2 จุดแรก 530 คน ประหยัด 73,670 บาท — “ไทยช่วยไทย” ลพบุรีเดินหน้าขายสินค้าต่ำกว่าตลาด 20–40%

พาณิชย์ลพบุรีเปิดกิจกรรม “ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ” รอบเดือนพฤศจิกายนแล้ว 2 จุด ที่วัดบ้านกล้วยและวัดหินปักทุ่ง มีประชาชนใช้บริการรวม 530 คน ซื้อสินค้ารวม 184,056 บาท และหน่วยงานระบุช่วยประหยัดได้ 73,670 บาท หรือเฉลี่ยทางคณิตศาสตร์ราว 139 บาทต่อผู้ใช้บริการหนึ่งคน ขณะที่ยังเหลือจุดจำหน่ายในบ้านหมี่ หนองม่วง พัฒนานิคม และสระโบสถ์ แต่ตารางวันที่ที่เผยแพร่ยังมีจุดคลาดเคลื่อนกับจำนวน “12 ครั้ง” ที่ประกาศ
น้ำมันพืช ไข่ไก่ น้ำตาล ข้าวสาร น้ำปลา รวมถึงน้ำยาซักล้างและสินค้าใช้ประจำวัน กำลังถูกนำออกไปจำหน่ายตามชุมชนในจังหวัดลพบุรีในราคาที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดระบุว่า ต่ำกว่าท้องตลาดประมาณ 20–40%
ภายใต้กิจกรรม “ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ” ประจำปีงบประมาณ 2570 ครั้งที่ 2 หลังเปิด 2 จุดแรกในอำเภอบ้านหมี่เมื่อวันที่ 3–4 พฤศจิกายน 2569 ตอนนี้เริ่มมีตัวเลขให้เห็นแล้วว่าโครงการสร้างการซื้อขายและลดค่าใช้จ่ายได้เท่าไร
2 วันแรก — 530 คน ซื้อ 184,056 บาท
จุดแรกเปิดวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่วัดบ้านกล้วย ตำบลบ้านกล้วย อำเภอบ้านหมี่ มีผู้ใช้บริการ 250 คน ยอดจำหน่าย 83,513 บาท และพาณิชย์จังหวัดระบุว่าช่วยลดค่าครองชีพได้ 35,835 บาท
วันที่ 4 พฤศจิกายน จุดที่ 2 เปิดที่วัดหินปักทุ่ง ตำบลหินปัก อำเภอบ้านหมี่ มีผู้ใช้บริการเพิ่มอีก 280 คน ยอดจำหน่าย 100,543 บาท ช่วยลดค่าครองชีพตามรายงานอีก 37,835 บาท เมื่อรวม 2 จุดแรก
ผลดำเนินงาน 3 พ.ย. 4 พ.ย. รวม ผู้ใช้บริการ 250 คน 280 คน 530 คน ยอดจำหน่าย 83,513 บาท 100,543 บาท 184,056 บาท มูลค่าที่ระบุว่าประหยัดได้ 35,835 บาท 37,835 บาท 73,670 บาท
หากนำตัวเลขรวมมาเฉลี่ยอย่างง่าย ผู้ใช้บริการหนึ่งคนซื้อสินค้าประมาณ 347 บาท และประหยัดค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 139 บาทต่อคน
ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกคนประหยัดเท่ากัน เพราะขึ้นอยู่กับชนิดและจำนวนสินค้าที่แต่ละคนซื้อ แต่ช่วยทำให้เห็นขนาดผลลัพธ์ของกิจกรรมได้มากกว่าการบอกเพียงว่า “สินค้าราคาถูก”
ลด 20–40% แต่ “38%” คำนวณอย่างไร?
ทั้งรายงานวันที่ 3 และ 4 พฤศจิกายน ระบุว่าการจัดกิจกรรมสามารถลดค่าครองชีพได้ ร้อยละ 38 ขณะที่สำนักงานพาณิชย์ระบุว่าสินค้าแต่ละรายการจำหน่ายต่ำกว่าราคาท้องตลาดประมาณ 20–40%
อย่างไรก็ตาม ข่าวที่เผยแพร่ยังไม่ได้อธิบายว่า ตัวเลข 38% ใช้ฐานราคาใด เป็นค่าเฉลี่ยของสินค้าทั้งหมดหรือไม่ ถ่วงน้ำหนักตามยอดขายอย่างไร หรือคำนวณจากรายการสินค้าใดบ้าง และหากนำเพียงยอดขายรวมกับ “มูลค่าที่ประหยัดได้” ที่เผยแพร่มาคำนวณตรง ๆ ก็ไม่สามารถย้อนกลับไปได้ร้อยละ 38 อย่างชัดเจน
ดังนั้น LOPBURITODAY จะใช้ถ้อยคำว่า “สำนักงานพาณิชย์จังหวัดระบุว่าสามารถลดค่าครองชีพได้ร้อยละ 38” โดยไม่ขยายความว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นส่วนลดเฉลี่ยของตะกร้าสินค้าทั้งหมด จนกว่าจะมีรายละเอียดวิธีคำนวณเพิ่มเติม
ของที่ขายคือของที่ต้องซื้ออยู่แล้ว
จุดแข็งของกิจกรรมนี้คือไม่ได้เน้นสินค้าฟุ่มเฟือย รายการหลักเป็นของใช้ในครัวเรือน เช่น น้ำมันพืช น้ำตาลทราย ไข่ไก่ ข้าวสารหอมมะลิ น้ำปลา ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน และ น้ำยาล้างห้องน้ำ
จึงเป็นสินค้าที่ครัวเรือนจำนวนมากต้องซื้อเป็นประจำอยู่แล้ว ในทางเศรษฐศาสตร์ครัวเรือน การลดราคาสินค้าเหล่านี้จึงต่างจากการลดราคาเพื่อกระตุ้นให้ซื้อของที่ไม่ได้ตั้งใจจะซื้อ เพราะเป็นการลดต้นทุนของรายการที่อยู่ในค่าใช้จ่ายประจำ
แต่ผลที่เกิดขึ้นกับแต่ละครัวเรือนยังขึ้นกับว่า สินค้าใดมีจำกัดจำนวนหรือไม่ ซื้อได้คนละกี่ชิ้น มีสินค้าหมดก่อนเวลาหรือไม่ และราคาที่จุดขายต่างจากร้านค้าในชุมชนจริงเท่าไร
รอบแรกเคยทำยอดขายทะลุล้านแล้ว
กิจกรรมเดือนพฤศจิกายนไม่ใช่ครั้งแรก ในช่วงเดือนตุลาคม สำนักงานพาณิชย์ลพบุรีจัดกิจกรรม ครั้งที่ 1 ไปแล้วหลายจุด ข้อมูล ณ จุดจำหน่ายที่ 11 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ระบุว่า มูลค่าการจำหน่ายสะสมอยู่ที่ 1,020,245 บาท และมูลค่าลดภาระค่าครองชีพสะสม 406,945 บาท
นั่นแปลว่า รอบเดือนพฤศจิกายนเป็นการดำเนินงานต่อเนื่องจากกิจกรรมชุดแรก ไม่ใช่โครงการที่เพิ่งเริ่มในสัปดาห์นี้ คำถามที่น่าสนใจเมื่อจบรอบที่ 2 จึงไม่ใช่เพียงว่า ขายได้กี่บาท แต่ควรดูด้วยว่า มีประชาชนที่มาใช้บริการซ้ำหรือไม่ ครอบคลุมพื้นที่ชนบทที่ห่างจากตลาดขนาดใหญ่แค่ไหน และการลดราคาชั่วคราวช่วยครัวเรือนได้มากน้อยเพียงใดเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายทั้งเดือน
เหลืออีกหลายจุด — แต่ตารางวันต้องเช็กก่อนเดินทาง
ประกาศของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระบุว่า กิจกรรมครั้งที่ 2 จะมี 12 ครั้ง ครอบคลุม 4 อำเภอ ได้แก่ บ้านหมี่ หนองม่วง พัฒนานิคม และ สระโบสถ์
โดยข้อความที่เผยแพร่ระบุช่วงดำเนินงานไว้ว่า
- บ้านหมี่ — ช่วง 3–9 พฤศจิกายน
- หนองม่วง — 10–11 พฤศจิกายน
- พัฒนานิคม — 12, 13 และ 16 พฤศจิกายน
- สระโบสถ์ — 17–18 พฤศจิกายน
แต่มีจุดที่ควรระวัง หากนับ “ทุกวัน” ตามช่วงวันที่ดังกล่าว จะได้จำนวนครั้งมากกว่า 12 ครั้ง
จึงเป็นไปได้ว่า บางวันที่อยู่ในช่วงดังกล่าวไม่ได้มีจุดจำหน่าย หรือข่าวที่เผยแพร่ยังไม่ได้แสดงตารางรายวันอย่างครบถ้วน LOPBURITODAY จึงไม่แนะนำให้ประชาชนเดินทางโดยอาศัยช่วงวันที่อย่างเดียว
ควรตรวจสอบ สถานที่และวันที่รายจุด จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลพบุรีก่อนออกเดินทาง สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลพบุรีระบุช่องทางติดต่อไว้ที่หมายเลข 036-411992 และ 036-413390
อย่าสับสนกับ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40”
ชื่อโครงการมีความคล้ายกันมาก แต่กิจกรรมของพาณิชย์ลพบุรีในข่าวนี้คือ การนำสินค้ามาจำหน่ายราคาประหยัดตามจุดต่าง ๆ ในพื้นที่
ขณะที่โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” เป็นมาตรการระดับประเทศของกระทรวงการคลัง ซึ่งใช้ระบบร่วมจ่ายผ่านแอปพลิเคชันและมีหลักเกณฑ์การใช้สิทธิอีกชุดหนึ่ง
จึงเป็น คนละรูปแบบ ประชาชนไม่จำเป็นต้องเข้าใจว่าการไปซื้อสินค้าตามจุด “ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ” ของพาณิชย์จังหวัดต้องใช้สิทธิ 60/40 ตามโครงการของกระทรวงการคลัง
530 คน เป็นตัวเลขเริ่มต้น — แต่ “คุ้มไหม” ต้องดูมากกว่ายอดขาย
ผล 2 จุดแรกถือว่ามีคนใช้บริการรวมมากกว่า 500 คน แต่หากต้องการประเมินว่าโครงการช่วยลดค่าครองชีพได้มีประสิทธิภาพเพียงใด ยังควรมีข้อมูลอื่นประกอบ เช่น
- งบประมาณในการจัดกิจกรรมทั้งหมด
- ค่าขนส่งและค่าบริหารจัดการแต่ละจุด
- จำนวนสินค้าแต่ละรายการที่ขาย
- จำนวนครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์แบบไม่ซ้ำกัน
- สินค้าชนิดใดหมดก่อน
- ราคาขายเทียบกับราคาตลาดในวันเดียวกันจริง ๆ
เพราะยอดขาย 184,056 บาทบอกว่าเกิดการซื้อขายเท่าไร ตัวเลข 73,670 บาทบอกว่าหน่วยงานประเมินว่าประหยัดได้เท่าไร แต่สองตัวเลขนี้ยังไม่ได้ตอบทั้งหมดว่า งบของรัฐหนึ่งบาท ช่วยประชาชนลดค่าใช้จ่ายได้กี่บาท
แหล่งข้อมูล: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี / สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลพบุรี
เรียบเรียง: LOPBURITODAY




