประชาชนใช้บริการรวม 530 คน ซื้อสินค้ารวม 184,056 บาท และหน่วยงานระบุช่วยประหยัดได้ 73,670 บาท หรือเฉลี่ยทางคณิตศาสตร์ราว 139 บาทต่อผู้ใช้บริการหนึ่งคน ขณะที่ยังเหลือจุดจำหน่ายในบ้านหมี่ หนองม่วง พัฒนานิคม และสระโบสถ์ แต่ตารางวันที่ที่เผยแพร่ยังมีจุดคลาดเคลื่อนกับจำนวน “12 ครั้ง” ที่ประกาศ

น้ำมันพืช ไข่ไก่ น้ำตาล ข้าวสาร น้ำปลา รวมถึงน้ำยาซักล้างและสินค้าใช้ประจำวัน กำลังถูกนำออกไปจำหน่ายตามชุมชนในจังหวัดลพบุรีในราคาที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดระบุว่า ต่ำกว่าท้องตลาดประมาณ 20–40%

ภายใต้กิจกรรม “ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ” ประจำปีงบประมาณ 2570 ครั้งที่ 2 หลังเปิด 2 จุดแรกในอำเภอบ้านหมี่เมื่อวันที่ 3–4 พฤศจิกายน 2569 ตอนนี้เริ่มมีตัวเลขให้เห็นแล้วว่าโครงการสร้างการซื้อขายและลดค่าใช้จ่ายได้เท่าไร

2 วันแรก — 530 คน ซื้อ 184,056 บาท

จุดแรกเปิดวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่วัดบ้านกล้วย ตำบลบ้านกล้วย อำเภอบ้านหมี่ มีผู้ใช้บริการ 250 คน ยอดจำหน่าย 83,513 บาท และพาณิชย์จังหวัดระบุว่าช่วยลดค่าครองชีพได้ 35,835 บาท

วันที่ 4 พฤศจิกายน จุดที่ 2 เปิดที่วัดหินปักทุ่ง ตำบลหินปัก อำเภอบ้านหมี่ มีผู้ใช้บริการเพิ่มอีก 280 คน ยอดจำหน่าย 100,543 บาท ช่วยลดค่าครองชีพตามรายงานอีก 37,835 บาท เมื่อรวม 2 จุดแรก

ผลดำเนินงาน3 พ.ย.4 พ.ย.รวม
ผู้ใช้บริการ250 คน280 คน530 คน
ยอดจำหน่าย83,513 บาท100,543 บาท184,056 บาท
มูลค่าที่ระบุว่าประหยัดได้35,835 บาท37,835 บาท73,670 บาท

หากนำตัวเลขรวมมาเฉลี่ยอย่างง่าย ผู้ใช้บริการหนึ่งคนซื้อสินค้าประมาณ 347 บาท และประหยัดค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 139 บาทต่อคน

ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกคนประหยัดเท่ากัน เพราะขึ้นอยู่กับชนิดและจำนวนสินค้าที่แต่ละคนซื้อ แต่ช่วยทำให้เห็นขนาดผลลัพธ์ของกิจกรรมได้มากกว่าการบอกเพียงว่า “สินค้าราคาถูก”

ลด 20–40% แต่ “38%” คำนวณอย่างไร?

ทั้งรายงานวันที่ 3 และ 4 พฤศจิกายน ระบุว่าการจัดกิจกรรมสามารถลดค่าครองชีพได้ ร้อยละ 38 ขณะที่สำนักงานพาณิชย์ระบุว่าสินค้าแต่ละรายการจำหน่ายต่ำกว่าราคาท้องตลาดประมาณ 20–40%

อย่างไรก็ตาม ข่าวที่เผยแพร่ยังไม่ได้อธิบายว่า ตัวเลข 38% ใช้ฐานราคาใด เป็นค่าเฉลี่ยของสินค้าทั้งหมดหรือไม่ ถ่วงน้ำหนักตามยอดขายอย่างไร หรือคำนวณจากรายการสินค้าใดบ้าง และหากนำเพียงยอดขายรวมกับ “มูลค่าที่ประหยัดได้” ที่เผยแพร่มาคำนวณตรง ๆ ก็ไม่สามารถย้อนกลับไปได้ร้อยละ 38 อย่างชัดเจน

ดังนั้น LOPBURITODAY จะใช้ถ้อยคำว่า “สำนักงานพาณิชย์จังหวัดระบุว่าสามารถลดค่าครองชีพได้ร้อยละ 38” โดยไม่ขยายความว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นส่วนลดเฉลี่ยของตะกร้าสินค้าทั้งหมด จนกว่าจะมีรายละเอียดวิธีคำนวณเพิ่มเติม

ของที่ขายคือของที่ต้องซื้ออยู่แล้ว

จุดแข็งของกิจกรรมนี้คือไม่ได้เน้นสินค้าฟุ่มเฟือย รายการหลักเป็นของใช้ในครัวเรือน เช่น น้ำมันพืช น้ำตาลทราย ไข่ไก่ ข้าวสารหอมมะลิ น้ำปลา ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน และ น้ำยาล้างห้องน้ำ

จึงเป็นสินค้าที่ครัวเรือนจำนวนมากต้องซื้อเป็นประจำอยู่แล้ว ในทางเศรษฐศาสตร์ครัวเรือน การลดราคาสินค้าเหล่านี้จึงต่างจากการลดราคาเพื่อกระตุ้นให้ซื้อของที่ไม่ได้ตั้งใจจะซื้อ เพราะเป็นการลดต้นทุนของรายการที่อยู่ในค่าใช้จ่ายประจำ

แต่ผลที่เกิดขึ้นกับแต่ละครัวเรือนยังขึ้นกับว่า สินค้าใดมีจำกัดจำนวนหรือไม่ ซื้อได้คนละกี่ชิ้น มีสินค้าหมดก่อนเวลาหรือไม่ และราคาที่จุดขายต่างจากร้านค้าในชุมชนจริงเท่าไร

รอบแรกเคยทำยอดขายทะลุล้านแล้ว

กิจกรรมเดือนพฤศจิกายนไม่ใช่ครั้งแรก ในช่วงเดือนตุลาคม สำนักงานพาณิชย์ลพบุรีจัดกิจกรรม ครั้งที่ 1 ไปแล้วหลายจุด ข้อมูล ณ จุดจำหน่ายที่ 11 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ระบุว่า มูลค่าการจำหน่ายสะสมอยู่ที่ 1,020,245 บาท และมูลค่าลดภาระค่าครองชีพสะสม 406,945 บาท

นั่นแปลว่า รอบเดือนพฤศจิกายนเป็นการดำเนินงานต่อเนื่องจากกิจกรรมชุดแรก ไม่ใช่โครงการที่เพิ่งเริ่มในสัปดาห์นี้ คำถามที่น่าสนใจเมื่อจบรอบที่ 2 จึงไม่ใช่เพียงว่า ขายได้กี่บาท แต่ควรดูด้วยว่า มีประชาชนที่มาใช้บริการซ้ำหรือไม่ ครอบคลุมพื้นที่ชนบทที่ห่างจากตลาดขนาดใหญ่แค่ไหน และการลดราคาชั่วคราวช่วยครัวเรือนได้มากน้อยเพียงใดเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายทั้งเดือน

เหลืออีกหลายจุด — แต่ตารางวันต้องเช็กก่อนเดินทาง

ประกาศของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระบุว่า กิจกรรมครั้งที่ 2 จะมี 12 ครั้ง ครอบคลุม 4 อำเภอ ได้แก่ บ้านหมี่ หนองม่วง พัฒนานิคม และ สระโบสถ์

โดยข้อความที่เผยแพร่ระบุช่วงดำเนินงานไว้ว่า

  • บ้านหมี่ — ช่วง 3–9 พฤศจิกายน
  • หนองม่วง — 10–11 พฤศจิกายน
  • พัฒนานิคม — 12, 13 และ 16 พฤศจิกายน
  • สระโบสถ์ — 17–18 พฤศจิกายน

แต่มีจุดที่ควรระวัง หากนับ “ทุกวัน” ตามช่วงวันที่ดังกล่าว จะได้จำนวนครั้งมากกว่า 12 ครั้ง

จึงเป็นไปได้ว่า บางวันที่อยู่ในช่วงดังกล่าวไม่ได้มีจุดจำหน่าย หรือข่าวที่เผยแพร่ยังไม่ได้แสดงตารางรายวันอย่างครบถ้วน LOPBURITODAY จึงไม่แนะนำให้ประชาชนเดินทางโดยอาศัยช่วงวันที่อย่างเดียว

ควรตรวจสอบ สถานที่และวันที่รายจุด จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลพบุรีก่อนออกเดินทาง สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลพบุรีระบุช่องทางติดต่อไว้ที่หมายเลข 036-411992 และ 036-413390

อย่าสับสนกับ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40”

ชื่อโครงการมีความคล้ายกันมาก แต่กิจกรรมของพาณิชย์ลพบุรีในข่าวนี้คือ การนำสินค้ามาจำหน่ายราคาประหยัดตามจุดต่าง ๆ ในพื้นที่

ขณะที่โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” เป็นมาตรการระดับประเทศของกระทรวงการคลัง ซึ่งใช้ระบบร่วมจ่ายผ่านแอปพลิเคชันและมีหลักเกณฑ์การใช้สิทธิอีกชุดหนึ่ง

จึงเป็น คนละรูปแบบ ประชาชนไม่จำเป็นต้องเข้าใจว่าการไปซื้อสินค้าตามจุด “ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ” ของพาณิชย์จังหวัดต้องใช้สิทธิ 60/40 ตามโครงการของกระทรวงการคลัง

530 คน เป็นตัวเลขเริ่มต้น — แต่ “คุ้มไหม” ต้องดูมากกว่ายอดขาย

ผล 2 จุดแรกถือว่ามีคนใช้บริการรวมมากกว่า 500 คน แต่หากต้องการประเมินว่าโครงการช่วยลดค่าครองชีพได้มีประสิทธิภาพเพียงใด ยังควรมีข้อมูลอื่นประกอบ เช่น

  • งบประมาณในการจัดกิจกรรมทั้งหมด
  • ค่าขนส่งและค่าบริหารจัดการแต่ละจุด
  • จำนวนสินค้าแต่ละรายการที่ขาย
  • จำนวนครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์แบบไม่ซ้ำกัน
  • สินค้าชนิดใดหมดก่อน
  • ราคาขายเทียบกับราคาตลาดในวันเดียวกันจริง ๆ

เพราะยอดขาย 184,056 บาทบอกว่าเกิดการซื้อขายเท่าไร ตัวเลข 73,670 บาทบอกว่าหน่วยงานประเมินว่าประหยัดได้เท่าไร แต่สองตัวเลขนี้ยังไม่ได้ตอบทั้งหมดว่า งบของรัฐหนึ่งบาท ช่วยประชาชนลดค่าใช้จ่ายได้กี่บาท

แหล่งข้อมูล: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี / สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลพบุรี
เรียบเรียง: LOPBURITODAY